Les pronoms personnels

บุรุษสรรพนาม (Les pronoms personnels) - สรรพนามส่วนตัว

  • ความหมาย: สรรพนามเหล่านี้คือคำที่เราใช้ แทน ชื่อคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เคยพูดถึงไปแล้ว เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพูดชื่อนั้นซ้ำๆ เช่น แทนที่จะบอกว่า "คุณพ่อของฉันไปทำงาน คุณพ่อของฉันกลับมาแล้ว" เราก็ใช้ "ฉันไปทำงาน เขา (คุณพ่อ) กลับมาแล้ว" เหมือนเวลาเราพูดว่า 'ฉัน', 'เธอ', 'เขา', 'พวกเรา' เป็นต้น

  • การเปลี่ยนรูป: ในภาษาฝรั่งเศส สรรพนามเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไปตาม:

    • เพศ (genre): เป็นผู้ชาย (masculin) หรือ ผู้หญิง (féminin)

    • จำนวน (nombre): มีคนเดียว (singulier) หรือ หลายคน (pluriel)

    • บทบาทในประโยค (fonction): คำนั้นทำหน้าที่เป็นอะไรในประโยค เช่น เป็นประธาน (ผู้กระทำ) หรือ เป็นกรรม (ผู้ถูกกระทำ)

บุรุษสรรพนามประธาน (Les pronoms sujets) - สรรพนามที่ทำหน้าที่เป็น 'ผู้กระทำ'
  • สรรพนามประธานคือคำที่บอกว่า ใคร หรือ อะไร เป็นคนทำกริยาในประโยคนั้นๆ พวกมันจะมาอยู่หน้าคำกริยาเสมอ และเป็นตัวบอกว่ากริยาต้องผันไปในรูปไหน

  • ตารางสรรพนามประธาน (จำง่ายๆ):

    • 1. เอกพจน์ (Singulier): หมายถึง 1 คน หรือ 1 สิ่ง

      • Je / J' (เฌอ) = ฉัน (ใช้ J' ถ้าคำกริยาที่ตามมาเริ่มต้นด้วยสระ เช่น J'aime (ฉันรัก))

      • Tu (ตู) = เธอ (ใช้กับคนสนิท, เพื่อน, คนในครอบครัว, หรือคนที่อายุเท่ากัน/น้อยกว่า)

      • Il (อิล) = เขา (ผู้ชาย 1 คน/สัตว์ตัวผู้ 1 ตัว/สิ่งของเพศชาย 1 ชิ้น)

      • Elle (แอล) = เธอ (ผู้หญิง 1 คน/สัตว์ตัวเมีย 1 ตัว/สิ่งของเพศหญิง 1 ชิ้น)

    • 2. พหูพจน์ (Pluriel): หมายถึง 2 คน หรือ 2 สิ่งขึ้นไป

      • Nous (นู) = พวกเรา

      • Vous (วู) = พวกคุณ (ใช้ได้ทั้ง 'คุณ' คนเดียวแบบสุภาพ หรือ 'พวกคุณ' หลายคน)

      • Ils (อิลส์) = พวกเขา (ผู้ชายหลายคน หรือกลุ่มที่มีทั้งชายและหญิง)

      • Elles (แอลส์) = พวกเธอ (ผู้หญิงหลายคนล้วนๆ)

  • ตำแหน่งในประโยค: โดยทั่วไปแล้ว สรรพนามประธานจะวางอยู่ หน้าคำกริยา เสมอ

    • ตัวอย่าง: Je suis arrivé à Nice vers 21 heures. (ฉันมาถึงที่เมืองนีซประมาณ 3 ทุ่ม)

  • การใช้ vous (วู) และ tu (ตู): ภาษาฝรั่งเศสมีความสำคัญเรื่องความสุภาพในการเรียกขาน

    • Vous: ใช้เมื่อพูดกับบุคคลที่เราไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย บุคคลที่อายุมากกว่า หรือคนที่เราต้องการแสดงความเคารพและสุภาพมากๆ

      • ตัวอย่าง: Pardon Madame ! Est-ce que vous pourriez me dire où est la rue de Rivoli ? (ขอโทษครับคุณผู้หญิง! คุณช่วยบอกฉันได้ไหมว่าถนน de Rivoli อยู่ที่ไหน?)

    • Tu: ใช้กับคนสนิท ญาติ เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดกันมากๆ

  • ความพิเศษของ on (ออง): คำนี้ใช้บ่อยมากในภาษาพูดฝรั่งเศส และมีความหมายได้หลายแบบ ดังนี้:

    1. on=nous\text{on} = \text{nous} (พวกเรา): มักใช้แทน Nous ในภาษาพูด ทำให้ประโยคฟังดูเป็นกันเองมากขึ้น

      • ตัวอย่าง: On part. (เราไปกันเถอะ) ในภาษาพูดหมายถึง Nous partons.

    2. on=les gens\text{on} = \text{les gens} (ผู้คนทั่วไป/คนทั่วไป): ใช้พูดถึงสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำหรือไม่ทำ

      • ตัวอย่าง: En France, on mange des fromages. (ที่ประเทศฝรั่งเศส คนทั่วไปเขากินชีสกัน)

    3. on=quelqu’un\text{on} = \text{quelqu'un} (ใครบางคน/ไม่ระบุว่าใคร): ใช้เมื่อไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ หรือไม่อยากระบุตัวตน

      • ตัวอย่าง: On m'a appelée. (มีคนโทรหาฉัน แต่ไม่รู้ว่าใคร)

    4. on=tout le monde\text{on} = \text{tout le monde} (ทุกคน): ใช้พูดถึงสิ่งที่ทุกคนควรทำ หรือทุกคนทำ

      • ตัวอย่าง: On doit respecter ses parents. (ทุกคนควรเคารพพ่อแม่ของตัวเอง)

    • ข้อควรรู้เกี่ยวกับ on: แม้ on จะมีความหมายเป็นพหูพจน์ได้ แต่คำกริยาที่ตามหลัง on จะต้องผันในรูปเอกพจน์เสมอ เหมือนกับ il หรือ elle


บุรุษสรรพนามเน้น (Les pronoms toniques) - สรรพนามที่ใช้เน้นย้ำ

  • สรรพนามเน้นคือคำที่ดูคล้ายกับสรรพนามประธาน แต่ว่ามีหน้าที่หลักในการ เน้นย้ำ หรือเสริมความหมายให้ชัดเจนขึ้น หรือใช้ในตำแหน่งพิเศษของประโยค

  • ตารางสรรนามเน้น (จำง่ายๆ):

    • เอกพจน์ (Singulier):

      • moi (มัว) = ฉันเอง

      • toi (ตัว) = เธอเอง

      • lui (ลุย) = เขาเอง (ผู้ชาย)

      • elle (แอล) = เธอเอง (ผู้หญิง)

    • พหูพจน์ (Pluriel):

      • nous (นู) = พวกเราเอง

      • vous (วู) = พวกคุณเอง

      • eux (เออ) = พวกเขาเอง (ผู้ชายหลายคน หรือกลุ่มที่มีทั้งชายและหญิง)

      • elles (แอลส์) = พวกเธอเอง (ผู้หญิงหลายคนล้วนๆ)

การใช้งานหลักของสรรพนามเน้น
  • สรรพนามเน้นจะถูกใช้ในสถานการณ์ต่อไปนี้:

    • 1. เพื่อเสริมแรงหรือเน้นย้ำ: เป็นการตอกย้ำว่า 'ฉันนี่แหละ', 'เขาคนนั้นแหละ' หรือ 'พวกเรานี่แหละ'!

      • ตัวอย่าง: Moi, je ne l'ai pas fait. (ฉันเอง… ฉันไม่ได้ทำมันนะ - เน้นว่า ฉัน ไม่ได้ทำ)

      • Mon père, lui, ne sera pas content. (พ่อของฉันน่ะ เขาจะไม่พอใจ - เน้นว่า เขา)

    • 2. ตามหลังโครงสร้าง c'est (เซ่) หรือ ce sont (เซอ ซง): โครงสร้างนี้ใช้บอกว่า 'นี่คือ…' หรือ 'พวกเขาคือ…'

      • ตัวอย่าง: Qui a gagné ? — C'est moi ! (ใครชนะ? — ก็ฉันนี่แหละ!)

      • Les Smith viennent d'arriver : ce sont eux qui ont apporté les fleurs. (ครอบครัวสมิธเพิ่งมาถึง: พวกเขาเหล่านั้นแหละที่เอาดอกไม้มาให้)

      • ข้อควรจำและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เมื่อใช้กับ nous หรือ vous ห้าม ใช้ Ce sont nous\text{Ce sont nous} หรือ  Ce sont vous\text{ Ce sont vous} เด็ดขาด ให้ใช้ C’est nous\text{C'est nous} (พวกเราเอง) หรือ C’est vous\text{C'est vous} (พวกคุณเอง) แทนเสมอ

    • 3. หลังคำบุพบท (Prepositions): บุพบทคือคำที่บอกความสัมพันธ์ ตำแหน่ง หรือทิศทาง เช่น à (ที่), de (ของ, จาก), chez (ที่บ้านของ), pour (เพื่อ), avec (กับ) เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้หลัง et (และ) หรือ ou (หรือ) ได้ด้วย

      • ตัวอย่าง: Je travaille avec lui à Radio-France. (ฉันทำงานกับเขา (ผู้ชาย) ที่ Radio-France)

      • Jean et moi, nous allons en Grèce cet été. (ฌองกับฉัน พวกเราจะไปกรีซหน้าร้อนนี้)

    • 4. ในประโยคตอบสั้นๆ ที่ไม่ต้องทวนคำกริยา: ใช้เพื่อตอบคำถามแบบสั้นๆ และเปรียบเทียบ

      • ตัวอย่าง: J'aime faire du camping et toi ? — Pas moi. (ฉันชอบไปตั้งแคมป์ แล้วเธอละ? — ฉันไม่ชอบ)

      • Elle est plus jeune que lui. (เธออายุน้อยกว่าเขา (ผู้ชาย) - เป็นการเปรียบเทียบ)

รูป

ebooksoi (ซัว) - คำสรรพนามตนเองแบบทั่วไป (ไม่ระบุเพศ/จำนวน)

  • เป็นสรรพนามเน้นพิเศษที่ใช้เมื่อประธานเป็นคำที่ไม่เจาะจง เช่น on (คนทั่วไป), chacun (แต่ละคน), tout le monde (ทุกคน), หรือในโครงสร้างที่ไม่มีประธานชัดเจนอย่าง il faut (จำเป็นต้อง)

    • ตัวอย่าง: Tout le monde est rentré chez soi. (ทุกคนกลับไปที่บ้านของตัวเอง)

    • Il faut prendre soin de soi. (เราจำเป็นต้องดูแลตัวเอง)

การเติม “-même” (-เม่ม) เพื่อเน้นย้ำสุดๆ
  • การเติม -même ต่อท้ายสรรพนามเน้นเป็นการเพิ่มความหมายว่า 'ด้วยตัวของเขาเอง' หรือ 'ด้วยตัวเอง' คล้ายกับคำว่า 'self' ในภาษาอังกฤษ

  • ผังคำรูป:

    • moi-même (ฉันเอง)

    • toi-même (เธอเอง)

    • lui-même (เขาเอง)

    • elle-même (เธอเอง)

    • soi-même (ตัวเอง)

    • nous-mêmes (พวกเราเอง)

    • vous-même(s) (คุณเอง/พวกคุณเอง)

    • eux-mêmes (พวกเขาเอง)

    • elles-mêmes (พวกเธอเอง)

  • ตัวอย่าง: Les jeunes hommes ont repeint eux-mêmes tout leur appartement. (ชายหนุ่มพวกนั้นทาสีอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดด้วยตัวของพวกเขาเอง)


ตัวอย่างแบบฝึกหัด (สรุป)

  • เนื้อหาข้างต้นนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการที่ใช้ในแบบฝึกหัดต่างๆ เช่น การเติมสรรพนามประธานที่หายไป, การจับคู่ประโยคกับความหมายของ on ในสถานการณ์ต่างๆ (ทั้ง 4 ความหมายตามที่อธิบายไปแล้ว), การเติมสรรพนามเน้นให้ถูกต้องในบทสนทนา, และการตอบคำถามโดยใช้สรรพนามเน้นหลังบุพบทที่กำหนด


ประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกัน

  • ความสุภาพ: การเลือกใช้ tu หรือ vous ในภาษาฝรั่งเศสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงระดับความสุภาพและความสัมพันธ์กับผู้พูด

  • ความนิยมของ on: on เป็นโครงสร้างที่พบบ่อยมาก ไม่เพียงแต่ในหลักไวยากรณ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการพูดของคนฝรั่งเศสในชีวิตประจำวัน

  • ความสำคัญของสรรพนามเน้น: การใช้สรรพนามเน้น (pronoms toniques) มีบทบาทสำคัญในการหลีกเลี่ยงการใช้คำกริยาซ้ำซ้อน และช่วยให้การสร้างประโยคเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมีน้ำหนักมากขึ้น


ข้อควรจำและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • 1. ห้ามใช้ Ce sont nous\text{Ce sont nous} หรือ Ce sont vous\text{Ce sont vous} : จำไว้เสมอว่าให้ใช้ C’est nous\text{C'est nous} หรือ C’est vous\text{C'est vous} แทนเสมอ แม้ว่าจะเป็นพหูพจน์ก็ตาม

  • 2. อย่าสับสน lui (สรรพนามเน้น) กับ lui (กรรมรอง): คำว่า lui เป็นได้ทั้งสรรพนามเน้น (เขาเอง) และสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมรอง (แก่เขา/ให้เขา) ขึ้นอยู่กับบริบท ซึ่งอาจต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเมื่อเรียนเรื่องกรรม

  • 3. การเลือก eux (ผู้ชายหลายคนหรือกลุ่มผสม) หรือ elles (ผู้หญิงหลายคน) ต้องตรงกับเพศและจำนวนเสมอ: ถ้าในกลุ่ม