ประเภทของรูปถ่ายทางอากาศ (Aerial Photograph)
- รูปถ่ายดิ่ง (vertical photograph)
- หมายถึง รูปถ่ายที่มีมุมของแกนกล้องเอียงไม่เกิน 3 องศาจากแนวดิ่ง
- นิยมใช้ในการทำแผนที่
- รูปถ่ายเฉียง (oblique photograph)
- หมายถึง รูปถ่ายที่แนวแกนกล้องอยู่ระหว่างเส้นตั้งฉากกับพื้นโลกและแนวขอบฟ้า
- สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ:
- รูปถ่ายเฉียงต่ำ
- หมายถึง ภาพที่ปรากฏแต่พื้นดินเต็มภาพแต่ไม่ปรากฏพื้นขอบฟ้า
- รูปถ่ายเฉียงสูง
- หมายถึง ภาพที่ปรากฏคลุมเนื้อที่กว้างแต่จะสังเกตุเห็นพื้นขอบฟ้าได้ในรูปถ่าย
- รูปถ่ายเฉียงต่ำ
การเปรียบเทียบระหว่างรูปถ่ายทางอากาศกับแผนที่
- ข้อดีของรูปถ่ายทางอากาศ:
- แสดงรายละเอียดได้มากกว่า
- รักษารูปร่างของรายละเอียดได้ดีกว่า
- มีความทันสมัยกว่า
- สามารถแสดงรายละเอียดบริเวณที่ไม่สามารถเข้าถึงได้
- ข้อเสียของรูปถ่ายทางอากาศ:
- มาตราส่วนไม่เท่ากันทั้งรูปถ่าย
- ไม่มีรายละเอียดขอบระวาง
- ไม่สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของทรวดทรงต่างๆ ได้ หากไม่มีเครื่องมือช่วย
- ผู้ใช้ต้องมีความชำนาญและรับการฝึกมามากพอสมควรเพื่อสามารถแปลความหมายได้
มาตราส่วนของรูปถ่าย (Photo Scale)
- = ระยะบนรูปถ่าย
- = ความยาวโฟกัส ระยะในภูมิประเทศ
- มาตราส่วนของรูปถ่ายทางอากาศ (Photo scale)
- มาตราส่วนของแผนที่ (Map Scale)
- ระยะเดียวกันในแผนที่ (Map Distance)
- ความสูงบิน (A.M.L)
ความคลาดเคลื่อนทางตำแหน่งของรูปถ่ายทางอากาศ
- สาเหตุของความคลาดเคลื่อน:
- ความสูงของภูมิประเทศไม่เท่ากัน
- การเอียงของกล้องขณะทำการถ่ายรูป
- ความบิดเบี้ยวของเลนส์
- ความไม่ราบเรียบของฟิล์มขณะทำการถ่ายรูปและขณะล้าง-พิมพ์รูปถ่าย
- การยืดหดของกระดาษอัดรูป
กล้องถ่ายรูปทางอากาศ (Aerial Camera)
- คุณลักษณะเบื้องต้นของกล้องถ่ายรูปทางอากาศ
- ชนิดของกล้องถ่ายรูปทางอากาศ
- องค์ประกอบที่สำคัญของกล้องถ่ายรูปทางอากาศ
- ระบบ GPS กับการถ่ายรูปทางอากาศ
กล้องถ่ายรูปแบบกรอบชนิดเลนส์เดียว (Single-Lens Frame Camera)
- เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการทำแผนที่ เนื่องจากให้ความถูกต้องทางเรขาคณิตสูงที่สุด
- เลนส์ของกล้องชนิดนี้จะถูกยึดให้คงที่กับระนาบของพื้นรับภาพ
- ฟิล์มมักจะอยู่กับที่และจะรับแสงพร้อมกัน
- Vacuum Back Platen
- เปิดหน้ากล้องเพียงครั้งเดียว
ประเภทของมุมทัศนียภาพกล้องถ่ายรูปทางอากาศ
- สามารถจำแนกได้อีก 4 ประเภทตามค่าของมุมทัศนียภาพ ดังนี้:
- แบบมุมแคบ (Narrow Angle)
- มีค่ามุมทัศนียภาพน้อยกว่า 60 องศา
- แบบมุมธรรมดา (Normal Angle)
- มีค่ามุมทัศนียภาพตั้งแต่ 60 แต่ไม่เกิน 75 องศา
- แบบมุมกว้าง (Wide Angle)
- มีค่ามุมทัศนียภาพตั้งแต่ 75 ถึง 100 องศา
- แบบมุมกว้างพิเศษ (Superwide Angle)
- มีค่ามุมทัศนียภาพตั้งแต่ 100 องศาขึ้นไป
- แบบมุมแคบ (Narrow Angle)
องค์ประกอบที่สำคัญของกล้องถ่ายรูปทางอากาศ
- กล่องบรรจุฟิล์ม (Magazine)
- ตัวกล้อง (Camera Body)
- ชิ้นส่วนของกรวยเลนส์ (Lens Cone Assembly)
- เลนส์ (Lens)
- ชัตเตอร์ (Shutter)
- แว่นกรองแสง (Filter)
- แท่นติดตั้งกล้อง (Suspension)
- เครื่องควบคุมการทำงานของกล้อง (Control Mechanism)
ฟิล์มถ่ายรูปทางอากาศ (Aerial Film)
- ส่วนประกอบของฟิล์มถ่ายรูปทางอากาศ (สีและขาว-ดำ)
- ชนิดของฟิล์มถ่ายรูปทางอากาศ (สีและขาว-ดำ)
- ความตัดกันของระดับสี (Contrast)
- ความไวแสง (Light Sensitivity)
- กระบวนการล้างฟิล์ม
ส่วนประกอบของฟิล์มถ่ายรูปทางอากาศ (สีและขาว-ดำ)
- ชั้นบนสุด (Protective Top Coat)
- ฉาบไว้ด้วยสารประเภท gelatin
- ป้องกันการขีดข่วน
- ชั้นสารไวแสง (Light Sensitive Emulsion)
- เคลือบด้วยสารจำพวก silver halide และ silver nitrate
- ซึ่งมีคุณสมบัติในการบันทึกภาพ
- ชั้นเนื้อฟิล์ม (Plastic Film Base)
- รองรับสารต่างๆ ที่ฉาบมีคุณสมบัติโปร่งแสง
- ชั้นล่าง (Antihalation Backing)
- ดูดกลืนแสงเพื่อป้องกันการสะท้อนกลับไปที่ชั้นสารไวแสง
ชนิดของฟิล์มถ่ายรูปทางอากาศ (สีและขาว-ดำ)
- ฟิล์มแพนโครมาติค (Panchromatic Black and White)
- ใช้ทั่วไป
- ความไวต่อช่วงคลื่นแสง 0.36 - 0.72 ไมครอน (Visible Light)
- ใช้ในการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดิน
- ฟิล์มอินฟาเรด (Infrared Black and White)
- ความไวต่อช่วงคลื่นแสง 0.3 - 0.9 ไมครอน
- ใช้ในการจำแนกลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาและประเภทของพืชพรรณ
- ฟิล์มสี (Color Film)
- คุณลักษณะคล้ายฟิล์มแพนโครมาติค
- ให้สีสรรคลักษณะภูมิประเภทจริงตามธรรมชาติ
- ฟิล์มสีเพี้ยน (False Color)
- ให้สีกลับกันกับฟิล์มสีธรรมชาติ
- ไวต่อช่วงคลื่นอินฟราเรดด้วย
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการวางแผนการบินถ่ายรูป
- วัตถุประสงค์ของการถ่ายภาพ
- มาตราส่วนภาพถ่าย
- ระดับบิน
- ส่วนซ้อน
- ส่วนเกย
- สภาพอากาศ
- ฤดูกาล
ความสูงบิน
- เครื่องวัดความสูงในเครื่องบินแสดงค่าความสูงเหนือระดับทะเลปานกลาง
- ค่าความสูงบินขณะถ่ายรูปเป็นค่าความสูงเฉลี่ยเหนือภูมิประเทศอ้างอิงกับระดับทะเลปานกลาง
- สูตรสำหรับการคำนวณความสูงบิน:
- = มาตราส่วนรูปถ่าย
- = ความยาวโฟกัส
- = ความสูงของเครื่องบิน
- = ความสูงเฉลี่ยเหนือภูมิประเทศ
ส่วนเกย (Sidelap Area)
- ระยะส่วนเกย:
การหาระยะห่างระหว่างแนวบิน
- สูตรการคำนวณ:
- = ระยะห่างระหว่างแนวบิน (เมตร, ฟุต)
- = ระยะบนภูมิประเทศ (เมตร, ฟุต)
- = ค่าของส่วนเกย (side lap)
จำนวนแนวบินและรูปถ่าย
- สูตรการคำนวณ:
- จำนวนแนวบิน = ด้านกว้างของพื้นที่โครงการ + 1
- จำนวนรูปถ่ายในแต่ละแนวบิน = ความยาวของพื้นที่โครงการ + 1
- จำนวนรูปถ่ายทั้งหมดในโครงการ = จำนวนรูปถ่ายในแต่ละแนวบิน x จำนวนแนวบิน
เทคโนโลยี LIDAR
- การส่งลำแสงเลเซอร์จากแหล่งกำเนิดแล้ววัดเวลาการสะท้อนกลับ
- เปลี่ยนเวลาเป็นระยะทาง
- ระบบ LIDAR ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลักในการทำแผนที่
- อุปกรณ์วัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ - LIDAR
- อุปกรณ์ปรับแก้ความถูกต้องทางตำแหน่ง - IMU
- อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม กำหนดตำแหน่ง - GPS
การทำงานระบบ LIDAR
- LIDAR วัดข้อมูลระยะวัตถุ
- GPS วัดข้อมูลทางตำแหน่งวัตถุ
- IMU วัดข้อมูลการปรับแก้ทางตำแหน่งของ LIDAR ขณะทำงาน
- นำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลคำนวณตำแหน่งและความสูงของพื้นที่สำรวจ
คุณสมบัติของระบบ LIDAR
- ความถูกต้องทางสูง 15 ซม. ที่ 90 % C.L.
- ทางราบ 1/3000 (ความสูง) ที่ 1 ซิกม่า
- รังวัดด้วย 5,000 - 70,000 ลำแสงทุกวินาที
- ใช้เวลาสั้นในการเก็บข้อมูลและประมวลผลสามารถสำรวจได้ 750 ตร.กม./วัน
- ทำงานเป็นอิสระต่อสภาพแสง สามารถทำงานได้ในสภาพเมฆและหมอกแดดเบาบาง
- แต่ละลำแสงเลเซอร์ที่สะท้อนกลับ เก็บข้อมูลเป็น 4 จุด ได้แก่ ยอดต้นไม้, กิ่งก้านต้นไม้, ลำต้น, และพื้นดิน
ผลผลิตจาก LIDAR และการใช้งาน
- สร้างแผนที่ภูมิประเทศที่ช่วงเส้นชั้นความสูง 1 - 10 ฟุต
- ทำแผนที่บริเวณน้ำท่วมและแนวชายฝั่ง
- ทำแผนที่หาปริมาตรดิน ขุดถม และทำเหมือง
- ทำแผนที่งานสาธารณูปโภค สายไฟฟ้า ท่อส่ง
- แผนที่ป่าไม้
- แผนที่ผังเมือง
สรุปการใช้งาน LIDAR
- ผลผลิต LIDAR ใช้ในการทำแผนที่มาตราส่วนใหญ่
- เป็นทางเลือกในการลดขั้นตอนการสำรวจภาคพื้นและการเขียนแผนที่
- ใช้ทำแผนที่ภาพถ่าย
- ทำแผนที่บริเวณที่ยากแก่การเข้าถึง
- เก็บข้อมูลได้ตลอดวันที่มีเมฆและหมอกแดดเล็กน้อย
- ประยุกต์ใช้งานได้ทั้งในกิจการทหารและพลเรือน
- การแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ