Le passé composé

Le Passé Composé คืออะไร? (Past Tense ที่จบแล้ว)

Passé Composé คือ "อดีตกาลที่จบไปแล้ว" ใช้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในอดีตอย่างชัดเจน เหมือนกับการใช้คำว่า "ได้ทำ…" ในภาษาไทย หรือ "has/have done" ในภาษาอังกฤษนั่นเอง

  • สูตรลับง่ายๆ:
    ประธาน+กริยาช่วย (avoir/eˆtre) ที่ผันแล้ว+กริยาหลักในรูป participe passeˊ\text{ประธาน} + \text{กริยาช่วย (avoir/être) ที่ผันแล้ว} + \text{กริยาหลักในรูป participe passé}
    (กริยาหลักที่ถูกเปลี่ยนรูปไปแล้ว เช่น parler -> parlé, finir -> fini)

  • ตัวอย่าง (แบบบอกเล่า):

    • jai  parleˊj'ai\;parlé (ฉันได้พูดไปแล้ว)

    • jai  finij'ai\;fini (ฉันได้ทำเสร็จแล้ว)

    • je  suis  partije\;suis\;parti (ฉันได้จากไปแล้ว - ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / je  suis  partieje\;suis\;partie (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง)

  • ตัวอย่าง (แบบปฏิเสธ): แค่ใส่ ne    pasne\;…\;pas คร่อมกริยาช่วย

    • je  nai  pas  parleˊje\;n'ai\;pas\;parlé (ฉันไม่ได้พูด)

    • je  ne  suis  pas  partije\;ne\;suis\;pas\;parti (ฉันไม่ได้จากไป)

กริยาช่วย (Les auxiliaires): เลือกใช้ avoir หรือ être?
  • "avoir" (แปลว่า "มี" หรือ "to have"):

    • ใช้กับกริยา ส่วนใหญ่ (คือเกือบทุกตัว) ให้ท่องไว้ว่าถ้าไม่ใช่กลุ่มพิเศษ ก็ใช้ avoir ได้เลย

  • "être" (แปลว่า "เป็น/อยู่/คือ" หรือ "to be"):

    • ใช้กับกริยากลุ่มพิเศษที่แสดง การเคลื่อนที่ หรือ การเปลี่ยนสภาพ (เหมือนเกิดไปตาย)

    • มีคำย่อที่ช่วยจำคือ MRS VAN DER TRAMP (ไม่ใช่คำจริง แต่เป็นตัวช่วยจำ):

      • MM = Monter (ขึ้น)

      • RR = Rester (อยู่)

      • SS = Sortir (ออกไป)

      • VV = Venir (มา)

      • AA = Aller (ไป)

      • NN = Naître (เกิด)

      • DD = Descendre (ลง)

      • EE = Entrer (เข้าไป)

      • RR = Rentrer (กลับเข้า)

      • TT = Tomber (ตกลงมา)

      • RR = Retourner (กลับไป)

      • AA = Arriver (มาถึง)

      • MM = Mourir / Décéder (ตาย)

      • PP = Partir (จากไป)

    • กริยา Prénominaux (กริยาที่มี se/sse/s' นำหน้า):

      • เช่น se  laverse\;laver (ล้างตัวเอง), se  promenerse\;promener (เดินเล่น)

      • กริยากลุ่มนี้ ทุกคำ ใช้ être เสมอ

กริยาที่ปกติใช้ ÊTRE แต่อาจใช้ AVOIR ได้เมื่อมีกรรมตรง (COD)
  • กริยาบางตัวในกลุ่มเคลื่อนที่ (เช่น monter, descendre, entrer, sortir, passer, retourner)

    • ถ้า ไม่มีกรรมตรง ตามหลัง (ไม่ได้บอกว่าทำอะไรกับสิ่งที่เคลื่อนที่) → ใช้ "être"

    • ถ้า มีกรรมตรง (COD) ตามหลัง (บอกว่าเคลื่อนที่อะไรออกไป หรือใช้เวลาอะไรไป) → ให้เปลี่ยนไปใช้ "avoir"

  • ตัวอย่าง:

    • Il  est  sorti  de  la  maisonIl\;est\;sorti\;de\;la\;maison (เขาเดินออกจากบ้าน - ไม่มี COD)

    • vs Il  a  sorti  la  voiture  du  garageIl\;a\;sorti\;la\;voiture\;du\;garage (เขาเอารถออกจากโรงรถ - มี COD คือ "la voiture" รถยนต์)

    • Nous  sommes  passeˊs  par  BloisNous\;sommes\;passés\;par\;Blois (เราผ่านเมือง Blois - ไม่มี COD)

    • vs Nous  avons  passeˊ  lapreˋsmidi  aˋ  visiter  le  cha^teauNous\;avons\;passé\;l'après-midi\;à\;visiter\;le\;château (เราใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเที่ยวชมปราสาท - มี COD คือ "l'après-midi" ช่วงบ่าย)

การใช้กริยา PRONOMINAUX (กริยาที่มี se/sse/s')
  • รูปบอกเล่า:

    • Je  me  suis  promeneˊJe\;me\;suis\;promené (ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / promeneˊepromenée (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง) (ฉันได้ไปเดินเล่น)

  • รูปปฏิเสธ:

    • Je  ne  me  suis  pas  promeneˊJe\;ne\;me\;suis\;pas\;promené (ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / promeneˊepromenée (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง) (ฉันไม่ได้ไปเดินเล่น)

เราใช้ Passé Composé ตอนไหนบ้าง?

A. การกระทำที่จบไปแล้ว ณ เวลาที่ชัดเจนในอดีต

  • ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงไปแล้ว โดยมีเวลาหรือจุดสิ้นสุดชัดเจน

    • Questce  que  vous  avez  fait  hier?Qu'est-ce\;que\;vous\;avez\;fait\;hier? (เมื่อวานคุณทำอะไร?)

    • Je  suis  neˊ(e)  le  16  aou^t  1958.Je\;suis\;né(e)\;le\;16\;août\;1958. (ฉันเกิดวันที่ 16 สิงหาคม 1958)

    • Ma  voisine  a  eu  un  beˊbeˊ  il  y  a  trois  mois.Ma\;voisine\;a\;eu\;un\;bébé\;il\;y\;a\;trois\;mois. (เพื่อนบ้านของฉันมีลูกเมื่อสามเดือนที่แล้ว)

B. การเล่าลำดับเหตุการณ์ (Succession)

  • ใช้เมื่อต้องการเล่าเรื่องราวที่เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นขั้นตอน

  • คำเชื่อมที่พบบ่อย: d'abord (อันดับแรก), puis (จากนั้น), ensuite (ถัดมา), enfin (ในที่สุด), alors (ดังนั้น), tout à coup (ทันใดนั้น), soudain (จู่ๆ)

  • ตัวอย่าง: โจรได้เดินไป…เขาได้เปิด…เขาได้หยิบ…เขาได้ผ่านไป…เขาได้ดื่ม…ในที่สุด เขาก็ออกไป.

C. การกระทำ/สถานการณ์ที่มีช่วงเวลาจำกัดในอดีต

  • ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต และช่วงเวลานั้นได้จบลงแล้ว

    • Ils  ont  habiteˊ  pendant  quatre  ans  au  Japon.Ils\;ont\;habité\;pendant\;quatre\;ans\;au\;Japon. (พวกเขาเคยอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาสี่ปี - ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว)

    • Hier,  il  a  plu  toute  la  journeˊe.Hier,\;il\;a\;plu\;toute\;la\;journée. (เมื่อวานฝนตกตลอดทั้งวัน - ตอนนี้ฝนหยุดแล้ว)

D. เหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและมีผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

  • ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวเนื่องมาถึงปัจจุบัน

    • Marianne  utilise  encore  la  voiture  que  ses  parents  lui  ont  donneˊe  il  y  a  5  ans.Marianne\;utilise\;encore\;la\;voiture\;que\;ses\;parents\;lui\;ont\;donnée\;il\;y\;a\;5\;ans. (มาเรียนน์ยังคงใช้รถยนต์ที่พ่อแม่ให้เธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว - รถยนต์ยังถูกใช้อยู่จนถึงตอนนี้)

    • Julie  dort  encore  parce  quelle  a  danseˊ  toute  la  nuit.Julie\;dort\;encore\;parce\;qu'elle\;a\;dansé\;toute\;la\;nuit. (จูลี่ย์ยังคงนอนอยู่ เพราะเธอเต้นรำมาทั้งคืน - เหตุผลที่ยังนอนอยู่คือการเต้นก่อนหน้านี้)

คำ/วลีบอกเวลาที่พบบ่อย
  • hierhier (เมื่อวาน), hier  matinhier\;matin (เมื่อเช้า), hier  soirhier\;soir (เมื่อคืน), avanthieravant-hier (เมื่อวานซืน)

  • lundi  dernierlundi\;dernier (วันจันทร์ที่แล้ว), la  semaine  dernieˋrela\;semaine\;dernière (สัปดาห์ที่แล้ว), le  mois  dernierle\;mois\;dernier (เดือนที่แล้ว), lanneˊe  dernieˋrel'année\;dernière (ปีที่แล้ว)

  • ce  matince\;matin (เมื่อเช้านี้), tout  aˋ  lheuretout\;à\;l'heure (เมื่อสักครู่)

  • il  y  a  +  ระยะเวลาil\;y\;a\;+\;ระยะเวลา (แปลว่า "เมื่อ…ที่แล้ว") เช่น Il  y  a  trois  moisIl\;y\;a\;trois\;mois (เมื่อสามเดือนที่แล้ว)

  • ข้อควรระวัง:

    • depuis  +  ระยะเวลา/จุดเวลาdepuis\;+\;ระยะเวลา/จุดเวลา (แปลว่า "ตั้งแต่") มักจะใช้กับ กาลปัจจุบัน เมื่อเหตุการณ์ยังดำเนินอยู่

    • เช่น Il  y  a  10  ans  que  nous  habitons  ici.Il\;y\;a\;10\;ans\;que\;nous\;habitons\;ici. = Nous  habitons  ici  depuis  10  ans.Nous\;habitons\;ici\;depuis\;10\;ans. (เราอาศัยอยู่ที่นี่มา 10 ปีแล้ว - ยังคงอาศัยอยู่)

กฎการตกลง (ACCORD) ของ PARTICIPE PASSÉ: ใส่ -e, -s, -es เพิ่มเมื่อไหร่?

การ "ตกลง" ของ participe passé หมายถึงการเปลี่ยนรูปกริยาให้เข้ากับเพศ (ชาย/หญิง) และพจน์ (เอกพจน์/พหูพจน์) ของคำนามที่เกี่ยวข้อง คล้ายกับการผันคำคุณศัพท์นั่นเอง

1. Participe Passé ที่ไม่มีกริยาช่วย (ทำหน้าที่เหมือนคุณศัพท์)

  • ถ้า participe passé ไม่ได้อยู่กับ avoir หรือ être แต่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์บรรยายคำนาม มันจะตกลงเพศ-พจน์กับคำนามนั้นเสมอ

    • เช่น semble  fatigueˊsemble\;fatigué (ดูเหนื่อย - ถ้าผู้ชาย) / fatigueˊefatiguée (ดูเหนื่อย - ถ้าผู้หญิง) / fatigueˊsfatigués (ดูเหนื่อย - ถ้าหลายคน)

2. กับ ÊTRE (กริยาช่วย être)

  • ถ้ากริยาช่วยคือ "être" participe passé จะต้องตกลงเพศ-พจน์กับ ประธาน เสมอ (ไม่ว่าประโยคจะเป็น Active, Passive)

  • เหมือนกับการสวมเสื้อผ้าให้เข้ากับคนใส่ ผู้ชายก็ใส่แบบผู้ชาย ผู้หญิงก็ใส่แบบผู้หญิง หลายคนก็ใส่แบบหลายคน

    • Nous  ne  sommes  pas  sortis.Nous\;ne\;sommes\;pas\;sortis. (พวกเราไม่ได้ออกไป - ถ้าประธานเป็นผู้ชายหลายคน)

    • Les  arbres  sont  tombeˊsLes\;arbres\;sont\;tombés (ต้นไม้ได้ล้มลง - ต้นไม้หลายต้น) / ont  eˊteˊ  deˊracineˊsont\;été\;déracinés (ถูกถอนรากถอนโคน - ต้นไม้หลายต้น)

3. กับ AVOIR (กริยาช่วย avoir)

  • โดยปกติแล้ว ถ้ากริยาช่วยคือ "avoir" participe passé จะ ไม่ตกลงกับประธาน

    • เช่น Jai  parleˊJ'ai\;parlé (ฉันพูดแล้ว) - ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ใช้ parlé เหมือนเดิม

  • ยกเว้นสำคัญ: Participe passé จะตกลงเพศ-พจน์กับ กรรมตรง (COD) ก็ต่อเมื่อกรรมตรงนั้นอยู่ ข้างหน้า กริยา

    • COD คือ กรรมที่ถูกกระทำโดยตรง "ใครถูกทำ" หรือ "อะไรถูกทำ"

    • ตัวอย่าง:

      • Ils  ont  retrouveˊ  la  cabane  quils  avaient  construite.Ils\;ont\;retrouvé\;la\;cabane\;qu'ils\;avaient\;construite. (พวกเขาเจอห้องโดยสารที่พวกเขาได้สร้างไว้) - "la cabane" (ห้องโดยสาร) เป็น COD และอยู่ข้างหน้ากริยา "avaient construite" ทำให้ "construite" ต้องเติม ee เพราะ "cabane" เป็นเพศหญิง

      • Cette  commode,  il  la  trouveˊe.Cette\;commode,\;il\;l'a\;trouvée. (ตู้ลิ้นชักนี้ เขาเจอแล้ว) - "l'" ในที่นี้แทน "la commode" (ตู้ลิ้นชัก) ซึ่งเป็น COD เพศหญิง และอยู่ข้างหน้ากริยา "a trouvée" ทำให้ "trouvée" ต้องเติม ee

  • ยกเว้น l' (neutral):

    • ถ้า "l'" หมายถึง "เรื่องนั้น" หรือ "สิ่งนั้น" ซึ่งไม่ใช่คำนามที่มีเพศชัดเจน (เป็นกลาง) participe passé จะไม่ตกลงเลย

    • Je  ne  lai  pas  suJe\;ne\;l'ai\;pas\;su (ฉันไม่รู้เรื่องนั้น) - "su" ไม่มี ee หรือ ss เพิ่ม

4. Verbes pronominaux (กริยาที่มี se/sse/s') – กฎการตกลงที่ซับซ้อนขึ้น

  • ในกริยากลุ่มนี้ "se" สามารถเป็นได้ทั้งกรรมตรง (COD) หรือกรรมรอง (COI) ซึ่งส่งผลต่อการตกลง

  • ถ้า "se" = COD (กรรมตรง):

    • หมายถึงประธานทำสิ่งนั้นกับตัวเองโดยตรง (เช่น ล้างตัวเอง, ยกตัวเอง) → Participe passé จะตกลงเพศ-พจน์กับประธาน

    • Nadine  sest  leveˊe.Nadine\;s'est\;levée. (นาดีนลุกขึ้นเอง) - "se" แทนนาดีน (ที่ถูกยกขึ้นเอง) เป็น COD ดังนั้น "levée" ตกลงกับนาดีน (หญิง)

    • Nadine  sest  laveˊe.Nadine\;s'est\;lavée. (นาดีนล้างตัวเอง) - "se" แทนนาดีน (ที่ถูกล้าง) เป็น COD ดังนั้น "lavée" ตกลงกับนาดีน (หญิง)

    • Ils  se  sont  regardeˊs.Ils\;se\;sont\;regardés. (พวกเขามองหน้ากันและกัน) - "se" แทนคนสองคนที่มองกัน เป็น COD ดังนั้น "regardés" ตกลงกับ "ils" (ชาย/หลายคน)

  • ถ้า "se" = COI (กรรมรอง):

    • หมายถึงประธานทำสิ่งนั้น ให้ตัวเอง หรือ เกี่ยวกับตัวเอง โดยมีกรรมตรงอื่นปรากฏอยู่แล้ว หรือกริยาตัวนั้นต้องการกรรมรอง → Participe passé จะ ไม่ตกลง

    • Nadine  sest  laveˊ  les  cheveux.Nadine\;s'est\;lavé\;les\;cheveux. (นาดีนสระผมตัวเอง) - "les cheveux" (ผม) คือกรรมตรงที่ถูกล้างโดยตรง ส่วน "se" คือทำเพื่อตัวเอง (COI) ดังนั้น "lavé" ไม่ตกลง

    • Nadine  et  Paul  se  sont  teˊleˊphoneˊ.Nadine\;et\;Paul\;se\;sont\;téléphoné. (นาดีนกับปอลโทรหากัน) - กริยา "téléphoner" ต้องการกรรมรอง (โทร ถึง ใคร) ดังนั้น "se" เป็น COI → "téléphoné" ไม่ตกลง

    • Nadine  sest  acheteˊ  une  voiture.Nadine\;s'est\;acheté\;une\;voiture. (นาดีนซื้อรถให้ตัวเอง) - "une voiture" (รถยนต์) คือกรรมตรงที่ถูกซื้อ ส่วน "se" คือซื้อให้ตัวเอง (COI) → "acheté" ไม่ตกลง

5. Participe Passé ที่ตามด้วย Infinitive (กริยาอีกตัวในรูปไม่ผัน)

  • กฎนี้จะยากหน่อย มักใช้กับกริยาที่แสดงการรับรู้ (เช่น voir-เห็น, entendre-ได้ยิน) ที่ตามด้วยกริยาตัวที่สอง (infinitive)

  • ตกลง ถ้ากรรมตรง (COD) เป็นกรรมของ กริยาที่ถูกผัน (ตัวแรก)

    • Cette  actrice,  je  lai  vue  jouerCette\;actrice,\;je\;l'ai\;vue\;jouer… (นักแสดงหญิงคนนี้ ฉันเห็นเธอแสดง)

      • "l'" (แทน "cette actrice" ซึ่งเป็นผู้หญิง) เป็นกรรมที่ถูกเห็นของกริยา "ai vue" (ฉันเห็น ใคร? เห็น เธอ) ดังนั้น "vue" ต้องตกลงเพศหญิงกับ "l'"

  • ไม่ตกลง ถ้ากรรมตรง (COD) เป็นกรรมของ infinitive (กริยาตัวหลังที่ไม่ผัน)

    • Cette  pieˋce,  je  lai  vu  jouerCette\;pièce,\;je\;l'ai\;vu\;jouer… (ละครเรื่องนี้ ฉันเห็นมันถูกแสดง)

      • "l'" (แทน "cette pièce" ซึ่งเป็นละคร) ไม่ได้เป็นกรรมของ "ai vu" โดยตรง แต่ "l'" เป็นกรรมที่ถูกแสดงของกริยา "jouer" (แสดง อะไร? แสดง ละคร) ดังนั้น "vu" ไม่ตกลง

6. Invariabilité ของ FAIRE / LAISSER + Infinitive (กริยา faire/laisser ตามด้วย infinitive)

  • กริยาเหล่านี้มีกฎเฉพาะตัวเมื่อตามด้วย infinitive

  • FAIRE + infinitive: ไม่เคย ตกลงเลย ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม แม้จะเป็นรูป pronominal (มี se/s') ก็ตาม

    • quil  a  fait  acheter…qu'il\;a\;fait\;acheter… (ที่เขาให้ซื้อ/จ่ายเงินซื้อ…) - "fait" ไม่มีการเติม ee หรือ ss

    • Elles  se  sont  fait  construireElles\;se\;sont\;fait\;construire… (พวกเธอให้สร้าง/สร้างให้ตัวเอง…) - "fait" ก็ยังคงเดิม ไม่ว่าประธานจะเป็นหญิงหรือพหูพจน์

  • LAISSER + infinitive: โดยทั่วไปก็ ไม่ตกลง เหมือนกัน

    • แต่ "ถ้า" กรรมตรง (COD) เป็นประธานของ infinitive (คือเป็นคนหรือสิ่งที่ทำกริยา infinitive นั้น) → Participe passé อาจจะตกลงได้ (เป็นกรณีพิเศษที่ไม่ค่อยพบ)

      • Je  les  ai  laisseˊs  partir.Je\;les\;ai\;laissés\;partir. (ฉันปล่อยให้พวกเขาไป) - "les" (พวกเขา) คือประธานของ "partir" (พวกเขาไป) ดังนั้น "laissés" อาจจะตกลงกับ "les" (ชาย/หลายคน)

      • Elle  sest  laisseˊe  maigrir.Elle\;s'est\;laissée\;maigrir. (เธอปล่อยให้ตัวเองผอมลง) - "se" (ตัวเอง) คือประธานของ "maigrir" (ผอมลง) ดังนั้น "laissée" อาจจะตกลงกับ "se" (หญิง)

  • เมื่อ faire / laisser ถูกใช้ "เดี่ยวๆ" (ไม่ได้ตามด้วย infinitive):

    • พวกมันจะกลับไปใช้กฎปกติของกริยาช่วย avoir (ตกลงกับกรรมตรงที่อยู่ข้างหน้า)

    • Lerreur  quelle  a  faite.L'erreur\;qu'elle\;a\;faite. (ความผิดพลาดที่เธอได้ทำ) - "l'erreur" เป็น COD อยู่ข้างหน้า → "faite" ตกลง

    • Ces  pommes,  elle  les  a  laisseˊes.Ces\;pommes,\;elle\;les\;a\;laissées. (แอปเปิลพวกนี้ เธอได้ทิ้งไว้) - "les" เป็น COD อยู่ข้างหน้า → "laissées" ตกลง

  • สำนวนคงที่:

    • Elle  sest  fait  mal.Elle\;s'est\;fait\;mal. (เธอทำร้ายตัวเอง/เจ็บตัว) - ในที่นี้ "se" เป็นกรรมรอง (COI) จึงไม่ตกลง ทำให้ "fait" คงที่เสมอ

สรุปแนวคิดสำคัญ (ให้จำไว้)
  • 1. เลือกกริยาช่วยให้ถูก:

    • ส่วนใหญ่ใช้ "avoir"

    • "être" ใช้กับกลุ่มกริยาเคลื่อนที่ (MRS VAN DER TRAMP) และกริยาที่มี se/sse/s'

  • 2. ตรวจดูว่ามีกรรมตรง (COD) อยู่ข้างหน้าไหม ถ้ากริยาช่วยเป็น "avoir" เพื่อการตกลง Participe Passé

  • 3. แยกแยะให้ได้ว่า "se" ในกริยา pronominaux เป็น COD หรือ COI เพราะมีผลต่อการตกลง

  • 4. ระวังกฎพิเศษของ participe passé ที่ตามด้วย infinitive และกฎของ faire