บทที่ 2: โครงสร้างอะตอมและพันธะเคมี
บทที่ 2: โครงสร้างอะตอมและพันธะเคมี
- วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- อธิบายธรรมชาติของโครงสร้างอะตอมและการจัดตัวของอิเล็กตรอน
- อธิบายประเภทพันธะปฐมภุณ์ รวมถึงพันธะไอออนิก, โควาเลนซ์ และพันธะโลหะ
- อธิบายพันธะโควาเลนซ์ของคาร์บอน
- อธิบายพันธะต่าง ๆ ของธาตุตุ่ยภุมิ (ธาตุในตารางธาตุ) และความแตกต่างระหว่างพนัธะทั้งสองประเภท
- อธิบายผลกระทบของพันธะต่าง ๆ และความแข็งแรงของแรงต่อสมรรถนะของสัณฐานและวัตถุ (เชิงกลและเชิงไฟฟ้าและวัสดุ)
- อธิบายพันธะผสมในวัสดุได้
2. โครงสร้างอะตอม (Atom) และอนุภาคย่อย
- อะตอมประกอบด้วย Subatomic particles 3 ชนิด:
- โปรตอน (p): อยู่ในนิวเคลียส มีประจุ +1
- นิวตรอน (n): ไม่มีประจุ มีมวลอยู่ในนิวเคลียส
- อิเล็กตรอน (e): อยู่นอกนิวเคลียส มีประจุ -1
- นิวเคลียสประกอบด้วย โปรตอนและนิวตรอน
- สรุปโครงสร้างพื้นฐาน:
- นิวเคลียส = โปรตอน + นิวตรอน
- อิเล็กตรอนหมุนรอบนิวเคลียสในระดับพลังงานต่าง ๆ
3. มวลและประจุของอนุภาคในอะตอม
อนุภาค มวล (กรัม) ประจุ (คูลอมบ์)
- อิเล็กตรอน:
- โปรตอน:
- นิวตรอน:
นิวเคลียสประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอน ดังนั้น
- จำนวนโปรตอนคือ Z (Atomic number)
- จำนวนอิเล็กตรอนในธาตุเท่ากับ Z ในสถานะนิ่ง (หากไม่เป็นไอออน)
4. สัญลักษณ์ธาตุและค่าพื้นฐาน
สัญลักษณ์ทั่วไปสำหรับธาตุในตารางธาตุประกอบด้วย
- Z: เลขอะตอม (Atomic number) = จำนวนโปรตอน = จำนวนอิเล็กตรอนในสารที่เป็นกลาง
- A: เลขมวล (Mass number) = จำนวนโปรตอนรวมกับนิวตรอนในนิวเคลียส
- N: จำนวนนิวตรอน
ความสัมพันธ์:
- N = A - Z
- Z = P = e (เมื่ออะตอมเป็นกลาง)
สัญลักษณ์ธาตุในตารางธาตุแบบทั่วไป (XA^Z หรือ ^AZ X)
- X = สัญลักษณ์ธาตุ, A = จำนวนมวล, Z = เลขอะตอม
ตัวอย่าง:
- P (ฟอสฟอรัส): Z = 15, A ≈ 31 (ทำให้ N ≈ 16)
- Zn (สังกะสี): Z = 30, A ≈ 65.39 (ประมาณ A = 65, N ≈ 35)
5. หน่วยมวลและมวลโมลาร์ (amu, mol)
- หน่วยมวลอะตอม (amu, u)
- 1 amu = 1.66 × 10^{-24} g
- 1 atom 1 amu = 1.66 × 10^{-24} g
- Avogadro’s number: atoms/mol
- มวลโมลาร์: 1 โมลของธาตุมีมวล (กรัม) เท่ากับเลขมวลของธาตุนั้นในกรัม/โมล
- ตัวอย่าง: คาร์บอน 12C มีมวล 12 g/mol
- ตัวอย่างคาร์บอน:
- 1 amu = 1.66 × 10^{-24} g
- 1 โมลของ 12C มีมวล 12 g
6. มวลของอะตอมกับมวลโมเลกุล
- มวลของ 1 อนุภาค = เลขมวลอะตอม × 1 amu
- ตัวอย่าง Ag: มวลอะตอมประมาณ 107.9 g/mol; 1 atom mass ≈ 107.9 amu
- สูตรการคำนวณมวลของอะตอมในกรัม:
- m_{atom} = A \times (1.66 \times 10^{-24}) \ \text{g}
- มวลโมลาร์ของสารประกอบเมื่อ basis 1 mole:
- มวลรวมของ 100 g Ni-Al-based ตัวอย่าง: Ni 42.04 wt%, Al 57.96 wt%
- มวลอะตอม Ni = 58.71 g/mol, Al = 26.98 g/mol
- โมล Ni = 42.04 / 58.71 = 0.72 mol
- โมล Al = 57.96 / 26.98 = 2.14 mol
- สัดส่วน Ni:Al ≈ Ni0.72 Al2.14 → โดยเรียงสัดส่วนให้ได้ NiAl_3 (Ni:Al ≈ 1:3 เมื่อเทียบมวลโดยรวม 100 g)
7. ไอโซโทป (Isotope)
- ไอโซโทปคืออะตอมของธาตุเดียวกันที่มีจำนวนโปรตอนเท่ากัน แต่มีจ+n ต่างกัน
- ตัวอย่างทั่วไป:
- 1H (P=1, N=0) มีมวลอะตอม 1.00783 amu (~99.985%)
- 2H (Deuterium, P=1, N=1) มวล 2.01410 amu (~0.0150%)
- 3H (Tritium, P=1, N=2) มวล 3.01603 amu (~0.00013%)
- 12C (P=6, N=6) มวล 12.0000 amu (~98.892%)
- 13C (P=6, N=7) มวล 13.00336 amu (~1.108%)
8. การจัดตัวอิเล็กตรอนในอะตอม (Electron arrangement)
- อิเล็กตรอนวิ่งรอบนิวเคลียสอยู่ในชั้นพลังงานเรียกว่า shells (K, L, M, N, …)
- ชั้นพลังงานที่ใกล้นิวเคลียสสุด (ชั้น K) มีพลังงานน้อยที่สุด และอิเล็กตรอนในชั้นถัดไปมีพลังงานสูงขึ้นลำดับ
- พลังงานของอิเล็กตรอนลดลงเมื่อดูดพลังงานออกจากระดับพลังงานต่าง ๆ ได้ แต่เมื่อมีการดูดพลังงานจะขึ้นไปสู่อ่านพลังงานสูงขึ้น/
- พลังงานและระดับการจัดเรียงอิเล็กตรอนสอดคล้องกับแนวคิดพลังงานและทฤษฎีควอนตัม
9. พลังควอนตัมและการแผ่รังสี (Planck's quantum theory)
- พลังงานที่อะตอมสามารถปลดปล่อยหรือดูดกลืนได้เป็นค่าหนึ่งเท่านั้น:
- ความถี่และความยาวคลื่นสัมพันธ์กับความเร็วแสง:
- ค่าคงที่ของแพลงก์:
- เมื่อรวมกับสเปกตรัมอิเล็กตรอนหรืออะตอม จะมีการเปลี่ยนระดับพลังงาน
10. โมเดล Bohr ของอะตอมไฮโดรเจน
- นีลล์ บอห์รเสนอทฤษฎีอธิบายสเปคตรัมแบบเส้นของอะตอมไฮโดรเจน โดยอิเล็กตรอนเคลื่อนในวงโคจรที่มีพลังงานแน่นอน
- ความสัมพันธ์พื้นฐาน:
- n คือควอนตัมเลขยกเว้น (n = 1,2,3,…)
- ความหมาย: พลังงานของอิเล็กตรอนลดลงเมื่ออยู่ในชั้นใกล้นิวเคลียสมากขึ้น (n ต่ำ) และมีพลังงานรวมที่แน่นอน
11. ผังพลังงานอิเล็กตรอนของอะตอมไฮโดรเจน (Transition energies)
พลังงานไอออนไนซ์ของอิเล็กตรอนในไฮโดรเจน: พลังงานที่ต้องดูดออกไปจนไม่ถูกยึดติดกับอะตอมอีกต่อไป คือการกระจายออกไปสู่สถานะที่ไม่มี bound state (E∞)
ตัวอย่างการคำนวณการเปลี่ยนชั้น n=3 → n=2:
- พลังงานระดับ:
- การเปลี่ยนสถานะ:
- ค่าพลังงานของโฟตอนที่ปล่อยออกมา:
- แปลงเป็นจูล:
- ความถี่ของโฟตอน:
- ความยาวคลื่นของโฟตอน:
ความหมาย: เป็นการอธิบายการเคลื่อนไหวของอิเล็กตรอนและการคาย/ดูดพลังงานในรูปของโฟตอน
12. ควอนตัมเลขของอิเล็กตรอน (Quantum numbers)
จำนวนควอนตัมเป็นตัวบอกตำแหน่งและพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอม โดยมี 4 ค่า:
- n: Principle quantum number - ระดับพลังงานหลัก (n = 1,2,3, …)
- l: Orbital angular momentum (subsidiary quantum number) - ระดับพลังงานย่อย (ค่า l = 0,1,2,…,n-1)
- ml: Magnetic quantum number - ตำแหน่งของออร์บิทัลใน space, ค่า
- ms: Spin quantum number - การหมุนของอิเล็กตรอน,
ความสัมพันธ์สำคัญ:
- เมื่อกำหนด n แล้ว l จะอยู่ในช่วง 0 ถึง n-1
- ค่าสนองของพลังงานระดับย่อยขึ้นกับ l และ n
- จำนวนออร์บิทัลใน subshell (l) คือ 2l+1; ตัวอย่าง:
- s-sublevel: l = 0 → 2l+1 = 1 ออรบิทัล
- p-sublevel: l = 1 → 3 ออรบิทัล
- d-sublevel: l = 2 → 5 ออรบิทัล
- f-sublevel: l = 3 → 7 ออรบิทัล
นวัตกรรม: ในระดับ s, p, d, f มีจำนวนออรบิทัลสูงสุดที่ต่างกันตามค่า 2l+1 และจำนวนอิเล็กตรอนสูงสุดใน subshell คือ 2(2l+1)
13. การจัดตัวอิเล็กตรอนในธาตุต่างๆ (Electron configurations)
- หลักการทั่วไป:
- อิเล็กตรอนจะเติมลงในชั้นพลังงานที่มีพลังงานต่ำสุดก่อน (aufbau principle)
- หันไปตามชั้นย่อย s, p, d, f ตามลำดับ
- ตัวอย่างการจัดเรียง e ของธาตุสำคัญ:
- H: 1s^1
- He: 1s^2
- Li: [1s]^2 2s^1 -> 1s^2 2s^1
- Be: 1s^2 2s^2
- B: 1s^2 2s^2 2p^1
- C: 1s^2 2s^2 2p^2
- N: 1s^2 2s^2 2p^3
- O: 1s^2 2s^2 2p^4
- F: 1s^2 2s^2 2p^5
- Ne: 1s^2 2s^2 2p^6
- Na: [Ne] 3s^1
- Mg: [Ne] 3s^2
- Al: [Ne] 3s^2 3p^1
- Si: [Ne] 3s^2 3p^2
- P: [Ne] 3s^2 3p^3
- S: [Ne] 3s^2 3p^4
- Cl: [Ne] 3s^2 3p^5
- Ar: [Ne] 3s^2 3p^6
- หมายเหตุ: ตารางที่ปรากฏในสไลด์มีการจัดเรียงและสัญลักษณ์หลายแบบ แต่หลักการพื้นฐานคือการเติมอิเล็กตรอนเป็นลำดับจากพลังงานต่ำไปสูง
14. เวเลนซ์อิเล็กตรอน (Valence electrons)
- เวเลนซ์อิเล็กตรอนคือจำนวนอิเล็กตรอนในชั้นพลังงานนอกสุดของธาตุ
- ตัวอย่าง: Ca มีเวเลนซ์ 2 เพราะมีอิเล็กตรอนอยู่ใน 4s^2: 1s^2 2s^2 2p^6 3s^2 3p^6 4s^2
15. อิเล็กโทรเนกาติวิตี (Electronegativity)
- เป็นความสามารถของอะตอม/โมเลกุลในการดึงดูดอิเล็กตรอนจากธาตุอื่น
- สเกลทั่วไป:
- โลหะ: โลหะมักมีค่า EN ต่ำกว่า (ประมาณ 0.9–1.x)
- อโลหะ: มี EN สูงกว่า (ค่าตั้งแต่ประมาณ 2.x ขึ้นไปถึงกว่า 4)
- ธาตุในกลุ่ม IA-IIA และ IB-VIIIB มักเป็นโลหะตามธรรมชาติ
- ธาตุในกลุ่ม IIIA-VIIIA มักเป็นอโลหะ
16. ขนาดของอะตอม (Atomic size)
- อะตอมมีทรงกลมและรัศมีขึ้นกับปัจจัย:
- ประจุลบมากขึ้น (อิเล็กตรอนมากขึ้น) ทำให้ขยายรัศมีมากขึ้น
- ประจุบวกมากขึ้น (โปรตอนมากขึ้น) ดึงอิเล็กตรอนเข้ามาใกล้มากขึ้น ทำให้รัศมีเล็กลง
- แนวโน้มทั่วไป:
- รัศมีเพิ่มขึ้นลงตามแนวตั้ง (down a group)
- รัศมีลดลงเมื่อเคลื่อนไปทางขวาในแนวขวาง (across a period)
17. สรุปคุณสมบัติของโลหะและอโลหะ (Metal vs Nonmetal)
- โลหะ:
- มีอิเล็กตรอนวงนอกน้อยกว่าหรือต่ำกว่า 4 ตัว
- สูญเสียอิเล็กตรอนและก่อตัวเป็นแคตไอออน (cation) มีประจุปวกบวก
- มีอิเล็กโทรเนกาติวิตีต่ำ
- อโลหะ:
- มีอิเล็กตรอนวงนอกมากกว่า 4 ตัว
- ได้รับอิเล็กตรอนและมีประจุลบ (anion) มากกว่ากรณีอื่น
- มีอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูง
18. พันธะและอนุภาคที่เกี่ยวข้อง (Bonding concepts)
- พันธะหลัก ๆ ที่สำคัญ:
- พันธะโควาเลนซ์ (covalent): แชร์อิเล็กตรอนระหว่างอะตอม
- พันธะไอออนิก (ionic): โอนอิเล็กตรอนจากธาตุหนึ่งไปยังอีกธาตุหนึ่ง ทำให้เกิดการยึดติดแบบอิออนิก
- พันธะโลหะ (metallic): คลัสเตอร์อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้อิสระในโครงสร้างโลหะ
- พร้อมอธิบายผลกระทบต่อสมรรถนะเชิงกลและไฟฟ้าของวัสดุ
19. ประเด็นสำคัญที่เชื่อมต่อกับแนวคิดก่อนหน้าและการใช้งานจริง
- ความเข้าใจโครงสร้างอะตอมช่วยให้เข้าใจคุณสมบัติของวัสดุ เช่น ความแข็งแรง, ความนำไฟฟ้า, และการเกิดพันธะระหว่างธาตุในวัสดุผสม
- ความรู้เรื่องอะตอมและอิเล็กตรอนเป็นพื้นฐานสำคัญของเคมีอินทรีย์และไม่อินทรีย์ รวมถึงเคมีของโลหะและสารประกอบ
- แนวคิดค่าพลังงานระดับและการเปลี่ยนแปลงสถานะพลังงานใช้ในการทำนายสเปกตรัมและคุณสมบัติการดูด/ปล่อยพลังงาน
20. สรุปแนวคิดสำคัญ (Quick recap)
อะตอมประกอบด้วย โปรตอน, นิวตรอน ใน nucleu และอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส
กรอบของหน่วยละ amu และ mol: 1 amu ≈ 1.66 × 10^{-24} g; 1 mol = 6.02 × 10^{23} อะตอม
ระดับพลังงานอิเล็กตรอนมีโครงสร้างชั้น (K, L, M, …) และ subshells (s, p, d, f) ที่มีขีดจำกัดอิเล็กตรอน
ควอนตัมเลข 4 ค่า n, l, ml, ms กำหนดพลังงานและตำแหน่งของอิเล็กตรอน
การคำนวณพลังงานของโฟตอนจากการเปลี่ยนระดับพลังงานในอะตอมไฮโดรเจนเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพลังงาน, ความถี่, และความยาวคลื่น
การจัดเรียงอิเล็กตรอน (Electron configurations) มีรูปแบบทั่วไปที่ปรากฏในธาตุต่าง ๆ และมีผลต่อคุณสมบัติของธาตุ
เวเลนซ์อิเล็กตรอน, อิเล็กโตรเนกาติวิตี และขนาดอะตอมเป็นตัวชี้วัดสำคัญของพฤติกรรมเคมีกลุ่มธาตุ
ตัวเลขสำคัญที่ควรจำ
- Hydrogen transitions example: