Head​phone​ Information Technology

0.0(0)
Studied by 0 people
call kaiCall Kai
learnLearn
examPractice Test
spaced repetitionSpaced Repetition
heart puzzleMatch
flashcardsFlashcards
GameKnowt Play
Card Sorting

1/36

encourage image

There's no tags or description

Looks like no tags are added yet.

Last updated 7:59 AM on 10/17/26
Name
Mastery
Learn
Test
Matching
Spaced
Call with Kai
Chat

No analytics yet

Send a link to your students to track their progress

37 Terms

1
New cards

Headphone

Headphone คืออะไร?

Headphone (เฮดโฟน) คืออุปกรณ์สำหรับฟังเสียงส่วนตัว โดยมีลำโพงขนาดเล็กอยู่บริเวณหู มีทั้งแบบครอบหู แบบแนบหู แบบมีสาย และแบบไร้สาย

2
New cards

ประเภท​ Headphone

มักใส่สบายเมื่อเลือกขนาดเหมาะสม เหมาะกับเล่นเกม ฟังเพลง และทำงานเป็นเวลานาน

Over-ear (โอเวอร์เอียร์) — ครอบรอบใบหู

มักใส่สบายเมื่อเลือกขนาดเหมาะสม เหมาะกับเล่นเกม ฟังเพลง และทำงานเป็นเวลานาน

On-ear (ออนเอียร์) — วางแนบอยู่บนใบหู

โดยทั่วไปมีขนาดกะทัดรัดกว่าแบบครอบหู แต่บางคนอาจรู้สึกกดหูเมื่อใส่นาน


In-ear (อินเอียร์) — สอดเข้าไปในช่องหู

พกพาง่าย เหมาะกับโทรศัพท์และการเดินทาง


Open-ear (โอเพนเอียร์) — สวมโดยไม่ปิดช่องหูตามรูปแบบของรุ่นเหมาะกับคนที่อยากรับรู้เสียงรอบตัวขณะฟังเสียงจากอุปกรณ์


3
New cards

การเชื่อมต่อของ Headphone มีแบบไหนบ้าง?

การเชื่อมต่อหูฟังมีแบบไหนบ้าง

1. 3.5 mm Jack (ทรีพอยต์ไฟว์ มิลลิเมตรแจ็ก)

หัวเสียบกลมขนาด 3.5 มม. ใช้กับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ที่มีช่องเสียงรองรับ


2. USB-A / USB-C (ยูเอสบีเอ / ยูเอสบีซี)

เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB โดยหูฟังที่ใช้ USB มักมีวงจรเสียงดิจิทัลในตัวหรือใช้ระบบเสียงที่อุปกรณ์รองรับ


3. Bluetooth (บลูทูท)

เชื่อมต่อแบบไร้สาย ไม่ต้องเสียบสายเสียง แต่ต้องจับคู่กับอุปกรณ์และชาร์จแบตเตอรี่


4. 2.4 GHz Wireless (ทูพอยต์โฟร์ กิกะเฮิรตซ์ ไวร์เลส)

หูฟังไร้สายที่ใช้ตัวรับสัญญาณ (Receiver — รีซีฟเวอร์) ซึ่งมักเสียบ USB กับคอมพิวเตอร์ เหมาะกับหูฟังเกมมิงบางรุ่น

4
New cards

Noise Cancelling

Noise Cancelling (นอยซ์ แคนเซลลิง) หมายถึง การลดเสียงรบกวน เพื่อให้เราได้ยินเสียงที่ต้องการชัดขึ้น โดยมี 2 แบบหลัก

ANC — Active Noise Cancelling (แอ็กทิฟ นอยซ์ แคนเซลลิง): ใช้ไมโครโฟนตรวจจับเสียงรบกวน แล้วสร้างสัญญาณเสียงเพื่อลดเสียงนั้น เหมาะกับเสียงต่อเนื่อง เช่น เสียงเครื่องยนต์หรือแอร์

Passive Noise Isolation (แพสซิฟ นอยซ์ ไอโซเลชัน): ใช้รูปทรงและวัสดุของหูฟังช่วยกั้นเสียง เช่น จุกหูฟังที่แนบสนิทกับหู

5
New cards

Headphone Driver

Driver (ไดรเวอร์) ในหูฟัง คือชุดกำเนิดเสียงที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นการสั่นสะเทือน แล้วทำให้อากาศเกิดคลื่นเสียงที่เราได้ยิน

ส่วนประกอบหลักของ Dynamic Driver (ไดนามิก ไดรเวอร์) ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

Diaphragm (ไดอะแฟรม): แผ่นบางที่สั่นเพื่อสร้างเสียง

Magnet (แม็กเน็ต): แม่เหล็กที่สร้างสนามแม่เหล็ก

Voice Coil (วอยซ์คอยล์): ขดลวดที่ทำงานร่วมกับสนามแม่เหล็กเพื่อขับให้แผ่นสั่น

6
New cards

Impedance ของ Headphone 🎧

1. ความหมาย

Impedance (อิมพีแดนซ์) คือค่าที่บอกว่าหูฟังมีการขัดขวางกระแสไฟฟ้าสลับมากน้อยเพียงใด โดยวัดเป็น Ohm (โอห์ม, Ω)


2. มีผลอย่างไร?

โดยทั่วไป หูฟังที่มีอิมพีแดนซ์สูงอาจต้องการแรงดันไฟฟ้าจากอุปกรณ์ต้นทางมากขึ้น เพื่อให้ได้ความดังเท่ากัน แต่ความดังจริงยังขึ้นกับ Sensitivity (เซนซิทิวิตี — ความไวในการเปลี่ยนกำลังไฟฟ้าเป็นเสียง) ด้วย


3. ตัวอย่างสำหรับพนักงานขาย

หูฟัง แนวทางพิจารณา

32 Ω มักเหมาะกับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ต้องดูความไวด้วย

80 Ω อาจต้องใช้แหล่งสัญญาณที่ขับได้แรงขึ้น

250 Ω ควรตรวจสอบกำลังขับของอุปกรณ์ให้ดี บางรุ่นอาจเหมาะกับ Audio Interface หรือ Headphone Amplifier มากกว่า


4. ข้อควรจำ

ค่า Ω สูง ไม่ได้แปลว่าเสียงดีกว่า เสมอไป

ค่า Ω ต่ำ ไม่ได้แปลว่าเสียงดังกว่า เสมอไป

ไม่ควรตัดสินว่าต้องซื้อเครื่องขยายหูฟังจากค่า Ω เพียงอย่างเดียว ต้องดู Sensitivity และกำลังขับของอุปกรณ์ด้วย

7
New cards

Headphone Amplifier 🎧

1. ความหมาย

Headphone Amplifier (เฮดโฟน แอมพลิไฟเออร์) คืออุปกรณ์ขยายสัญญาณเสียงให้มีกำลังขับเพียงพอสำหรับหูฟัง

2. ทำงานอย่างไร?ลองนึกภาพว่าคอมพิวเตอร์ส่งเสียงออกมา แต่กำลังขับไม่เพียงพอ หูฟังอาจดังไม่พอเมื่อปรับเสียงสูงแล้ว แอมป์หูฟังจะช่วยขับหูฟังให้ได้ระดับเสียงที่ต้องการ หากอุปกรณ์เดิมขับได้เพียงพออยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม

3. เกี่ยวข้องกับ Impedance อย่างไร?

Impedance (อิมพีแดนซ์): ค่าความต้านทานต่อกระแสสลับของหูฟัง หน่วยโอห์ม (Ω)

Sensitivity (เซนซิทิวิตี): ความไวในการสร้างเสียงจากสัญญาณที่ได้รับ

Amplifier (แอมพลิไฟเออร์): ช่วยให้มีกำลังขับเพียงพอ

หูฟังที่มีค่า Ω สูงอาจต้องการแรงดันไฟฟ้ามากขึ้น แต่ต้องดูค่า Sensitivity และกำลังขับของอุปกรณ์ต้นทางร่วมด้วย ไม่ใช่ดูค่า Ω อย่างเดียว

8
New cards

Sensitivity Headphone 🎧

1. ความหมาย

Sensitivity (เซนซิทิวิตี) คือค่าความไวของหูฟังในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับให้เป็นเสียง โดยมักระบุเป็น dB/mW หรือ dB/V ทั้งสองหน่วยมีเงื่อนไขการวัดต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเทียบกันตรง ๆ โดยไม่ตรวจหน่วย


2. เข้าใจง่าย ๆ

สมมติว่าหูฟังสองรุ่นวัดด้วยเงื่อนไขเดียวกัน:

รุ่น A: 100 dB/mW

รุ่น B: 95 dB/mW

รุ่น A มี Sensitivity สูงกว่า จึงมีแนวโน้มให้เสียงดังกว่าเมื่อได้รับกำลังไฟฟ้าเท่ากัน


3. เกี่ยวข้องกับ Impedance อย่างไร?

Impedance (อิมพีแดนซ์): มีผลต่อความต้องการแรงดันและกระแสจากแหล่งสัญญาณ

Sensitivity (เซนซิทิวิตี): บอกว่าหูฟังสร้างเสียงได้มากเพียงใดเมื่อได้รับสัญญาณตามเงื่อนไขที่กำหนด

Headphone Amplifier (เฮดโฟน แอมพลิไฟเออร์): อาจจำเป็นเมื่ออุปกรณ์ต้นทางขับหูฟังได้ไม่ดังพอ

ดังนั้น หูฟังที่มี Impedance สูงไม่ได้แปลว่าจะต้องใช้แอมป์เสมอไป ต้องดู Sensitivity และกำลังขับร่วมกัน

9
New cards

Battery​ Bluetooth

Battery Life (แบตเตอรี่ ไลฟ์) คือระยะเวลาที่หูฟังใช้งานได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เช่น ผู้ผลิตระบุว่าใช้งานได้สูงสุด 30 ชั่วโมง

Charging Time (ชาร์จจิง ไทม์): ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จ

Fast Charging (ฟาสต์ชาร์จจิง): ชาร์จช่วงสั้น ๆ แล้วใช้งานต่อได้ตามเวลาที่ผู้ผลิตระบุ

Charging Case (ชาร์จจิง เคส): กล่องชาร์จของหูฟังแบบ True Wireless (ทรูไวร์เลส) ซึ่งช่วยชาร์จหูฟังระหว่างพกพา


Battery Capacity (แบตเตอรี่ คะแพซิตี) คือความจุของแบตเตอรี่ หรือพูดง่าย ๆ คือ ปริมาณประจุไฟฟ้าที่แบตเตอรี่เก็บไว้ได้ครับ 🔋

10
New cards

mAh

mAh (มิลลิแอมป์อาวร์) เป็นหน่วยบอกความจุแบตเตอรี่

ลองนึกภาพว่าแบตเตอรี่เป็นถังเก็บน้ำ

× ความจุแบตเตอรี่ = ขนาดถัง

× การใช้ไฟของหูฟัง = ปริมาณน้ำที่ไหลออก

× เวลาใช้งาน = ถังจะหมดช้าหรือเร็วแค่ไหน

11
New cards

mA

mA (มิลลิแอมป์ — milliampere) คือหน่วยวัด กระแสไฟฟ้า (Current — เคอร์เรนต์) ครับ

อธิบายง่าย ๆ คือ mA บอกว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่มากน้อยแค่ไหนในขณะหนึ่ง

1. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

นึกถึงน้ำที่ไหลผ่านท่อ

mA = อัตราการไหลของน้ำ ณ ขณะนั้น

mAh = ปริมาณน้ำที่สะสมหรือไหลรวมตามเวลา เปรียบเทียบแบบง่าย ๆ กับความจุแบตเตอรี่

12
New cards

Voltage​ Current​ Power

Voltage (โวลต์เทจ) = แรงดันไฟฟ้า

Current (เคอร์เรนต์) = กระแสไฟฟ้า

Power (พาวเวอร์) = กำลังไฟฟ้า


1. Voltage (โวลต์เทจ)

หน่วย: Volt (โวลต์, V)

แรงดันที่ผลักดันให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ เปรียบเหมือนแรงดันน้ำในท่อ


2. Current (เคอร์เรนต์)

หน่วย: Ampere (แอมแปร์, A) หรือ mA

ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหล เปรียบเหมือนปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท่อในแต่ละวินาที


3. Power (พาวเวอร์)

หน่วย: Watt (วัตต์, W)

อัตราการใช้หรือส่งผ่านพลังงานไฟฟ้า เปรียบเหมือนกำลังในการส่งน้ำ


13
New cards

หูฟัง​

Headphone

14
New cards

ครอบรอบใบหู

Over-ear (โอเวอร์เอียร์)

15
New cards

วางแนบอยู่บนใบหู​ โดยทั่วไปมีขนาดกะทัดรัดกว่าแบบครอบหู แต่บางคนอาจรู้สึกกดหูเมื่อใส่นาน

On-ear (ออนเอียร์)

16
New cards

สอดเข้าไปในช่องหูพกพาง่าย เหมาะกับโทรศัพท์และการเดินทาง

In-ear​ อินเอียร์

17
New cards

สวมโดยไม่ปิดช่องหูตามรูปแบบของรุ่น

เหมาะกับคนที่อยากรับรู้เสียงรอบตัวขณะฟังเสียงจากอุปกรณ์

Open-ear โอเพนเอียร์

18
New cards

เชื่อมต่อแบบไร้สาย ไม่ต้องเสียบสายเสียง แต่ต้องจับคู่กับอุปกรณ์และชาร์จแบตเตอรี่

Bluetooth (บลูทูท)

19
New cards

หูฟังไร้สายที่ใช้ตัวรับสัญญาณ (Receiver — รีซีฟเวอร์) ซึ่งมักเสียบ USB กับคอมพิวเตอร์ เหมาะกับหูฟังเกมมิงบางรุ่น

2.4 GHz Wireless

20
New cards

ตัวรับสัญญาณ ของ​ 2.4​ GHz​ Wireless​

Receiver — รีซีฟเวอร์)

21
New cards

ใช้ไมโครโฟนตรวจจับเสียงรบกวน แล้วสร้างสัญญาณเสียงเพื่อลดเสียงนั้น เหมาะกับเสียงต่อเนื่อง เช่น เสียงเครื่องยนต์หรือแอร์

Active​ Noise​ Canselling

22
New cards

ใช้รูปทรงและวัสดุของหูฟังช่วยกั้นเสียง เช่น จุกหูฟังที่แนบสนิทกับหู

Passive​ Noise​ Isolation

23
New cards

ในหูฟัง คือชุดกำเนิดเสียงที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นการสั่นสะเทือน แล้วทำให้อากาศเกิดคลื่นเสียงที่เราได้ยิน

Headphone​ Driver

24
New cards

ค่าที่บอกว่าหูฟังมีการขัดขวางกระแสไฟฟ้าสลับมากน้อยเพียงใด โดยวัดเป็น Ohm (โอห์ม, Ω)

Impedance (อิมพีแดนซ์)

25
New cards

อุปกรณ์ขยายสัญญาณเสียงช่วยให้มีกำลังขับเพียงพอสำหรับหูฟัง

Headphone Amplifier 🎧

26
New cards

คือค่าความไวของหูฟังในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับให้เป็นเสียง

Sensitivity​ haedphone

27
New cards

แบตเตอรี่​

Battery​ Bluetooth

28
New cards

คือระยะเวลาที่หูฟังใช้งานได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เช่น ผู้ผลิตระบุว่าใช้งานได้สูงสุด 30 ชั่วโมง

Battery Life

29
New cards

ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จ

Charging Time

30
New cards

ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จ

Fast Charging

31
New cards

Charging Case

กล่องชาร์จของหูฟังแบบ True Wireless (ทรูไวร์เลส) ซึ่งช่วยชาร์จหูฟังระหว่างพกพา

32
New cards

ความจุของแบตเตอรี่ หรือพูดง่าย ๆ คือ ปริมาณประจุไฟฟ้าที่แบตเตอรี่เก็บไว้ได้ครับ 🔋

Battery Capacity (แบตเตอรี่ คะแพซิตี)

33
New cards
<p>หูฟัง​แบบ​พกพา​ TWS</p>

หูฟัง​แบบ​พกพา​ TWS

True Wireless

34
New cards

(มิลลิแอมป์อาวร์) เป็นหน่วยบอกความจุแบตเตอรี่

mAh​

35
New cards

คือหน่วยวัด กระแสไฟฟ้า (Current —

เคอร์เรนต์)

mA (มิลลิแอมป์ — milliampere)

36
New cards

แรงดันไฟฟ้า

กระแสไฟฟ้า

กำลังไฟฟ้า

Voltage (โวลต์เทจ) = แรงดันไฟฟ้า​ V

หน่วย: Volt (โวลต์, V)


Current (เคอร์เรนต์) = กระแสไฟฟ้า​ A

หน่วย: Ampere (แอมแปร์, A) หรือ mA


Power (พาวเวอร์) = กำลังไฟฟ้า​ W

หน่วย: Watt (วัตต์, W)

37
New cards