สรุปย่อบทที่ 1 บัญชีเบื้องต้น
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
อธิบายความจำเป็นของสารสนเทศทางการบัญชี l
ให้ความหมาย–ประโยชน์ของการบัญชี
ชี้โอกาสในสายวิชาชีพบัญชี
เปรียบเทียบรูปแบบองค์กรธุรกิจต่าง ๆ
ความหมายและบทบาทของการบัญชี
“การบัญชี” = ศิลปะในการ recording \to classifying \to summarizing \to reporting \to interpreting ธุรกรรมที่วัดได้เป็นเงิน เพื่อให้รู้ผลการดำเนินงาน–ฐานะการเงิน ใช้เป็นหลักฐาน วางแผน ควบคุม ตัดสินใจ จัดหาเงิน คำนวณภาษี
กระบวนการบัญชี (4 ขั้น)
Recording – บันทึกรายการค้าในสมุดบัญชีต้นฉบับ
Classifying – แยกหมวดหมู่บัญชี
Summarizing – จัดทำงบการเงินภาพรวม
Reporting – นำเสนอข้อมูลแก่ผู้ใช้ภายใน–ภายนอก
ประเภทของสารสนเทศ
สารสนเทศเชิงคุณภาพ / เชิงปริมาณ
สารสนเทศทางบัญชีแบ่งเป็น
• การดำเนินงาน • การบัญชีการเงิน • การบัญชีบริหาร • การบัญชีภาษี
ผู้ใช้สารสนเทศทางบัญชี
ภายใน: ผู้บริหารทุกระดับ (วางแผน–ควบคุม–ตัดสินใจ)
ภายนอก: ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานรัฐ ลูกค้า สาธารณะ
จรรยาบรรณวิชาชีพ (มาตรา 47 พ.ร.บ. 2547)
โปร่งใส อิสระ เที่ยงธรรม ซื่อสัตย์ | ความรู้–มาตรฐาน | ความรับผิดชอบ–รักษาความลับ | รับผิดต่อผู้มีส่วนได้เสีย
สถาบันกำกับ/มาตรฐาน
ไทย: สภาวิชาชีพบัญชี, ก.ล.ต./ตลาดหลักทรัพย์, ธปท., กรมสรรพากร
สากล: IASB/IASC, FASB, AICPA
โอกาสในวิชาชีพ
Private Accountant | Public Accountant (CPA, TA) | Bookkeeper | Internal Auditor | ที่ปรึกษา | Big 4 (PwC, KPMG, EY, Deloitte) | งานรัฐ/การศึกษา
ประวัติย่อ
กำเนิด > 5{,}000 ปี, ระบบ “บัญชีคู่” จากโรมัน; ไทยเริ่มสมัยสมเด็จพระนารายณ์, มีโรงเรียนพาณิชยการเมื่อ ร.5
รูปแบบองค์กรธุรกิจ
จำแนกตามการดำเนินงาน
Service – ให้บริการ (ธนาคาร โรงแรม ฯลฯ)
Merchandising – ซื้อมาขายไป (ค้าปลีก/ส่ง)
Manufacturing – ผลิตสินค้า (โรงงาน นม ฯลฯ)
จำแนกตามการจัดตั้ง
Sole Proprietorship – เจ้าของคนเดียว
ลักษณะ: จัดตั้งง่าย ไม่ต้องจดทะเบียน (ยกเว้นบางกิจการ) เจ้าของคนเดียวรับผิดชอบทั้งหมด
ข้อดี:
คล่องตัวในการตัดสินใจและบริหารจัดการ
จัดตั้งและเลิกกิจการง่าย มีค่าใช้จ่ายต่ำ
กำไรทั้งหมดเป็นของเจ้าของ
ข้อเสีย:
เจ้าของมีความรับผิดในหนี้สินไม่จำกัด (Unlimited Liability) – ทรัพย์สินส่วนตัวอาจถูกนำมาชำระหนี้
การระดมทุนจำกัด (ส่วนใหญ่จากเงินทุนเจ้าของหรือกู้ยืม)
ไม่มีสภาพต่อเนื่องทางกฎหมาย หากเจ้าของเสียชีวิต กิจการอาจสิ้นสุด
ภาษี: เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า (ภาษีขั้นบันได สูงสุด 37\%)
Partnership – ห้างหุ้นส่วน
ลักษณะ: บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงเข้าร่วมลงทุนเพื่อทำกิจการแบ่งกำไร
ประเภทของห้างหุ้นส่วน:
ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership):
ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนมีความรับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมดโดยไม่จำกัด (Unlimited Liability)
ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (ถ้าไม่จดทะเบียนจะถือเป็นบุคคลธรรมดา)
ภาษี: หากไม่จดทะเบียน คู่ค้าจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับ
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (Registered Ordinary Partnership):
ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนมีความรับผิดในหนี้สินไม่จำกัดเ ช่นกัน
ภาษี: เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของห้างหุ้นส่วน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership):
ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
ประกอบด้วยหุ้นส่วน 2 ประเภท:
หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด: รับผิดในหนี้สินทั้งหมดโดยไม่จำกัด
หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด: รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนนำมาลงหุ้น
ข้อดี: ระดมทุนได้มากขึ้น, อาจมีสภาพต่อเนื่องกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว
ข้อเสีย: หุ้นส่วนบางคนมีความรับผิดไม่จำกัด, โอนหุ้นส่วนยาก, ข้อขัดแย้งระหว่างหุ้นส่วน
ภาษี: เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของห้างหุ้นส่วน
Corporation (บริษัทจำกัด) – นิติบุคคล
ลักษณะ: จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคล มีผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของ รับผิดชอบเพียงจำกัดเท่ากับมูลค่าหุ้นที่ตนถือ
ข้อดี:
จำกัดความรับผิดของผู้ถือหุ้น (Limited Liability) – ทรัพย์สินส่วนตัวผู้ถือหุ้นไม่เกี่ยวข้องกับหนี้สินบริษัท
ระดมทุนได้ง่ายและในปริมาณมากด้วยการออกหุ้น
มีสภาพต่อเนื่องทางกฎหมาย (Perpetual Succession) แม้ผู้ถือหุ้นจะเปลี่ยนแปลง
สามารถมีผู้บริหารมืออาชีพมาดูแลกิจการ (Professional Management)
โอนหุ้นได้ง่าย
ข้อเสีย:
ขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสูง ซับซ้อนกว่ารูปแบบอื่น
มีกฎระเบียบและข้อบังคับทางกฎหมายมาก ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
อาจเกิดภาษีซ้อน (Double Taxation) คือ รายได้บริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว เมื่อจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นอาจต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก
ภาษี: เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ
ภาษีเงินได้ (อัตราปัจจุบัน)
บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า):
0{-}150,000 \text{ บาท} = 0\%
150,001{-}300,000 \text{ บาท} = 5\%
…
4,000,001 \text{ บาทขึ้นไป} = 35\%
นิติบุคคล:
Non-SME: 20\% (สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 5{,}000,000 บาท)
SME:
กำไรสุทธิ 0{-}300,000 \text{ บาท} = 0\%
กำไรสุทธิ 300,001{-}3,000,000 \text{ บาท} = 15\%
กำไรสุทธิ 3,000,001 \text{ บาทขึ้นไป} = 20\%
การเลือกโครงสร้างธุรกิจ = การวางแผนภาษี (Tax Planning) เพื่อให้เสียภาษีน้อยที่สุดและถูกต้องตามกฎหมาย
สรุปใจความ
บัญชีเป็น “ภาษาสากลของธุรกิจ” ให้ข้อมูลเชิงตัวเลขที่เชื่อถือได้เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจของทุกองค์กร ผู้ประกอบการต้องเข้าใจหน้าที่ กระบวนการ มาตรฐาน จรรยาบรรณ และผลภาษีของรูปแบบกิจการ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากสารสนเทศทางการบัญชี