Page 1
หัวข้อของบทเรียน: ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสังคม (มนุษย์กับสังคม) ตั้งต้นด้วยการอธิบายแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสังคม
บริบท: แนวคิดทางสังคมวิทยาเพื่อเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของสังคมและบทบาทของมนุษย์ในสังคม
Page 2
ความหมายของสังคม (definitions):
Haralalambos & Holborn (2004): สังคมคือการรวมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปอาศัยอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน โดยมีการดำเนินชีวิตร่วมกันและวัฒนธรรมร่วมกัน
Macionis (2017): สังคมหมายถึงกลุ่มคนที่มีปฏิสัมพันธ์กันในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน
ณรงค์ เส็งประชา (2539): สังคมหมายถึงกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมหรือแบบแผนในการดำเนินชีวิตร่วมกัน ซึ่งแบบแผนนั้นสังคมได้แพร่หลายเพื่อเป็นแบบอย่างแก่คนในสังคมและเพื่อประโยชน์ของกลุ่มสังคม
สังคมหมายถึงคนจำนวนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันในระเบียบ กฎเกณฑ์ และมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เช่น สังคมชนบท (สำนักงานราชบัณฑฑ์ยสภา, 2554)
สรุปสาระ: สังคมคือกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน มีการปฏิสัมพันธ์ และมีวัฒนธรรมร่วมกัน พร้อมกรอบระเบียบและเป้าหมายร่วมกัน
Page 3
การที่กลุ่มคน: สังคมประกอบไปด้วยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมาอยูร่วมกันในอาณาเขตเดียวกัน โดยบุคคลในกลุ่มมีความสัมพันธ์กันและมีวัฒนธรรมร่วมกัน
เนื้อหาพิเศษ: การอธิบายคำนิยามสังคมชี้ให้เห็นว่า สังคมมักมีลักษณะคล้ายคลึงกันในระดับทั่วไป แต่ก็อาจมีความแตกต่างในรายละเอียดเฉพาะบางกรณี
แหล่งอ้างอิงที่ปรากฏในข้อความ: https://www.bozar.be/en/activities/155198-my-future-our-society
Page 4
องค์ประกอบของสังคม (4 ประการ) ตามความหมายที่นำเสนอ:
กลุ่มคน (people)
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (social interaction)
ขอบเขต/อาณาเขต (boundary)
วัฒนธรรมหรือตัวแบบการดำรงชีวิตร่วมกัน (shared culture)
จะสร้างเอกลักษณ์ของกลุ่ม (identity)
Page 5
ลักษณะของสังคมมนุษย์ (ปรีชา เรืองจันทร์, 2563) มี 8 ลักษณะหลัก:
สังคมมนุษย์ดำรงอยู่ในเขตภูมศาสตร์และอาณาบริเวณที่ผู้คนตั้งหลักแหล่ง พร้อมมีวัฒนธรรมร่วมกัน
สังคมมนุษย์ประกอบด้วยผู้คนจำนวนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กันและมีการกระทำตอกัน
สังคมมนุษย์มีการจัดระเบียบแบบแผนในการดำเนินชีวิตร่วมกัน
สังคมมนุษย์ประกอบด้วยผู้คนที่มีวัฒนธรรมร่วมกันหรือตามแบบแผนการดำเนินชีวิต
เช่น ใช้ภาษาประจำถิ่นและมีกฎเกณฑ์ทางวินัยที่ตรงกับค่านิยมบางอย่าง
สังคมมนุษย์ประกอบด้วยกลุ่มคนที่ใหญ่หลายกลุ่ม โดยมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน แต่ละกลุ่มมีสถาบันทางสังคมที่สำคัญ 7 สถาบัน
สถาบันครอบครัว, สถาบันการศึกษา, สถาบันการเมือง/การปกครอง, สถาบันศาสนา, สถาบันทางเศรษฐกิจ, สถาบันสื่อสารมวลชน, สถาบันนันทนาการ
ประชากรเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบสังคมในเชิงประชากรศาสตร์ (การเกิด การตาย การย้ายถิ่น และลักษณะอื่น ๆ เช่น อายุ เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ ศาสนา)
สังคมมนุษย์มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา ฯลฯ
สังคมมนุษย์เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เมื่อคนที่มีความคิดคล้ายคลึงกันได้พบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมมือกันในการบรรลุเป้าหมาย (และเมื่อเข้าใจร่วมกัน) นำไปสู่การรวมตัวเพื่อรวมหรือช่วยเหลือกัน
นอกจากนี้ ปรัชญา/ทฤษฎีต่าง ๆ ยังอธิบายลักษณะเฉพาะของสังคมชนบทและสังคมเมือง
Page 6
ต่อเนื่องจาก Page 5 (ลักษณะสังคมมนุษย์ cont.)
สังคมมนุษย์ประกอบด้วยกลุ่มคนย่อยหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ต่างกัน แต่อยู่ในระบบสถาบันสังคมหลัก 7 สถาบัน (ดังข้อ 5 ใน Page 5)
ประชากรเป็นส่วนสำคัญและมีลักษณะประชากรศาสตร์ เช่น การเกิด การตาย การเคลื่อนไหวของประชากร เป็นต้น
ความหลากหลายภายในสังคม เช่น ความต่างทางวัฒนธรรม ภาษา ฯลฯ
สังคมเกิดจากการรวมตัวกันของผู้มีวัตถุประสงค์ร่วมกันและมีการถ่ายทอดความคิด ความรู้ วัฒนธรรม และแนวทางประพฤติปฏิบัติ
และยังมีการอธิบายสังคมชนบทกับสังคมเมืองเพิ่มเติม (พิเศษในประเด็น 8)
Page 7
สรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของสังคมมนุษย์:
ลักษณะข้อ 1–8 สอดคล้องกับองค์ประกอบของสังคมก่อนหน้า
บทความ/งานวิจัยของ ปรีชา เรืองจันทร์ (2563) ยังอธิบายลักษณะเฉพาะของสังคมชนบทและสังคมเมือง
Page 8
ลักษณะของสังคมชนบทกับสังคมเมือง (เปรียบเทียบ):
สังคมชนบท (rural):
ประชากรมีการกระจายตัว ไม่หนาแน่น
ความสัมพันธ์มักไม่เป็นทางการ เน้นความช่วยเหลือในชุมชน บุคคลรู้จักกันดี
การสื่อสารและการคมนาคมไม่สะดวก กดดันด้านการพัฒนา
อาชีพส่วนใหญ่คือการเกษตร ริมฝั่งอาชีพหลายรูปแบบ แต่รายได้ค่อนข้างต่ำและไม่แน่นอน
ความเชื่อศรัทธาสูงและยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณี
สภาพแวดล้อมวัฒนธรรมและการสื่อสารมีข้อจำกัด
สังคมเมือง (urban):
ประชากรหนาแน่น มีการพัฒนาเทคโนโลยีและการสื่อสารที่สะดวก
เน้นการบริการและโครงสร้างทางการเมือง/สังคมที่มีระบบมากขึ้น
มีศูนย์กลางอำนาจและการลงทุนสูง มีอัตราเจริญเติบโตทางสังคมสูง
มีสถาบันทางสังคมครบถ้วนและทำหน้าที่มากขึ้น
ความต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการกระจายของทรัพยากรและโอกาสทางการศึกษา การสาธารณสุข และการคมนาคม
Page 9
โครงสรา้งของสังคมมนุษย์ พื้นฐาน 5 ประการ ของสังคมมนุษย์ (อุดมการณ์)
อุดมการณ์เป็นพื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ: โลกทัศน์ (worldview), ค่านิยม (values), บรรทัดฐาน (norms)
กระบวนการคิด: อุดมการณ์เป็นกรอบพฤติกรรมและการปฏิบัติของผู้คนในสังคม
Page 10
3 ส่วนหลักของอุดมการณ์:
โลกทัศน์ (worldview): มุมมองเกี่ยวกับจักรวาลและวิถีชีวิตของสังคม
ค่านิยม (values): ความเชื่อว่าสิ่งใดดีงามหรือไม่ควรทำ
บรรทัดฐาน/ปทัสถาน (norms): แบบแผนสำหรับหยั่งถึงการกระทำที่เหมาะสมในสังคม
ลักษณะ 2 ประเภทของภาษา: ภาษาและสัญลักษณ์สื่อสาร (ภาษา verbal และ nonverbal)
Page 11
4) โครงสรา้งสังคม: ระบบของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลตามสถานภาพและบทบาทในสังคม ขับเคลื่อนให้เกิดรูปแบบสังคมที่มีระเบียบและเป็นระบบ
5) อุดมการณ์ (อุดมการณ์/ideology): แนวคิดเป็นพื้นฐานความเชื่อที่ขับเคลื่อนการปฏิบัติทางสังคม ประกอบด้วย 3 ส่วน:
โลกทัศน์ (worldview)
ค่านิยม (values)
บรรทัดฐาน (norms)
บรรทัดฐานทางสังคมมี 3 ประเภท: วิถีประชา (folkways), จารีต (mores), และกฎหมาย (law)
Page 12
สรุป: บทสนทนาเรื่องอุดมการณ์และบรรทัดฐานระบุ 3 ประเภทของบรรทัดฐานและบทบาทเป็นกลไกในการควบคุมทางสังคม
Page 13
เมื่อเปรียบเทียบพื้นฐาน 5 ประการกับองค์ประกอบของสังคม 4 ประการ จะเห็นความสอดคล้องกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานกับส่วนประกอบของสังคม
ข้อสรุป: โครงสร้างของสังคมมนุษย์ (5 ประการ) สนับสนุนและสอดคล้องกับองค์ประกอบพื้นฐานของสังคม (4 ประการ)
Page 14
หน้าที่ของสังคมมนุษย์ (อาไพ เรืองจันทร์, 2563) มี 6 หน้าที่หลัก:
หน้าที่ทางชีววิทยา/การสืบพันธุ์ (reproduction) เพื่อทดแทนสมาชิกที่จากไป
การอบรมสมาชิกใหม่ (socialization) เพื่อให้เติบโตอย่างถูกต้องตามบทบาททางสังคม
การจดจำ/การติดต่อสื่อสาร (communication) เพื่อให้สมาชิกเข้าใจและรับรู้ร่วมกัน พร้อมถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ วัฒนธรรม และแนวทางปฏิบัติ
หน้าที่ด้านเศรษฐกิจ (economic function) คือการจัดการเกี่ยวกับการผลิต การกระจายสินค้าและบริการ และการบริโภค
การจัดระเบียบและรักษาความสงบเรียบร้อย (maintenance of order) ซึ่งรวมถึงการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความยุติธรรม และการระงับความขัดแย้ง
การรักษาความหมายและแรงจูงใจในการปฏิบัติ (maintenance of meaning and motivation) เพื่อสร้างความหมายและความสำคัญในการดำรงชีวิต โดยปกติศาสนาหรือแนวคิดส่วนรวมจะเป็นหัวใจหลักในการทำหน้าที่นี้
ตัวอย่างเช่น มาตรการที่สถาบันการเมือง/การปกครองอันมีบทบาทในการกำกับดูแล
หมายเหตุ: ปรากฏข้อความ