บันทึกการศึกษา: อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกในนักศึกษาแพทย์ภายใต้การเรียนการสอนทางไกลช่วงการแพร่ระบาด COVID-19
คำจำกัดความและบริบทของอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก
- อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Pain - MSP): คือผลที่เกิดขึ้นตามมาจากความเครียดซ้ำๆ (RepetitiveStrain), การใช้งานหนักเกินไป (Overuse) และความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
- ลักษณะของอาการ: ครอบคลุมความผิดปกติทางร่างกายที่หลากหลายซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวดในกระดูก, ข้อต่อ, กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างที่อยู่ใกล้เคียง
- สถิติในประเทศบราซิล (Brazil): จากการสำรวจของสถาบันภูมิศาสตร์และสถิติบราซิล (IBGE) พบว่ามีชาวบราซิลประมาณ 27,000,000 คนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับผลกระทบจากอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก
- ผลกระทบระดับบุคคลและสังคม: เป็นสาเหตุหลักของความทุกข์ทรมานและความไร้ความสามารถในการทำงาน ก่อให้เกิดผลเสียทางจิตสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
- ปัจจัยพื้นฐานที่ก่อให้เกิดอาการ:
- การจัดวางท่าทางที่ไม่ถูกต้อง (PosturalMisalignment)
- น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
- ภาวะหน้าท้องหย่อน (AbdominalPtosis)
- ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ
- ปัจจัยทางจิตสังคม: ความเครียดจากการทำงาน, การขาดการสนับสนุนทางสังคมที่เพียงพอ, ความซ้ำซากจำเจของกิจกรรม, ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
ผลกระทบของการแพร่ระบาด COVID-19 ต่อการศึกษาแพทย์
- การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียน: ในปี 2020 ประเทศบราซิลต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาเนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้การเรียนในชั้นเรียนถูกเปลี่ยนเป็นการเรียนออนไลน์ผ่านกลยุทธ์การสอนทางไกล (RemoteStudyStrategy)
- ภาระงานของนักศึกษาแพทย์: หลักสูตรแพทยศาสตร์มีชั่วโมงเรียนสะสมประมาณ 10,000 ชั่วโมงต่อภาคเรียน ซึ่งถูกเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด
- ความเสี่ยงต่ออาการปวด: นักศึกษาต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวันในท่าทางที่ไม่เหมาะสม (InadequatePostures) และมักขาดอุปกรณ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมในการรักษาความสมดุลของร่างกายในขณะใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ
- ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง: การขาดกิจกรรมทางกายจากการกักตัวส่งผลเสียอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ากล้ามเนื้อสามารถเกิดความอ่อนแรงได้ภายในเวลาเพียง 2 วันของภาวะการหยุดนิ่ง (Inactivity)
วัตถุประสงค์และระเบียบวิธีวิจัย
- วัตถุประสงค์หลัก: เพื่อระบุการเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้องของนักศึกษาแพทย์ที่เรียนทางไกลในช่วงการระบาดของ COVID−19
- รูปแบบการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนาและสำรวจในรูปแบบตัดขวาง (Cross−sectionalStudy)
- กลุ่มเป้าหมาย: นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 ถึง 4 ในมหาวิทยาลัยในเขตชนบทของรัฐเซาเปาโล (Sa~oPaulo) ประเทศบราซิล
- เครื่องมือที่ใช้: แบบสอบถามออนไลน์ที่พัฒนาผ่านแอปพลิเคชัน GoogleForms อ้างอิงจากแบบสอบถามมาตรฐานด้านกล้ามเนื้อและกระดูกนอร์ดิก (StandardizedNordicMusculoskeletalQuestionnaire) ฉบับภาษาโปรตุเกส
- ระยะเวลาเก็บข้อมูล: เดือนธันวาคม 2020
- จริยธรรมการวิจัย: ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (ResearchEthicsCommittee) ภายใต้โปรโตคอลเลขที่ 46651221.7.0000.5501
ข้อมูลทั่วไปและลักษณะทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่าง
- จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม: จากคำเชิญที่ส่งไปยังนักศึกษาประมาณ 400 คน มีผู้ตอบแบบสอบถามครบถ้วนจำนวน 153 คน (38.25%
- สัดส่วนเพศ:
- เพศหญิง: 69.3%
- เพศชาย: 30.7%
- ช่วงอายุ: อยู่ระหว่าง 18 ถึง 35ปี โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 22.1ปี
- เวลาในการเรียนในท่านั่งต่อวัน:
- มากกว่า 8 ชั่วโมง: 54.9%
- ระหว่าง 4 ถึง 8 ชั่วโมง: 38.6%
- น้อยกว่า 4 ชั่วโมง: 6.5%
สถิติอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก (เปรียบเทียบก่อนและระหวางการระบาด)
- ก่อนการระบาด: ผู้ร่วมวิจัยส่วนใหญ่ (54.9%หรือ84คน) รายงานว่าไม่มีอาการปวด ขณะที่ 45.1%หรือ69คน รายงานว่ามีอาการปวด
- ระหว่างการระบาด: สถิติเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเพียง 30.7%หรือ47คน ที่ไม่มีอาการปวด ขณะที่จำนวนผู้มีอาการปวดเพิ่มขึ้นเป็น 69.3%หรือ106คน
- ตำแหน่งของอาการปวดที่พบบ่อย (ระหว่างการระบาด):
- กระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbarspine): 37 ราย
- หัวไหล่ (Shoulders): 24 ราย
- กระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervicalspine): 17 ราย
- ตำแหน่งอื่นๆ: 28 ราย
- ความถี่ของอาการปวด (ระหว่างการระบาด):
- ปวดตลอดเวลา (Constantly): 14 ราย
- 1−3 ครั้งต่อสัปดาห์: 50 ราย
- 1 ครั้งต่อสัปดาห์: 17 ราย
- เป็นครั้งคราว (Sporadically): 25 ราย
การใช้ยาและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ
- การใช้ยา: ในกลุ่มนักศึกษาที่มีอาการปวด มีเพียง 36.6%หรือ39คน ที่ใช้ยาบรรเทาปวดและยาต้านการอักเสบ โดยไม่มีรายงานการใช้ยาในกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น (OpiumDerivatives)
- กิจกรรมทางกาย: แม้จะมีการกักตัว แต่นักศึกษาถึง 67.3% ยังคงออกกำลังกายสม่ำเสมอ กิจกรรมที่ทำ ได้แก่ การฝึกยกน้ำหนัก (WeightTraining), การฝึกแบบฟังก์ชันนัล (FunctionalTraining), การวิ่ง, การเดิน, พิลาทิส (Pilates) และโยคะ
- ทัศนคติต่ออนาคตและคุณภาพชีวิต:
- 64.1% ของนักศึกษาเชื่อว่าอาการปวดจะหายไปเองในอนาคต (เชื่อว่าสัมพันธ์กับช่วงเวลาการเรียนทางไกล)
- 88.9% ของนักศึกษามั่นใจว่าสภาวะนี้จะคลี่คลาย ในขณะที่ 11.1% กังวลว่าอาการจะไม่หายและจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตอย่างถาวร
บทวิเคราะห์และการอภิปรายผล
- ผลกระทบของเทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICTs) มาใช้ในการเรียนเป็นประจำทำให้นักศึกษาใช้โน้ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดท่านั่งที่ผิดสุขลักษณะ
- ความรุนแรงของอาการ: แม้อัตราการเกิดปวดจะสูงขึ้น แต่ความรุนแรงยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ (63.4%) ไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดอาการ
- ประโยชน์ของการออกกำลังกาย: การทำกิจกรรมทางกายช่วยเพิ่มเกณฑ์ความอดทนต่อความเจ็บปวด (PainThreshold) และมีประโยชน์ต่อสภาวะเรื้อรัง เช่น ปวดคอเรื้อรัง, ข้อเสื่อม, รูมาตอยด์ และปวดหลังส่วนล่าง
- ข้อจำกัดของการวิจัย: เป็นการศึกษาแบบศูนย์กลางเดียว (SingleCenter) และมีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ซึ่งอาจจำกัดการนำผลไปปรับใช้ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม รูปแบบการศึกษาเชิงรุก (ProspectiveDesign) ช่วยลดโอกาสเกิดความลำเอียงและข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนได้ดีกว่าการศึกษาเชิงย้อนกลับ
บทสรุป
- การศึกษายืนยันว่าการเรียนทางไกลเป็นเวลาหลายเดือนส่งผลให้นักศึกษาแพทย์มีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับระยะเวลาที่ต้องอยู่หน้าจอท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
- ข้อเสนอแนะ: มหาวิทยาลัยควรมีการหารือเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ และสนับสนุนการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของการสอนรูปแบบใหม่ที่มีต่อสุขภาพของนักศึกษา