Le passé composé
Le Passé Composé คืออะไร? (Past Tense ที่จบแล้ว)
Passé Composé คือ "อดีตกาลที่จบไปแล้ว" ใช้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในอดีตอย่างชัดเจน เหมือนกับการใช้คำว่า "ได้ทำ…" ในภาษาไทย หรือ "has/have done" ในภาษาอังกฤษนั่นเอง
สูตรลับง่ายๆ:
(กริยาหลักที่ถูกเปลี่ยนรูปไปแล้ว เช่น parler -> parlé, finir -> fini)ตัวอย่าง (แบบบอกเล่า):
(ฉันได้พูดไปแล้ว)
(ฉันได้ทำเสร็จแล้ว)
(ฉันได้จากไปแล้ว - ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง)
ตัวอย่าง (แบบปฏิเสธ): แค่ใส่ คร่อมกริยาช่วย
(ฉันไม่ได้พูด)
(ฉันไม่ได้จากไป)
กริยาช่วย (Les auxiliaires): เลือกใช้ avoir หรือ être?
"avoir" (แปลว่า "มี" หรือ "to have"):
ใช้กับกริยา ส่วนใหญ่ (คือเกือบทุกตัว) ให้ท่องไว้ว่าถ้าไม่ใช่กลุ่มพิเศษ ก็ใช้ avoir ได้เลย
"être" (แปลว่า "เป็น/อยู่/คือ" หรือ "to be"):
ใช้กับกริยากลุ่มพิเศษที่แสดง การเคลื่อนที่ หรือ การเปลี่ยนสภาพ (เหมือนเกิดไปตาย)
มีคำย่อที่ช่วยจำคือ MRS VAN DER TRAMP (ไม่ใช่คำจริง แต่เป็นตัวช่วยจำ):
= Monter (ขึ้น)
= Rester (อยู่)
= Sortir (ออกไป)
= Venir (มา)
= Aller (ไป)
= Naître (เกิด)
= Descendre (ลง)
= Entrer (เข้าไป)
= Rentrer (กลับเข้า)
= Tomber (ตกลงมา)
= Retourner (กลับไป)
= Arriver (มาถึง)
= Mourir / Décéder (ตาย)
= Partir (จากไป)
กริยา Prénominaux (กริยาที่มี นำหน้า):
เช่น (ล้างตัวเอง), (เดินเล่น)
กริยากลุ่มนี้ ทุกคำ ใช้ être เสมอ
กริยาที่ปกติใช้ ÊTRE แต่อาจใช้ AVOIR ได้เมื่อมีกรรมตรง (COD)
กริยาบางตัวในกลุ่มเคลื่อนที่ (เช่น monter, descendre, entrer, sortir, passer, retourner)
ถ้า ไม่มีกรรมตรง ตามหลัง (ไม่ได้บอกว่าทำอะไรกับสิ่งที่เคลื่อนที่) → ใช้ "être"
ถ้า มีกรรมตรง (COD) ตามหลัง (บอกว่าเคลื่อนที่อะไรออกไป หรือใช้เวลาอะไรไป) → ให้เปลี่ยนไปใช้ "avoir"
ตัวอย่าง:
(เขาเดินออกจากบ้าน - ไม่มี COD)
vs (เขาเอารถออกจากโรงรถ - มี COD คือ "la voiture" รถยนต์)
(เราผ่านเมือง Blois - ไม่มี COD)
vs (เราใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเที่ยวชมปราสาท - มี COD คือ "l'après-midi" ช่วงบ่าย)
การใช้กริยา PRONOMINAUX (กริยาที่มี )
รูปบอกเล่า:
(ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง) (ฉันได้ไปเดินเล่น)
รูปปฏิเสธ:
(ถ้าผู้พูดเป็นชาย) / (ถ้าผู้พูดเป็นหญิง) (ฉันไม่ได้ไปเดินเล่น)
เราใช้ Passé Composé ตอนไหนบ้าง?
A. การกระทำที่จบไปแล้ว ณ เวลาที่ชัดเจนในอดีต
ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงไปแล้ว โดยมีเวลาหรือจุดสิ้นสุดชัดเจน
(เมื่อวานคุณทำอะไร?)
(ฉันเกิดวันที่ 16 สิงหาคม 1958)
(เพื่อนบ้านของฉันมีลูกเมื่อสามเดือนที่แล้ว)
B. การเล่าลำดับเหตุการณ์ (Succession)
ใช้เมื่อต้องการเล่าเรื่องราวที่เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นขั้นตอน
คำเชื่อมที่พบบ่อย: d'abord (อันดับแรก), puis (จากนั้น), ensuite (ถัดมา), enfin (ในที่สุด), alors (ดังนั้น), tout à coup (ทันใดนั้น), soudain (จู่ๆ)
ตัวอย่าง: โจรได้เดินไป…เขาได้เปิด…เขาได้หยิบ…เขาได้ผ่านไป…เขาได้ดื่ม…ในที่สุด เขาก็ออกไป.
C. การกระทำ/สถานการณ์ที่มีช่วงเวลาจำกัดในอดีต
ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต และช่วงเวลานั้นได้จบลงแล้ว
(พวกเขาเคยอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาสี่ปี - ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว)
(เมื่อวานฝนตกตลอดทั้งวัน - ตอนนี้ฝนหยุดแล้ว)
D. เหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและมีผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลกระทบหรือมีความเกี่ยวเนื่องมาถึงปัจจุบัน
(มาเรียนน์ยังคงใช้รถยนต์ที่พ่อแม่ให้เธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว - รถยนต์ยังถูกใช้อยู่จนถึงตอนนี้)
(จูลี่ย์ยังคงนอนอยู่ เพราะเธอเต้นรำมาทั้งคืน - เหตุผลที่ยังนอนอยู่คือการเต้นก่อนหน้านี้)
คำ/วลีบอกเวลาที่พบบ่อย
(เมื่อวาน), (เมื่อเช้า), (เมื่อคืน), (เมื่อวานซืน)
(วันจันทร์ที่แล้ว), (สัปดาห์ที่แล้ว), (เดือนที่แล้ว), (ปีที่แล้ว)
(เมื่อเช้านี้), (เมื่อสักครู่)
(แปลว่า "เมื่อ…ที่แล้ว") เช่น (เมื่อสามเดือนที่แล้ว)
ข้อควรระวัง:
(แปลว่า "ตั้งแต่") มักจะใช้กับ กาลปัจจุบัน เมื่อเหตุการณ์ยังดำเนินอยู่
เช่น = (เราอาศัยอยู่ที่นี่มา 10 ปีแล้ว - ยังคงอาศัยอยู่)
กฎการตกลง (ACCORD) ของ PARTICIPE PASSÉ: ใส่ -e, -s, -es เพิ่มเมื่อไหร่?
การ "ตกลง" ของ participe passé หมายถึงการเปลี่ยนรูปกริยาให้เข้ากับเพศ (ชาย/หญิง) และพจน์ (เอกพจน์/พหูพจน์) ของคำนามที่เกี่ยวข้อง คล้ายกับการผันคำคุณศัพท์นั่นเอง
1. Participe Passé ที่ไม่มีกริยาช่วย (ทำหน้าที่เหมือนคุณศัพท์)
ถ้า participe passé ไม่ได้อยู่กับ avoir หรือ être แต่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์บรรยายคำนาม มันจะตกลงเพศ-พจน์กับคำนามนั้นเสมอ
เช่น (ดูเหนื่อย - ถ้าผู้ชาย) / (ดูเหนื่อย - ถ้าผู้หญิง) / (ดูเหนื่อย - ถ้าหลายคน)
2. กับ ÊTRE (กริยาช่วย être)
ถ้ากริยาช่วยคือ "être" participe passé จะต้องตกลงเพศ-พจน์กับ ประธาน เสมอ (ไม่ว่าประโยคจะเป็น Active, Passive)
เหมือนกับการสวมเสื้อผ้าให้เข้ากับคนใส่ ผู้ชายก็ใส่แบบผู้ชาย ผู้หญิงก็ใส่แบบผู้หญิง หลายคนก็ใส่แบบหลายคน
(พวกเราไม่ได้ออกไป - ถ้าประธานเป็นผู้ชายหลายคน)
(ต้นไม้ได้ล้มลง - ต้นไม้หลายต้น) / (ถูกถอนรากถอนโคน - ต้นไม้หลายต้น)
3. กับ AVOIR (กริยาช่วย avoir)
โดยปกติแล้ว ถ้ากริยาช่วยคือ "avoir" participe passé จะ ไม่ตกลงกับประธาน
เช่น (ฉันพูดแล้ว) - ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ใช้ parlé เหมือนเดิม
ยกเว้นสำคัญ: Participe passé จะตกลงเพศ-พจน์กับ กรรมตรง (COD) ก็ต่อเมื่อกรรมตรงนั้นอยู่ ข้างหน้า กริยา
COD คือ กรรมที่ถูกกระทำโดยตรง "ใครถูกทำ" หรือ "อะไรถูกทำ"
ตัวอย่าง:
(พวกเขาเจอห้องโดยสารที่พวกเขาได้สร้างไว้) - "la cabane" (ห้องโดยสาร) เป็น COD และอยู่ข้างหน้ากริยา "avaient construite" ทำให้ "construite" ต้องเติม เพราะ "cabane" เป็นเพศหญิง
(ตู้ลิ้นชักนี้ เขาเจอแล้ว) - "l'" ในที่นี้แทน "la commode" (ตู้ลิ้นชัก) ซึ่งเป็น COD เพศหญิง และอยู่ข้างหน้ากริยา "a trouvée" ทำให้ "trouvée" ต้องเติม
ยกเว้น l' (neutral):
ถ้า "l'" หมายถึง "เรื่องนั้น" หรือ "สิ่งนั้น" ซึ่งไม่ใช่คำนามที่มีเพศชัดเจน (เป็นกลาง) participe passé จะไม่ตกลงเลย
(ฉันไม่รู้เรื่องนั้น) - "su" ไม่มี หรือ เพิ่ม
4. Verbes pronominaux (กริยาที่มี ) – กฎการตกลงที่ซับซ้อนขึ้น
ในกริยากลุ่มนี้ "se" สามารถเป็นได้ทั้งกรรมตรง (COD) หรือกรรมรอง (COI) ซึ่งส่งผลต่อการตกลง
ถ้า "se" = COD (กรรมตรง):
หมายถึงประธานทำสิ่งนั้นกับตัวเองโดยตรง (เช่น ล้างตัวเอง, ยกตัวเอง) → Participe passé จะตกลงเพศ-พจน์กับประธาน
(นาดีนลุกขึ้นเอง) - "se" แทนนาดีน (ที่ถูกยกขึ้นเอง) เป็น COD ดังนั้น "levée" ตกลงกับนาดีน (หญิง)
(นาดีนล้างตัวเอง) - "se" แทนนาดีน (ที่ถูกล้าง) เป็น COD ดังนั้น "lavée" ตกลงกับนาดีน (หญิง)
(พวกเขามองหน้ากันและกัน) - "se" แทนคนสองคนที่มองกัน เป็น COD ดังนั้น "regardés" ตกลงกับ "ils" (ชาย/หลายคน)
ถ้า "se" = COI (กรรมรอง):
หมายถึงประธานทำสิ่งนั้น ให้ตัวเอง หรือ เกี่ยวกับตัวเอง โดยมีกรรมตรงอื่นปรากฏอยู่แล้ว หรือกริยาตัวนั้นต้องการกรรมรอง → Participe passé จะ ไม่ตกลง
(นาดีนสระผมตัวเอง) - "les cheveux" (ผม) คือกรรมตรงที่ถูกล้างโดยตรง ส่วน "se" คือทำเพื่อตัวเอง (COI) ดังนั้น "lavé" ไม่ตกลง
(นาดีนกับปอลโทรหากัน) - กริยา "téléphoner" ต้องการกรรมรอง (โทร ถึง ใคร) ดังนั้น "se" เป็น COI → "téléphoné" ไม่ตกลง
(นาดีนซื้อรถให้ตัวเอง) - "une voiture" (รถยนต์) คือกรรมตรงที่ถูกซื้อ ส่วน "se" คือซื้อให้ตัวเอง (COI) → "acheté" ไม่ตกลง
5. Participe Passé ที่ตามด้วย Infinitive (กริยาอีกตัวในรูปไม่ผัน)
กฎนี้จะยากหน่อย มักใช้กับกริยาที่แสดงการรับรู้ (เช่น voir-เห็น, entendre-ได้ยิน) ที่ตามด้วยกริยาตัวที่สอง (infinitive)
ตกลง ถ้ากรรมตรง (COD) เป็นกรรมของ กริยาที่ถูกผัน (ตัวแรก)
(นักแสดงหญิงคนนี้ ฉันเห็นเธอแสดง)
"l'" (แทน "cette actrice" ซึ่งเป็นผู้หญิง) เป็นกรรมที่ถูกเห็นของกริยา "ai vue" (ฉันเห็น ใคร? เห็น เธอ) ดังนั้น "vue" ต้องตกลงเพศหญิงกับ "l'"
ไม่ตกลง ถ้ากรรมตรง (COD) เป็นกรรมของ infinitive (กริยาตัวหลังที่ไม่ผัน)
(ละครเรื่องนี้ ฉันเห็นมันถูกแสดง)
"l'" (แทน "cette pièce" ซึ่งเป็นละคร) ไม่ได้เป็นกรรมของ "ai vu" โดยตรง แต่ "l'" เป็นกรรมที่ถูกแสดงของกริยา "jouer" (แสดง อะไร? แสดง ละคร) ดังนั้น "vu" ไม่ตกลง
6. Invariabilité ของ FAIRE / LAISSER + Infinitive (กริยา faire/laisser ตามด้วย infinitive)
กริยาเหล่านี้มีกฎเฉพาะตัวเมื่อตามด้วย infinitive
FAIRE + infinitive: ไม่เคย ตกลงเลย ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม แม้จะเป็นรูป pronominal (มี se/s') ก็ตาม
(ที่เขาให้ซื้อ/จ่ายเงินซื้อ…) - "fait" ไม่มีการเติม หรือ
(พวกเธอให้สร้าง/สร้างให้ตัวเอง…) - "fait" ก็ยังคงเดิม ไม่ว่าประธานจะเป็นหญิงหรือพหูพจน์
LAISSER + infinitive: โดยทั่วไปก็ ไม่ตกลง เหมือนกัน
แต่ "ถ้า" กรรมตรง (COD) เป็นประธานของ infinitive (คือเป็นคนหรือสิ่งที่ทำกริยา infinitive นั้น) → Participe passé อาจจะตกลงได้ (เป็นกรณีพิเศษที่ไม่ค่อยพบ)
(ฉันปล่อยให้พวกเขาไป) - "les" (พวกเขา) คือประธานของ "partir" (พวกเขาไป) ดังนั้น "laissés" อาจจะตกลงกับ "les" (ชาย/หลายคน)
(เธอปล่อยให้ตัวเองผอมลง) - "se" (ตัวเอง) คือประธานของ "maigrir" (ผอมลง) ดังนั้น "laissée" อาจจะตกลงกับ "se" (หญิง)
เมื่อ faire / laisser ถูกใช้ "เดี่ยวๆ" (ไม่ได้ตามด้วย infinitive):
พวกมันจะกลับไปใช้กฎปกติของกริยาช่วย avoir (ตกลงกับกรรมตรงที่อยู่ข้างหน้า)
(ความผิดพลาดที่เธอได้ทำ) - "l'erreur" เป็น COD อยู่ข้างหน้า → "faite" ตกลง
(แอปเปิลพวกนี้ เธอได้ทิ้งไว้) - "les" เป็น COD อยู่ข้างหน้า → "laissées" ตกลง
สำนวนคงที่:
(เธอทำร้ายตัวเอง/เจ็บตัว) - ในที่นี้ "se" เป็นกรรมรอง (COI) จึงไม่ตกลง ทำให้ "fait" คงที่เสมอ
สรุปแนวคิดสำคัญ (ให้จำไว้)
1. เลือกกริยาช่วยให้ถูก:
ส่วนใหญ่ใช้ "avoir"
"être" ใช้กับกลุ่มกริยาเคลื่อนที่ (MRS VAN DER TRAMP) และกริยาที่มี
2. ตรวจดูว่ามีกรรมตรง (COD) อยู่ข้างหน้าไหม ถ้ากริยาช่วยเป็น "avoir" เพื่อการตกลง Participe Passé
3. แยกแยะให้ได้ว่า "se" ในกริยา pronominaux เป็น COD หรือ COI เพราะมีผลต่อการตกลง
4. ระวังกฎพิเศษของ participe passé ที่ตามด้วย infinitive และกฎของ faire