Micro​phone​ Information Technology

0.0(0)
Studied by 0 people
call kaiCall Kai
learnLearn
examPractice Test
spaced repetitionSpaced Repetition
heart puzzleMatch
flashcardsFlashcards
GameKnowt Play
Card Sorting

1/19

encourage image

There's no tags or description

Looks like no tags are added yet.

Last updated 3:32 PM on 10/15/26
Name
Mastery
Learn
Test
Matching
Spaced
Call with Kai
Chat

No analytics yet

Send a link to your students to track their progress

20 Terms

1
New cards

Microphone​

1. Microphone คืออะไร?

Microphone (ไมโครโฟน) คืออุปกรณ์รับเสียง เช่น เสียงพูด เสียงร้องเพลง หรือเสียงเครื่องดนตรี แล้วแปลงเป็นสัญญาณเสียงเพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นำไปใช้งานได้

2. ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ประชุมออนไลน์และเรียนออนไลน์

พูดคุยผ่านเกม

อัดเสียง พากย์เสียง และร้องเพลง

บันทึกเสียงสำหรับทำวิดีโอหรือพอดแคสต์

2
New cards

ประเภทหลัก ๆ ของ Microphone

1. Dynamic Microphone (ไดนามิกไมโครโฟน)

มักใช้ร้องเพลง พูดบนเวที และงานที่ต้องการความทนทาน

โดยทั่วไปไม่ไวต่อเสียงเบา ๆ รอบข้างเท่าคอนเดนเซอร์บางรุ่น

ตัวอย่าง: ไมค์ร้องเพลงแบบถือ


2. Condenser Microphone (คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน)

มักเก็บรายละเอียดเสียงได้ดี

นิยมใช้บันทึกเสียงร้องเพลง พากย์เสียง และทำพอดแคสต์

บางรุ่นต้องใช้ไฟเลี้ยง เช่น Phantom Power (แฟนทอมพาวเวอร์)


3. USB Microphone (ยูเอสบีไมโครโฟน)

เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่าน USB

ติดตั้งและใช้งานง่ายในหลายรุ่น

เหมาะกับประชุมออนไลน์ สตรีมเกม และอัดเสียง

3
New cards

Polar Pattern

1. Omnidirectional (ออมนิไดเรกชันนัล)

รับเสียงได้รอบทิศทาง เหมาะกับการสนทนาหลายคนรอบโต๊ะ

2. Cardioid (คาร์ดิออยด์)

รับเสียงด้านหน้าได้ดี และลดเสียงจากด้านหลัง เหมาะกับการพูดหรือสตรีมเกมที่ต้องการเน้นเสียงคนพูด

3. Bidirectional (ไบไดเรกชันนัล)

รับเสียงจากด้านหน้าและด้านหลังเป็นหลัก เหมาะกับการสนทนาสองคนที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน

4
New cards

การเชื่อมต่อ Microphone

1. USB (ยูเอสบี)

เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงในหลายรุ่น

ติดตั้งง่าย เหมาะกับประชุมออนไลน์ สตรีมเกม และอัดเสียง

ตรวจสอบหัวต่อ USB-A หรือ USB-C และความเข้ากันได้

2. 3.5 mm (สามจุดห้ามิลลิเมตร)

ใช้ช่องเสียงของคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับ

หัวต่อบางแบบใช้สำหรับไมค์และหูฟังร่วมกัน

ต้องตรวจสอบชนิดหัวต่อและช่องเสียบให้ตรงกัน

3. XLR (เอ็กซ์แอลอาร์)

พบมากในงานเสียงจริงจัง เช่น สตูดิโอและงานแสดง

มักต่อเข้ากับ Audio Interface (ออดิโออินเทอร์เฟซ) หรือมิกเซอร์ก่อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์

ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์บางรุ่นต้องใช้ Phantom Power (แฟนทอมพาวเวอร์)


4. Wireless (ไวร์เลส) หรือไร้สาย

ส่งเสียงจากตัวไมค์ไปยังตัวรับสัญญาณ

เหมาะกับทำคลิป สัมภาษณ์ และการนำเสนอ

ต้องตรวจสอบว่าตัวรับเชื่อมต่อกับมืือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่



5
New cards

Audio Interface

Audio Interface (ออดิโออินเทอร์เฟซ) คืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไมโครโฟนหรือเครื่องดนตรีเข้ากับคอมพิวเตอร์ โดยแปลงสัญญาณเสียงให้คอมพิวเตอร์นำไปบันทึกหรือประมวลผลได้ และแปลงเสียงดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์กลับเป็นสัญญาณเสียงสำหรับหูฟังหรือลำโพง


ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

รับสัญญาณจากไมโครโฟน

แปลงสัญญาณเสียงให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้

ปรับระดับเสียงขาเข้า (Gain — เกน)

ส่งเสียงออกไปยังหูฟังหรือลำโพง

บางรุ่นจ่ายไฟ Phantom Power 48V ให้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ที่รองรับ


จำเป็นต้องซื้อทุกคนไหม?

ใช้ไมค์ USB ประชุมออนไลน์ทั่วไป: โดยมากไม่จำเป็น

ใช้ไมค์ XLR (เอ็กซ์แอลอาร์) บันทึกเสียง: มักต้องใช้ Audio Interface หรือมิกเซอร์ที่รองรับ

ทำเพลงหรือพอดแคสต์จริงจัง: มีประโยชน์ เพราะช่วยให้เชื่อมต่อและควบคุมเสียงได้สะดวก

6
New cards

Frequency Response

Frequency Response คือการแสดงว่าอุปกรณ์เสียงรับหรือถ่ายทอดเสียงแต่ละความถี่ได้มากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปแสดงเป็นกราฟหรือช่วงความถี่ หน่วยเป็น Hz (เฮิรตซ์) และ kHz (กิโลเฮิรตซ์)

2. เสียงแต่ละย่านต่างกันอย่างไร?

Low Frequency (โลว์ ฟรีเควนซี) — ความถี่ต่ำ เช่น เสียงทุ้มและเสียงเบส

Mid Frequency (มิด ฟรีเควนซี) — ความถี่กลาง เช่น เสียงพูดและเนื้อเสียงร้อง

High Frequency (ไฮ ฟรีเควนซี) — ความถี่สูง เช่น เสียงแหลมและรายละเอียดบางอย่างของเสียง

ตัวอย่างสเปก

หากไมโครโฟนระบุ 50 Hz–18 kHz หมายถึงช่วงความถี่ที่ผู้ผลิตระบุว่าไมโครโฟนตอบสนองได้ ไม่ได้หมายความว่าเสียงทุกความถี่จะดังเท่ากันหรือมีคุณภาพดีกว่าเสมอไป

4. ใช้ความรู้นี้แนะนำลูกค้าอย่างไร?

ใช้ Frequency Response เป็นข้อมูลประกอบการเลือกไมโครโฟน แต่ควรดูกราฟจริง ลักษณะเสียงที่ลูกค้าต้องการ และรีวิวร่วมด้วย เพราะช่วงความถี่กว้างกว่าไม่ได้แปลว่าเสียงดีกว่าเสมอไป

7
New cards

Gain

Gain ทำหน้าที่อะไร?

Gain (เกน) คือการปรับระดับการขยายสัญญาณเสียงที่รับเข้ามา เช่น สัญญาณจากไมโครโฟน เพื่อให้มีระดับเหมาะสมสำหรับการบันทึกหรือส่งต่อไปยังอุปกรณ์อื่น


ถ้าปรับ Gain สูงขึ้นจะเกิดอะไรขึ้น?

เสียงพูดอาจดังขึ้นและบันทึกได้ชัดขึ้น

ถ้าสูงเกินไป เสียงอาจแตกหรือเพี้ยนได้

เสียงรบกวนรอบข้างอาจเด่นขึ้นด้วย ไม่ได้หมายความว่า Gain สูงแล้วไมโครโฟนจะตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น


Gain ต่างจาก Volume อย่างไร?

Gain (เกน): ปรับระดับสัญญาณขาเข้า

Volume (วอลุ่ม): ปรับระดับความดังที่เราได้ยินจากหูฟังหรือลำโพง

ตัวอย่าง: ถ้าเสียงที่บันทึกเบาตั้งแต่ต้น การเพิ่ม Volume อย่างเดียวอาจทำให้เราได้ยินดังขึ้น แต่ไม่ได้แก้ระดับสัญญาณที่บันทึกมาเบาโดยตรง

8
New cards

Monitoring

Monitoring คืออะไร?

Monitoring คือการฟังหรือตรวจสอบเสียงระหว่างที่ไมโครโฟนกำลังรับเสียงหรือบันทึกเสียง เพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าเสียงที่เข้าไปเป็นอย่าง

ไร

Monitoring มีประโยชน์อย่างไร?

ฟังเสียงตัวเองขณะร้องเพลงหรือพูด

ตรวจสอบว่าเสียงเบา ดัง หรือแตกเกินไปหรือไม่

ช่วยให้ผู้ทำพอดแคสต์หรือสตรีมเกมควบคุมเสียงได้สะดวกขึ้น

คำที่ควรรู้

Headphone Monitoring (เฮดโฟน มอนิเทอริง): ฟังเสียงผ่านหูฟัง

Direct Monitoring (ไดเร็กต์ มอนิเทอริง): ฟังสัญญาณเสียงจากไมโครโฟนหรือออดิโออินเทอร์เฟซโดยตรง โดยทั่วไปช่วยลดความหน่วงของเสียง

Latency (เลเทนซี): ความหน่วงหรือระยะเวลาที่เสียงใช้เดินทางและประมวลผล

9
New cards

ไมค์

Microphone

10
New cards

ไมค์เก็บรายละเอียดได้มี

Condenser

11
New cards

ไมค์ที่ทนต่อเสียงรบกวน

Dynamic

12
New cards

รูปแบบการรับสัญญาณเสียง

Polar pattern

13
New cards

รูปแบบรับเสียงด้านหน้าเป็นหลัก

Cardioid

14
New cards

รับรองทิศทาง

Omnidirectional

15
New cards

รูปแบบเสียง ข้างหน้า/หลัง

Bidicertional

16
New cards

กล่อง เอฟ เสียง

Audio Interface

17
New cards

อุปกรณ์ขยายเสียง

Gain

18
New cards

ฟังชั่น​เสียงสัญญาณไมค์ผ่าน Head phone

Monitoring

19
New cards

หูฟัง

Head phone

20
New cards