สรุปเนื้อหาศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
- ลักษณะทั่วไปและความสำคัญ
- เป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย
- มีวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก เริ่มตั้งแต่ชนชาติอารยัน (Aryan) เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในอินเดียจนปัจจุบัน
- มีชื่อเรียกในช่วงแรกว่า "ศาสนาสนาตนะ" แปลว่า ศาสนาที่เป็นนิรันดร์ ไม่มีวันเสื่อมถอย
- ต่อมาเมื่อพราหมณ์มีอิทธิพลมาก จึงได้ชื่อว่า "ศาสนาพราหมณ์ธรรม" หมายถึง คำสอนของพราหมณาจารย์
- ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงจึงเรียกว่า "ฮินดูธรรม" หรือ "ฮินดู" ซึ่งเน้นลัทธิอหิงสา แปลว่า การไม่เบียดเบียนกัน
ความเชื่อดั้งเดิมก่อนเกิดศาสนา
ชนพื้นเมืองเดิม (ทราวิฑ หรือ ดราวิเดียน)
- เรียกว่าพวกดราวิเดียน (Dravidian) หรือพวกมิลักขะ มีลักษณะผิวดำ ร่างเล็ก
- นับถือธรรมชาติ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และ ไฟ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเทพเจ้าที่มีตัวตน มีชีวิตจิตใจ และประทับอยู่บนสวรรค์
- มีพิธีบวงสรวงเทพเจ้าด้วยไฟ โดยเชื่อว่าควันไฟที่ลอยขึ้นสู่เบื้องบนเป็นสื่อนำความประสงค์ของผู้สังเวยไปแจ้งให้เทพเจ้าทราบ
- การที่ไฟไหม้เครื่องสังเวยจนหมดคือการที่เทพเจ้าเสวยเครื่องสังเวยนั้น
การอพยพของพวกอารยัน
- พวกอารยันหรืออินโด-ยูโรเปียน (Indo-European) มีลักษณะผิวขาว จมูกโด่ง รูปร่างสูงใหญ่
- อพยพมาตั้งถิ่นฐานในลุ่มแม่น้ำสินธุ คงคา และยมุนา ก่อนจะแผ่ขยายอำนาจยึดครองดินแดนของชาวมิลักขะ
เทพเจ้าของชาวอารยันก่อนอพยพเข้าอินเดีย
- พระอินทร์: เทพผู้บันดาลสรรพสิ่งให้เกิดขึ้นในโลก
- พระสาวิตรี: เทพแห่งแสงสว่างและความร้อน
- พระวรุณ: เทพแห่งความเย็นและความชุ่มชื้น
- พระยม: เทพแห่งความตาย
- ชาวอารยันถือว่าเทพทั้ง องค์นี้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์รักษาทิศทั้ง ของโลก จึงเรียกว่า "โลกบาล"
- มีการบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษด้วยการวางอาหารที่พื้นดิน เรียกว่า "พลี"
การปรับปรุงความเชื่อ
- หลังปกครองชาวมิลักขะ พวกอารยันได้สร้างเทพเจ้าองค์ใหม่ชื่อ "อัคนี" (เทพแห่งไฟ) เพื่อให้เข้ากับความเชื่อเดิมของชนพื้นเมือง
- ให้อัคนีอยู่ในฐานะเทพบริวารของพระสาวิตรี เพื่อแสดงให้ชาวมิลักขะเห็นว่ายังอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอารยัน
การแบ่งยุคสมัยของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
การแบ่งตามแบบ เสถียร โกเศศ และนาคะประทีป ( ยุค)
- สมัยดึกดำบรรพ์: ประมาณ ปีก่อนพุทธกาล
- สมัยพระเวท: ประมาณ ปีก่อนพุทธกาล
- สมัยพราหมณ์: ประมาณ ปีก่อน พ.ศ. ถึง พ.ศ.
- สมัยฮินดูเก่า (ฮินดูแท้): ประมาณ ปีก่อน พ.ศ. ถึง ต้นพุทธกาล
- สมัยอุปนิษัท: ประมาณ ปีก่อน พ.ศ. ถึง ต้นพุทธกาล
- สมัยสูตร: ประมาณ พ.ศ.
- สมัยอวตาร: ประมาณ พ.ศ.
- สมัยเสื่อม: ประมาณ พ.ศ.
- สมัยฟื้นฟู: ประมาณ พ.ศ.
- สมัยภักดี: ประมาณ พ.ศ.
- ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูปัจจุบัน: ประมาณ พ.ศ. ถึง ปัจจุบัน
การแบ่งยุคแบบกว้างๆ ( ยุค)
- ยุคพระเวท ( ปีก่อนพุทธกาล)
- ยุคพราหมณ์ ( ปีก่อนพุทธกาล ถึง พ.ศ. )
- ยุคฮินดู (พ.ศ. เป็นต้นมา)
รายละเอียดแต่ละยุคสมัยสำคัญ
ยุคพระเวท
- กลุ่มเทพเจ้า ( กลุ่ม)
- กลุ่มที่ (สวรรค์): วรุณ, สูรยะ (พระอาทิตย์), สาวิตรี, วิษณุ, อุษา, มิตระ, อทิติ, อรรยมัน, อัศวิน
- กลุ่มที่ (อากาศ): วายุ, อินทร์, รุทระ, ปรชันยะ, มารุต
- กลุ่มที่ (พื้นโลก): อัคนี, สุรัสวดี, พฤหัสบดี, ยม
- เทพที่โดดเด่น: พระอินทร์ (เทพนักรบ), พระวรุณ (คุมจักรวาล), พระพฤหัสบดี (เทพวิชาการ)
- บทบาทของพราหมณ์ในยุคพระเวท
- เกิดพิธีกรรมที่ซับซ้อน เช่น การฆ่าสัตว์บูชายัญและการถวายน้ำโสม
- พราหมณ์แบ่งหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญ:
- พราหมณ์โหรตา: บูชาเทพ
- พราหมณ์อุทคาดา: สวดขับกล่อม
- พราหมณ์อัธวรรยุ: จัดพิธีกรรมตามลัทธิ
- พรหมา: ควบคุมการบูชายัญให้ถูกต้องตามคัมภีร์
- คัมภีร์ฤคเวท
- เป็นคัมภีร์ที่รวมบทสวดสรรเสริญพระเจ้า เรียกว่า "ศรุติ" (เสียงทิพย์ที่ได้ยินมาจากพรหม)
- เป็นฉบับแรกที่พราหมณ์รวบรวมขึ้น
ยุคพราหมณ์
- ซึ่งเป็นช่วงที่พราหมณ์มีอิทธิพลสูงสุด ผูกขาดความรู้ในการติดต่อกับเทพเจ้า
- เชื่อว่าพราหมณ์มีสถานะเท่าเทียมราชา
- การอธิบายเทพเจ้าใหม่
- ยกให้พระพรหมเป็นเทพสูงสุดองค์เดียว ผู้สร้างสรรพสิ่ง (สถิตอยู่ในทุกสิ่ง)
- เกิดเทพใหม่เพิ่มเติมคือ พระศิวะ (เดิมเป็นเทพแห่งภูเขา) และ พระวิษณุ (เดิมเป็นเทพแห่งทะเล)
- คัมภีร์เพิ่มเติม
- คัมภีร์อรัณยกะ: บทเรียนในป่าสำหรับผู้สละเรือน (วานปรัสถ์) เพื่อบำเพ็ญตบะชำระวิญญาณ
- คัมภีร์อาถรรพเวท: รวมคาถาปัดเป่าอัปมงคลและสร้างสวัสดิมงคล กลายเป็นคัมภีร์เล่มที่
ยุคฮินดู (พ.ศ. เป็นต้นมา)
- มีการปรับปรุงศาสนาให้กว้างขวางขึ้น ลดความสำคัญของเทพบางองค์ตามความนิยม
- เกิดสถานศึกษาชั้นสูง เช่น ตักศิลา (ทิศาปาโมกข์)
- มีการกำหนดการศึกษาภาคบังคับในสำนักพราหมณ์
- ระบบปรัชญาฮินดูทั้ง (ยุคระบบ)
- นยายะ (Nyaya): โคตมะ (ศาสดา) เน้นการวิเคราะห์ตรรกวิทยา
- ไวเศษิกะ (Vaisesika): กณาทะ (ศาสดา) กล่าวถึงปรมาณูของธาตุ
- สางขยะ (Sankhya): กปิละ (ศาสดา) เน้นการพ้นทุกข์เข้าสู่โมกขะ
- โยคะ (Yoga): ปตัญชลี (ศาสดา) เน้นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงโมกขะ
- มิมางสา (Mimamsa): ไชมินิ (ศาสดา) พิจารณาสอบสวนธรรม
- เวทานตะ (Vedanta): ความรู้ในความเป็นจริง (ญาณวิทยา)
จักรวาลวิทยาและความเชื่อพื้นฐาน
ยุคสมัยของโลก (กัลป์ หรือ มหายุค)
- กฤดายุค (สัตยยุค): สัจธรรมสมบูรณ์ มนุษย์มีแต่ความดี
- ไตรดายุค: สัจธรรมเสื่อมลง เริ่มปฏิบัติธรรมหวังผลตอบแทน
- ทวาปรยุค: สัจธรรมเสื่อมลงครึ่งหนึ่ง เกิดตัณหา นิยมทำชั่ว ไม่สนใจพระเวท
- กลยุค: สัจธรรมเสื่อมลงเหลือเพียง มีแต่ความชั่วช้า เอารัดเอาเปรียบ (ยุคปัจจุบัน)
แนวคิดเรื่องวิญญาณและพระเจ้า
- อาตมัน (หรือชีวาตมัน): วิญญาณที่เป็นอมตะ ไม่แตกดับ เมื่อร่างกายตาย วิญญาณจะเปลี่ยนร่างไป
- โมกขะ: สภาวะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
- อวตาร: เทพเจ้าจำแลงกายลงมาปราบยุคเข็ญ เช่น พระนารายณ์อวตารเป็นพระราม (รามายณะ) และพระกฤษณะ (มหาภารตะ)
ระบบวรรณะ (Varna)
กำเนิดจากส่วนต่างๆ ของพระพรหมเพื่อกำหนดหน้าที่ทางสังคม:
- พราหมณ์: เกิดจาก "ปาก" (โอษฐ์) สวมชุดสีขาว (ความบริสุทธิ์) หน้าที่: เป็นที่ปรึกษากษัตริย์ สอนมนต์ ประกอบพิธีกรรม
- กษัตริย์: เกิดจาก "อก" สวมชุดสีแดง (นักรบ) หน้าที่: ปกครองและป้องกันอาณาจักร
- แพศย์ (ไวศยะ): เกิดจาก "ต้นขา" (เพลา) สวมชุดสีเหลือง หน้าที่: ค้าขาย เกษตรกร หาเงินทอง
- ศูทร: เกิดจาก "เท้า" (พระบาท) สวมชุดสีดำหรือสีไม่สดใส หน้าที่: กรรมกร ลูกจ้าง
- จัณฑาล: พวกนอกวรรณะที่เกิดจากการแต่งงานข้ามวรรณะ เป็นที่รังเกียจของทุกวรรณะ
เทพเจ้าสำคัญ (ตรีมูรติ)
ตรีมูรติ คือ การรวมเทพสูงสุด องค์ที่เป็นลักษณะของ "พรหมาน" (Brahman):
- พระพรหม (Brahma): ผู้สร้างโลก มนุษย์ และสรรพสิ่ง พาหนะคือหงส์ ชายาคือพระสุรัสวดี
- พระวิษณุ (นารายณ์): ผู้พิทักษ์และคุ้มครองโลก พาหนะคือครุฑ ชายาคือพระลักษมี
- พระศิวะ (อิศวร): ผู้ทำลายเพื่อสร้างใหม่ พาหนะคือโคสีขาว ชายาคือพระอุมา
นิกายที่สำคัญในศาสนาฮินดู
- นิกายไวษณพ: นับถือพระวิษณุ สถาปนาโดยนาถมุนี (พ.ศ. ) แบ่งเป็นฝ่ายเหนือ (วัทคไล) และฝ่ายใต้ (เตนคไล)
- นิกายไศวะ: เก่าแก่ที่สุด นับถือพระศิวะ บูชาองค์พระศิวะและสัญลักษณ์ศิวลึงค์/โยนี
- นิกายศักติ: นับถือพระเทวี/ชายาของเทพ เช่น พระลักษมี พระอุมา พระกาลี
- นิกายคณะพัทยะ: นับถือพระพิฆเณศเป็นเทพสูงสุด
- นิกายสรภัทธะ: นับถือพระอาทิตย์ (สูรยะ) มีพิธีกายตรี (Gayatri)
- นิกายตันตระ: เน้นพิธีการและกฎเกณฑ์ (วามาจาริน) บางส่วนเกี่ยวข้องกับกามารมณ์และพิธีเที่ยงคืน
- นิกายพรหม: เก่าแก่ดั้งเดิม นับถือพระพรหม
- นิกายสมารธะ: นิกายใหญ่ นับถือเทพเจ้าทุกองค์อย่างเท่าเทียม
หลักธรรมและแนวทางปฏิบัติ
หลักอาศรม (ขั้นตอนดำเนินชีวิตกำหนดอายุ ปี)
- พรหมจรยาศรม (อายุ ปี): วัยเรียน ตั้งใจศึกษาวิชาและประพฤติพรหมจรรย์
- คฤหัถาศรม (อายุ ปี): วัยครองเรือน แต่งงาน ทำงาน เลี้ยงครอบครัว
- วานปรัสถาศรม (อายุ ปี): วัยแสวงหาสันโดษ ออกอยู่ป่า บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
- สันยัสตาศรม (อายุ ปีขึ้นไป): วัยสละโลก บวชเป็นสันยาสีเพื่อมุ่งสู่โมกขะ
หลักธรรม ประการ (ทศธรรม)
- ธฤติ (ความมั่นคง), กษมา (ความอดทน), ทมะ (การข่มใจ), อัสเตยะ (ไม่ลักขโมย), เศาจะ (ความบริสุทธิ์), อินทรียะนิครหะ (ควบคุมร่างกาย), ธี (สติปัญญา), วิทยา (ความรู้เชิงปรัชญา), สัตยะ (ความซื่อสัตย์), อโกธะ (ความไม่โกรธ)
หลักปุรุษารถะ (เป้าหมายสูงสุดของชีวิต)
- ธรรมะ: ศีลธรรมทางสังคม
- กามะ: ความสุขทางโลกตามแนวทางธรรม
- อรรถะ: การสร้างตัวทางเศรษฐกิจ
- โมกขะ: อิสรภาพของดวงวิญญาณ (อุดมคติสูงสุด)
มรรคสดี่ (ทางแห่งความหลุดพ้น)
- กรรมมรรค: การทำกรรมดี
- ชญานมรรค: วิถีแห่งความรู้แจ้ง
- ภักติมรรค: ความภักดีต่อพระเจ้า
- ราชมรรค: การฝึกฝนทางจิต/สมาธิ
คัมภีร์ที่สำคัญ
- คัมภีร์ศรุติ (พระเวททั้ง )
- ฤคเวท: บทสวดสรรเสริญเทพเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด ( บท)
- ยชุรเวท: คู่มือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
- สามเวท: บทสวดขับร้องในพิธีน้ำโสม ( บท)
- อาถรรพเวท: คาถาอาคม ขับไล่เสนียดจัญไร
- คัมภีร์สมฤติ: คัมภีร์ที่แต่งขึ้นภายหลังเพื่ออธิบายพระเวท และรวบรวมความรู้ เช่น มนูศาสตร์, ปุราณะ, ภควัทคีตา, รามายณะ
- คัมภีร์เวทางคศาสตร์: วิชาประกอบพระเวท เช่น สัทศาสตร์ (การออกเสียง), ฉันท์, ไวยากรณ์, นิรุกติ (รากศัพท์), โชยติส (ดาราศาสตร์/โหราศาสตร์), กลัปป์ปะ (วิธีพิธีกรรม)
พิธีกรรมและเทศกาล
- พิธีสังสการ (พิธีประจำบ้าน ประการ)
- ตั้งแต่ ครรภาธาน (รู้ว่าตั้งครรภ์), ปุงสวน (สำหรับชายในครรภ์), ชาตกรรม (เด็กคลอด), นามกรรม (ตั้งชื่อ), จูฑากรรม (โกนผมไฟ), อุปานยัน (การสวมสายยัชโญปวีตให้ทวิชาชาติ), สมาวรรตน์ (จบการศึกษา) จนถึง วิวาหะ (แต่งงาน)
- พิธีศราทธ์: การทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษในเดือน ด้วยก้อนข้าว (ข้าวบิณฑ์)
- เทศกาลสำคัญ
- ดีวาลี: เทศกาลแห่งไฟและปีใหม่ บูชาพระแม่ลักษมี
- โหลี: เทศกาลเพื่อความอุดมสมบูรณ์
- มหาศิวราตรี: เทศกาลบูชาพระศิวะ
- กุมภเมละ: พิธีชำระบาปที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์