สรุปหลักการและกระบวนการขึ้นรูปโลหะ (Metal Forming Principles)
หลักการขึ้นรูปโลหะ (Principle of Metal Forming)
ประเภทของการขึ้นรูปโลหะ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
Bulk Deformation Process (กระบวนการขึ้นรูปโลหะก้อน):
Hot-working process (การขึ้นรูปร้อน): กระบวนการที่ทำเหนืออุณหภูมิการเกิดผลึกใหม่
Cold-working process (การขึ้นรูปเย็น): กระบวนการที่ทำต่ำกว่าอุณหภูมิการเกิดผลึกใหม่
Sheet Metal Working (การขึ้นรูปโลหะแผ่น):
วัตถุดิบอาจอยู่ในรูปของ Metal Sheets (แผ่น), Metal Strips (แถบโลหะ), หรือ Metal Coils (ขดม้วนโลหะ)
กระบวนการหลักประกอบด้วย:
Rolling (การรีด): การลดความหนาโดยผ่านลูกรีด
Forging (การทุบขึ้นรูป): การใช้แรงกดหรือแรงกระแทกในแม่พิมพ์
Extrusion (การกดอัด): การบังคับให้โลหะไหลผ่านช่องแม่พิมพ์
Drawing (การดึง): การดึงโลหะผ่านรูแม่พิมพ์เพื่อลดขนาดหน้าตัด
เงื่อนไขสำคัญ: โลหะต้องสามารถเปลี่ยนรูปถาวรได้ (Deformed plastically) โดยไม่เกิดการแตกหัก (Fracturing)
กระบวนการขึ้นรูปโลหะเป็นก้อน (Bulk Deformation Processes)
นิยาม: คือการทำงานในการผลิตที่เหนี่ยวนำให้เกิดการเบี่ยงเบนหรือการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชิ้นงาน ผ่านการเปลี่ยนรูปพลาสติก (Plastic deformation) ภายใต้แรงที่กระทำโดยเครื่องมือและแม่พิมพ์ (Tools and dies)
การจำแนกประเภท: กระบวนการขึ้นรูปสามารถจัดกลุ่มได้ตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
อุณหภูมิที่ใช้ (Temperature)
ขนาดและรูปร่างของชิ้นงาน (Size and shape)
ประเภทของการทำงาน (Type of operation)
การทดสอบสมบัติทางกลและการวิเคราะห์ความเค้น-ความเครียด
การทดสอบแรงดึง (Tensile Test):
ใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแรงและทิศทางของวัสดุ
Engineering Stress (ความเค้นเชิงวิศวกรรม):
Engineering Strain (ความเครียดเชิงวิศวกรรม):
True Stress และ True Strain (ความเค้นและความเครียดจริง):
ใช้สำหรับการวิเคราะห์ในการขึ้นรูปโลหะเนื่องจากพื้นที่หน้าตัดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
True Stress ():
True Strain ():
พฤติกรรมของวัสดุในการขึ้นรูป (Material Behavior):
ความสัมพันธ์ของความเค้นไหล (Flow Stress, ) สามารถเขียนได้ในรูปของสมการ:
เมื่อ คือสัมประสิทธิ์ความแข็งแรง (Strength coefficient) และ คือเลขชี้กำลังการแข็งตัว (Strain-hardening exponent)
ข้อมูลสมบัติทางกลของโลหะบริสุทธิ์ในสภาพอบอ่อน (Annealed Condition)
อะลูมิเนียม (Aluminium): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว ( การยืดตัว)
ทองแดง (Copper): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว
เหล็กกล้า (Steel): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว
นิกเกิล (Nickel): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว
ไทเทเนียม (Titanium): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว
โมลิบดินัม (Molybdenum): ความแข็งแรงจุดคราก , ความต้านแรงดึง , ความเหนียว
รายละเอียดกระบวนการขึ้นรูปก้อนโลหะ
จุดประสงค์ของการขึ้นรูปชิ้นงาน (แท่งทรงกระบอก, หน้าตัดสี่เหลี่ยม, แผ่นหนา):
เพื่อให้ได้รูปร่างทางเรขาคณิตเฉพาะเจาะจง
เพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางกล (Mechanical properties)
เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
การเลือกอุณหภูมิ:
การขึ้นรูปเย็นและอุ่น: ใช้เมื่อชิ้นงานมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างน้อย ต้องการปรับปรุงคุณสมบัติทางกลและพื้นผิวที่ดี
การขึ้นรูปร้อน: ใช้เมื่อชิ้นงานมีขนาดใหญ่หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสูง (Massive deformation)
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาค:
Cast microstructure: โครงสร้างเริ่มต้นจากการหล่อ
Deformed elongated grains: เกรนยืดตัวตามทิศทางการไหลจากการขึ้นรูป
Recrystallized microstructure: เกรนเกิดใหม่ที่สม่ำเสมอหลังผ่านกระบวนการร้อน
ระบบการรีด (Rolling Processes)
ปัจจัยในการรีด:
ขนาดพิกัดของชิ้นงาน
ความเร็วและมุมของลูกรีด
แรงที่กระทำ
สูตรการคำนวณการรีด:
ความลดความหนาสูงสุด (Maximum Draft):
แรงในการรีด (Rolling Force):
กำลังงาน (Power):
รายละเอียดอุปกรณ์เตาอบ ( furnace):
ประเภท: 6 Zones walking beam furnace (2 ชุด)
หัวเผา: 36 Radiant burners และ 45 Longitudinal burners
กำลังผลิต:
ขนาดชิ้นงาน (Slab): หนา , กว้าง , ยาว
อุณหภูมิขาออก (Exit temperature):
แหล่งพลังงาน: Fuel oil
ข้อผิดพลาดในงานรีดแผ่นเรียบ (Defects in Flat Rolling):
Wavy edges: ขอบแผ่นเป็นลื่น wave
Zipper cracks: รอยแตกบริเวณกลางแผ่น
Edge cracks: รอยแตกที่ขอบ
Alligatoring: การแยกตัวของแผ่นโลหะตามแนวความหนาคล้ายปากจระเข้
การทุบขึ้นรูป (Forging)
นิยาม: กระบวนการเปลี่ยนรูปโลหะโดยถูกอัดอยู่ระหว่างแม่พิมพ์สองตัว โดยใช้แรงกระแทกหรือเพิ่มความดันช้าๆ
ประเภทของกระบวนการทุบ:
Open-die forging (แม่พิมพ์เปิด): ชิ้นงานเปลี่ยนรูปได้อย่างอิสระด้านข้าง
Impression-die/Closed-die forging (แม่พิมพ์ปิด/กึ่งปิด): โลหะไหลเต็มช่องแม่พิมพ์ อาจเกิดครีบ (Flash)
Flashless forging (ไร้ขอบ): โลหะถูกบังคับให้อยู่ในช่องแม่พิมพ์สนิทโดยไม่มีเนื้อเกิน
สมบัติเฉพาะในการทุบ:
Fullering: การรีดให้ชิ้นงานเล็กลงในบางช่วง
Edging: การจัดรูปทรงขอบ
Cogging: การลดขนาดหน้าตัดของแท่งโลหะยาว
สิ่งบกพร่องในงานทุบ (Forging Defects):
มีสาเหตุมาจากรัศมีส่วนโค้ง (Fillet radius) เล็กเกินไป ทำให้โลหะไม่ไหลเข้ามุม
Cold shuts: เกิดจากโลหะพับซ้อนกันเองขณะไหล
Voids: รูพรุนที่เกิดจากทิศทางการไหลไม่สมบูรณ์
กระบวนการผลิตสลักเกลียวความแข็งแรงสูง (High Strength Screw)
วัตถุดิบ: เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลางเส้นลวด
การเตรียม: ต้องผ่านการอบอ่อน (Annealing) ก่อนนำมาขึ้นรูป
การขึ้นรูปหัว (Heading): เป็นการทุบหัวสลักให้ได้รูปทรง
การรีดเกลียว (Thread Rolling): ใช้ลูกรีดรีดเกลียวเพื่อความแข็งแรงของเกรนโลหะ
กระบวนการสุดท้าย: นำไปชุบแข็ง (Hardening) และอบคืนตัว (Tempering) เพื่อให้ได้ค่าความแข็งแรงตามข้อกำหนด