ACFrOgDzu3P0FpY1NHc-qhPKQxxE3XdcLxzKtfDEgE7rvTOmuY4q7PowjtI-d-CfM6pmi-6y6NrPL7bhKxCEJApzXsn77f_vOhwRLfFEIcRA4cs98J2dXrWw9GRsAlNgGRFLhfIvglIuF_Z40VcvwjbOZ1F8UwCD4njeoMCM8W1Cnb2H0p1riz0QHYlFSRsFfN3I9LQ3KqTBmJ3btw16
รามเกียรติ์: ตอน นารายณ์ปราบนนทก
เรื่องย่อ
ผู้แต่ง: พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.๑)
จุดประสงค์ในการแต่ง:
ใช้เป็นบทละครใน
ป้องกันการสูญหาย
ปลุกใจราษฎรให้ห้าวหาญ
สร้างรามเกียรติ์ฉบับสมบูรณ์
แสดงธรรมะย่อมชนะอธรรม
ส่งเสริมความซื่อสัตย์ต่อบิดามารดาและกษัตริย์
แสดงความไม่เที่ยงของโลกa
ภาคสวรรค์
หิรันตยักษ์: บำเพ็ญตบะขอพรจากพระอิศวร
เมื่อได้พร คิดว่าไม่มีใครสู้ได้ ม้วนแผ่นดินไปไว้ที่เมืองบาดาล
เทวดาไปทูลฟ้องพระอิศวร
พระนารายณ์: ได้รับมอบหมายให้ปราบหิรันตยักษ์
นำแผ่นดินมาคลี่ไว้ที่เดิม
กลับเกษียรสมุทร ร่ายเวทมนตร์
อโนมาตัน: เกิดจากดอกบัว
นำไปถวายพระอิศวร
พระอินทร์สร้างเมืองที่ป่าทวาราวดี
มอบตรีเพชรคทาและธำมรงค์ให้ปกครองเมือง
นางมณีเกสรเป็นพระมเหสี
มีโอรสชื่ออัชบาล และต่อมาท้าวอัชบาลกับนางเทพอัปสรมีโอรสชื่อทศรถ
ท้าวสหบดี: พระพรหมสร้างกรุงลงกา
ให้ท้าวจตุรพักตร์ไปครอง
มอบฉัตรแก้ววิเศษ (ป้องกันข้าศึกโดยบังแสงอาทิตย์)
ประทานนางมลิกาเป็นมเหสี
มีโอรสชื่อท้าวลัสเตียน มีมเหสี ๕ องค์ องค์สุดท้ายคือพระนางรัชฎาเทวี (พระนางรัชดาเทวี) ซึ่งเป็นแม่ของทศกัณฐ์
กำเนิดทศกัณฐ์
นนทก: ยักษ์ล้างเท้าเทวดาที่เชิงเขาไกรลาส
ถูกเทวดาตบหัว ถอนผมทุกวันจนหัวล้าน
เสียใจและแค้นใจ ไปเฝ้าพระอิศวรทูลขอนิ้วเพชร ชี้ใครต้องตาย
พระอิศวรให้พร
นนทกกลับไปล้างเท้าเทวดาตามเดิม
ถูกเทวดาลูบหัวอีก เอานิ้วเพชรชี้ เทวดาล้มตายจำนวนมาก
เทวดาไปทูลฟ้องพระอิศวร
พระนารายณ์: แปลงกายเป็นนางอัปสร ร่ายรำยั่วยวน
นนทกหลงกล รำตาม เอานิ้วเพชรชี้ที่ขาตนเองล้มลง
พระนารายณ์กลับร่างเดิม เหยียบอกนนทก
นนทกว่า พระนารายณ์กลัวจึงต้องแปลงร่าง
พระนารายณ์สาปให้ นนทกไปเกิดใหม่มีสิบหัวสิบหน้าและยี่สิบมือ เหาะเหินเดินอากาศได้ มีคทาและธนูเป็นอาวุธ ส่วนพระองค์จะเกิดเป็นมนุษย์มี ๒ มือ ตามไปฆ่า
เอาพระแสงตรีตัดคอนนทกกระเด็นไป
ทศกัณฐ์: นนทกไปเกิดเป็นโอรสของท้าวลัสเตียนและพระนางรัชฎาเทวี
แปลว่า ผู้มีสิบหู มีน้องชาย 5 คน คือ พิเภก กุมภกรรณ ทูษณ์ ขร ตรีเศียร และมีน้องสาวชื่อว่า นางสำมนักขา
ต่อมาทศกัณฐ์ได้ไปศึกษาพระเวทกับฤๅษีโคบุตร
กำเนิดพระราม นางสีดา และสงครามกับทศกัณฐ์
ท้าวทศรถ: กษัตริย์ครองกรุงอโยธยา มีพระมเหสี ๓ องค์ คือ นางเกาสุริยา นางไกยเกษี และนางสมุทรเทวี
ไปรบกับยักษ์ชื่อปทูตทันต์ นางไกยเกษีตามเสด็จไปด้วย
ยักษ์แผลงศรถูกเพลารถหัก นางไกยเกษีกระโดดลงเอาแขนสอดแทน
ท้าวทศรถฆ่ายักษ์ได้ ทรงทราบความจงรักภักดีของนางไกยเกษี จึงประทานพรให้
พิธีกวนข้าวทิพย์:
ท้าวทศรถครองราชย์นานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีโอรส จึงทำพิธีกวนข้าวทิพย์
กลิ่นข้าวทิพย์หอมไปถึงกรุงลงกา
ทศกัณฐ์ใช้นางยักษ์กากนาสูรมาขโมย (แปลงร่างเป็นอีกา โฉบเอาไปได้ครึ่งก้อน)
ทศกัณฐ์ให้ นางมณโฑผู้เป็นมเหสีกิน นางจึงตั้งครรภ์และประสูติพระธิดา
พระธิดาร้องว่า “ผลาญราพณ์” ขึ้นสามครั้ง
พิเภกและโหรทำนายว่าเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง
ทศกัณฐ์สั่งให้เอาพระธิดาใส่ผอบลอยน้ำไป
นางสีดา:
พระชนกฤๅษี (เดิมเป็นราชาแห่งเมืองมิถิลา) พบเข้าก็เก็บไปฝังดินฝากแม่พระธรณีไว้
เวลาล่วงไปถึง ๑๖ ปี จึงขุดนางขึ้นมา ตั้งชื่อว่าสีดา แล้วกลับไปครองเมืองมิถิลาเช่นเดิม
จัดพิธียกศร(มหาธนูโมลี) เพื่อหาคู่ครองให้ นางสีดา
พระรามยกศรได้ จึงได้อภิเษกกับนางสีดาและพานางกลับไปอยู่ที่กรุงอโยธยา
กำเนิดพระรามและพระอนุชา:
ข้าวทิพย์ที่เหลือสามก้อนครึ่ง ท้าวทศรถแบ่งให้มเหสีทั้งสาม
นางเกาสุริยาประสูติพระราม นางไกยเกษีประสูติพระพรต นางสมุทรเทวีประสูติพระลักษมณ์กับพระสัตรุด
ต่อมาท้าวทศรถคิดจะยกราชสมบัติให้พระราม
นางไกยเกษีทูลขอเมืองอโยธยาให้พระพรต และขอให้พระรามออกเดินป่า ๑๔ ปี
ท้าวทศรถเคยประทานพรให้นางไว้ จึงจำต้องรักษาวาจาสัตย์ พระรามก็ยินยอมออกจากเมืองโดยดี ซึ่งพระลักษมณ์กับนางสีดาขอตามเสด็จไปด้วย
ท้าวทศรถเสียพระทัยมาก จนกระทั่งสิ้นพระชนม์
นางสำมนักขา:
พระราม พระลักษมณ์ และนางสีดาไปตั้งอาศรมอยู่ในป่า
นางสำมนักขาน้องสาวของทศกัณฐ์ออกไปเที่ยวป่า พบพระรามรูปร่างงดงามก็หลงรัก เข้าไปเกี้ยวพาราสีพระราม และทำร้ายนางสีดา
พระลักษมณ์โกรธมาก จับนางมาตัดหู จมูก มือ และเท้า แล้วปล่อยตัวไป
นางกลับไปฟ้องพี่ชายทั้งสาม คือ ทูษณ์ ขร ตรีเศียร ให้ไปรบกับพระราม แต่ก็ถูกพระรามฆ่าตาย
นางจึงไปเล่าถึงความงดงามของนางสีดาให้ทศกัณฐ์ฟัง
การลักพาตัวนางสีดา:
ทศกัณฐ์อยากได้นางมาเป็นชายา จึงออกอุบายให้มารีศแปลงตัวเป็นกวางทองมาล่อ นางสีดา
นางสีดาเห็นกวางทองก็อยากได้ ขอให้ พระรามไปจับมาให้
พอมารีศถูกศรของพระราม ก็แกล้งทำเสียง พระรามร้องให้ช่วย
นางสีดาจึงขอพระลักษมณ์ตามไป
ทศกัณฐ์ได้โอกาส จึงเข้ามาลักพานางสีดาไป กรุงลงกา
การติดตามนางสีดา:
พระราม พระลักษมณ์เสด็จออกติดตามนางด้วยความห่วงใย จนได้พบกับหนุมานและสุครีพ
สุครีพขอให้พระรามฆ่าพาลีผู้เป็นพี่ชายของตนเสียก่อน ตนจึงจะช่วยทำสงครามกับทศกัณฐ์
สุครีพแค้นใจที่ครั้งหนึ่งพระอินทร์ฝากผอบใส่นางดารามากับพาลีเพื่อเป็นรางวัลแก่สุครีพ ที่ยกเขาพระสุเมรุให้ตั้งตรงได้ แต่ถูกพาลีริบไปเป็นของตน
ครั้งสุดท้ายพาลีไปสู้รบกับควาย ชื่อทรพีในถ้า แล้วสั่งสุครีพให้คอยดูอยู่ที่ปากถ้า ถ้าเลือดที่ไหลออกมาข้นเป็นเลือดควาย ถ้าเลือดใสเป็นเลือดของตน ให้สุครีพปิดปากถ้าเสีย
สุครีพเฝ้าดูอยู่ เห็นเลือดที่ไหลออกมาใส เพราะมีฝนตก น้ำฝนชะเลือดให้ใส จึงคิดว่าพาลีตาย สุครีพจึงเอาหินปิดปากถ้าไว้
พาลีเข้าใจว่าสุครีพคิดฆ่าตน จึงขับไล่สุครีพออกจากเมือง
พระรามได้แผลงศรไปฆ่าพาลีตาย สุครีพจึงเกณฑ์ไพร่พลลิงมาช่วย พระรามรบ
สงคราม:
คืนหนึ่งทศกัณฐ์ฝันร้าย พิเภกทำนายว่าทศกัณฐ์ถึงคราวมีเคราะห์ ให้ส่งนางสีดาคืนไปเสีย
ทศกัณฐ์โกรธมากขับไล่พิเภกออกจากเมือง
พิเภกจึงเข้าไปสวามิภักดิ์กับพระราม ช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการทำสงครามแก่พระรามเสมอ
พระรามทำสงครามกับทศกัณฐ์อยู่นานหลายปี จนญาติพี่น้องของทศกัณฐ์ตายในสงครามกันหมด ทศกัณฐ์ต้องออกรบเอง
พระรามแผลงศรถูกหลายครั้งแต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ตาย เพราะถอดดวงใจฝากพระฤๅษีโคบุตรไว้
หนุมานกับองคตจึงทูลรับอาสาพระรามไปหลอกเอากล่องดวงใจมาจนได้
ทศกัณฐ์ออกรบอีก พอพระรามแผลงศรไปปักอก ทศกัณฐ์ หนุมานจึงขยี้กล่องดวงใจจนแหลกลาญ ทำให้ทศกัณฐ์สิ้นชีวิต
หลังสงคราม:
พิเภกก็พานางสีดามาคืนให้พระราม
พิสูจน์ความบริสุทธ์ิ นางสีดาจึงขอทำพิธีลุยไฟ ซึ่งนางสามารถเดินลุยไฟได้อย่างปลอดภัย
พระรามตั้งให้พิเภกครองกรุงลงกาแล้ว พระรามก็เสด็จกลับอโยธยาพร้อมด้วยนางสีดา และพระลักษมณ์
ปีศาจยักษ์ตนหนึ่งชื่อนางอัคคี ได้แปลงร่างเป็นสาวใช้ของนางสีดา ขอร้องให้นางสีดาวาดรูปทศกัณฐ์ให้ดู พอดีพระรามเสด็จมา นางสีดาตกใจพยายามลบเท่าไรก็ไม่ออก จึงรีบซ่อนไว้ใต้ที่บรรทม ทำให้ พระรามบรรทมไม่หลับ ต้องสั่งให้พระลักษมณ์ค้นดูก็ได้รูปของทศกัณฐ์
พระรามกริ้วมาก หาว่านางสีดามีใจรักทศกัณฐ์ จึงสั่งให้พระลักษมณ์นำนางไปประหารและให้ควักเอาหัวใจมาให้ แต่พระลักษมณ์ได้ปล่อยนางไป และเอาหัวใจกวางมาถวายพระรามแทน
นางสีดาไปอาศัยอยู่กับฤๅษีตนหนึ่งชื่อวัชมฤค จนประสูติโอรสองค์หนึ่งชื่อ พระมงกุฎ
นางสีดาไปอาบน้ำที่ลำธาร เห็นลิงเอาลูกเกาะหน้าเกาะหลังพาไปไหนมาไหนด้วย นางจึงกลับไปอุ้มโอรสที่ฝากพระฤๅษีเลี้ยงไว้มาด้วย
เมื่อพระฤๅษีลืมตาขึ้นจากการบำเพ็ญตบะไม่เห็นพระมงกุฎ คิดว่าพระกุมารหายไป จึงชุบกุมารขึ้นอีกองค์หนึ่งชื่อว่า พระลบ นางสีดาจึงมีโอรสสององค์
พระฤๅษีได้สั่งสอนศิลปวิทยาให้กุมารทั้งสองจนเก่งกล้า จึงประลองศรศิลป์กันจนดังสนั่นกึกก้องไปจนถึงเมืองอโยธยา
พระรามอยากทราบว่าเป็นเสียงใครทำฤทธิ์ จึงปล่อยม้าอุปการผูกสารที่คอว่า ถ้าใครพบม้านี้ให้บูชาพระราม ถ้าขัดขืนถือว่าเป็นกบฏ
ม้าผ่านเข้าไปในป่า พระมงกุฎกับพระลบเห็นเข้าก็จับมาขี่เล่น
พระพรตกับพระสัตรุดแผลงศรไปจับตัวพระมงกุฎได้ พระรามสั่งให้นำ ตัวไปประจานสามวันแล้วให้ประหารเสีย แต่พระลบมาช่วยไปได้
พระรามเสด็จออกรบด้วยตนเอง แต่ไม่สามารถเอาชนะกันได้ จนกระทั่งรู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน
พระรามไปอ้อนวอนนางสีดาให้กลับอโยธยาแต่นางสีดาไม่ยอม
พระรามจึงทำอุบายว่าสิ้นพระชนม์ นางสีดาตกใจรีบกลับมาเยี่ยมพระศพ และร้องไห้จนสลบ
พอฟื้นขึ้นมาเห็นพระราม นางสีดารู้ว่าถูกหลอกจึงอธิษฐานแทรกแผ่นดินหนีไปอยู่เมืองบาดาล
พิเภกทูลแนะนำให้พระรามออกเดินป่าอีกครั้ง เพื่อสะเดาะเคราะห์ พระรามจึงเสด็จไปพร้อมกับ พระลักษมณ์ และหนุมาน ได้ฆ่ายักษ์ตายอีกหลายตน
ครั้งสุดท้ายพระรามสู้กับท้าวอุณาราช พระรามถอนต้นกกมาพาดสายยิงไปตรึงท้าวอุณาราชไว้กับแผ่นหิน แล้วจึงเสด็จกลับเข้ากรุงอโยธยา
ท้ายที่สุด พระอิศวรไปตามนางสีดาและพระราม ให้ขึ้นมาเฝ้าพระองค์ที่เขาไกรลาส แล้วพระอิศวรจึงช่วยไกล่เกลี่ยให้นางสีดายอมคืนดี แล้วประทานอภิเษกให้ใหม่
ตอนจบ พวกคนธรรพ์มารบกวนฤๅษีแล้วตีเมืองไกยเกษ ท้าวไกยเกษต้องหนีไปซ่อนตัวในป่า พระรามจึงให้โอรสทั้งสองไปปราบได้ราบคาบ บ้านเมืองจึงมีความผาสุกสืบมา
แนะนำตัวละคร
พระอิศวร
เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ มีกายสีขาว แต่พระศอเป็นสีดำ เพราะเคยดื่มยาพิษ
มีพระเนตร ๓ ดวง ดวงที่ ๓ อยู่กลางพระนลาฏ ซึ่งตามปกติจะหลับอยู่ เนื่องจากพระเนตรดวงที่ ๓ นี้มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลืมขึ้นเมื่อใดจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ได้
พระมเหสี คือ พระอุมา มีพระราชโอรส ๒ พระองค์ คือ พระขันทกุมารและพระพิฆเณศ
มีนาคเป็นสังวาล มีพระจันทร์เป็นปิ่น อาวุธประจำพระองค์ คือตรีศูล (หลาวสามง่าม) พาหนะ คือ โคอุศุภราช
ชื่อเรียกอื่น ๆ: พระศุลี พระศิวะ พระภูเตศวร พระตรีเนตร พระสยมภู พระมหาเทพ พระวิศานาถ พระมเหศวร ฯลฯ
พระนารายณ์
เทพผู้เป็นใหญ่ฝ่ายปราบปราม มีกายสีดอกตะแบก มี ๔ กร ซึ่งแต่ละกรถืออาวุธต่าง ๆ กัน คือ คทา ตรีจักร สังข์
ประทับอยู่กลางเกษียรสมุทรบนหลังพญานาคชื่อ อนันตนาคราช พระมเหสีคือพระลักษมี ทรงใช้ครุฑเป็นพาหนะ
ชื่อเรียกอื่น ๆ: พระทรงครุฑ พระสี่กร พระทรงสังข์ พระวิษณุ พระธราธร พระสังขกร ฯลฯ
หนุมาน
พระอิศวรสั่งให้พระพายเอาเทพอาวุธและกำลังของพระองค์ไปซัดเข้าปากนางสวาหะ ให้มีลูกเป็นลิง โดยให้กระบองเพชรเป็นสันหลังตลอดหาง ตรีเพชรเป็นตัว มือและเท้า ให้จักรแก้วเป็นหัว เมื่อจะต่อสู้กับศัตรูก็ให้ชักเอาตรีเพชรที่อกออกมาได้ หนุมานจึงเป็นลิงเผือก (กายสีขาว)
มีลักษณะพิเศษ คือ มีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานฟัน มีกุณฑลขนเพชร สามารถแผลงฤทธิ์ให้มีสี่หน้าแปดมือ และหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ ใช้ตรีเพชร (สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว (จะใช้เมื่อรบกับยักษ์วัสสาสำคัญ ๆ)
นางสวาหะตั้งครรภ์ ๓๐ เดือนก็ให้กำเนิดโอรส
เวลาคลอดก็กระโจนออกมาจากปากแม่ เผือกผ่องไปทั้งกาย ตัวใหญ่เท่ากับอายุ ๑๖ ปีแล้ว เหาะขึ้นไปบนฟ้า มีรัศมีโชติช่วง มีกุณฑลขนเพชร เขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน มีแปดมือ สี่หน้า
หนุมานเป็นลิงที่มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกายหายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพัน แม้ถูกอาวุธของศัตรูจนตาย เมื่อมีลมพัดมาก็จะฟื้นขึ้นได้อีก
นางสวาหะสั่งหนุมานว่า ถ้ามีใครทักกุลฑลขนเพชร นั่นคือพระนารายณ์อวตารลงมาเพื่อฆ่ายักษ์ จงสวามิภักดิ์กับท่านผู้นั้น
หนุมานรับพรจากพระพายและฟังคำสั่งแม่แล้วก็ลาพระพายและแม่ไป
ด้วยความซุกซนของหนุมานที่ไปหักกิ่งไม้ในสวนของพระอุมาเทวี(เมียพระอิศวร) จึงถูกสาปให้กำลังลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อใดพระนารายณ์อวตารเป็นพระรามแล้ว เอามือลูบหลังจนถึงหางเจ้าก็จะพ้นคำสาปมีกำลังดังเดิม
ภายหลังหนุมานได้ถวายตัวเป็นทหารเอกของพระราม ช่วยทำการรบจนสิ้นสงคราม
นางมณโฑ
มเหสีของทศกัณฐ์ มีชาติกำเนิดเดิมเป็นกบ อาศัยอยู่ในกล้อาศรมของพระฤๅษี ๔ ตน พระฤๅษีมักจะให้ทานน้ำนมนางกบอยู่เสมอ
วันหนึ่งนางกบเห็นนางนาคมาคายพิษใส่อ่างน้ำนมเพื่อฆ่าพระฤๅษีทั้ง ๔ นางจึงสละชีวิตกระโดดลงไปกินน้ำนมในอ่างจนตาย พระฤๅษีจึงชุบชีวิตนางให้ฟื้นขึ้นเพื่อถามเรื่องราว เมื่อทราบความจริงแล้ว จึงชุบนางกบให้เป็นมนุษย์ มีความสวยงามมาก ตั้งชื่อให้ว่า “มณโฑ” (แปลว่ากบ) แล้วนำนางไปถวายพระอุมาบนสวรรค์
ต่อมาพระอิศวรประทานนางมณโฑให้ทศกัณฐ์เป็นรางวัลตอบแทนที่ยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงเหมือนเดิมได้ แต่ถูกพาลีชิงนางไประหว่างทาง
นางต้องเป็นภรรยาของพาลีจนตั้งครรภ์ พระฤๅษีองคตัจึงสั่งพาลีให้คืนนางให้ทศกัณฐ์โดยผ่าท้องนำทารกไปฝากไว้ในท้องแพะ ต่อมาจึงเกิดมาเป็นองคต
สุพรรณมัจฉา
ลูกของทศกัณฐ์กับนางปลา รูปร่างท่อนบนเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นปลา
เมื่อพระรามสั่งหนุมานให้พาบริวารลิงขนหินมาถมสมุทร เพื่อทำถนนข้ามไปกรุงลงกา ทศกัณฐ์ก็สั่งให้นางสุพรรณมัจฉาและพวกปลาทั้งหลาย ช่วยกันขนหินไปทิ้ง
หนุมานสงสัย ดำน้ำลงไปดูจึงพบนางสุพรรณมัจฉา ทั้งสองมีความรักต่อกัน นางจึงยอมเป็นภรรยาของหนุมาน ต่อมานางสุพรรณมัจฉาตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายชื่อมัจฉานุ
มัจฉานุ
บุตรของหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา จึงมีร่างกายเป็นลิงเผือกเช่นเดียวกับหนุมาน แต่มีหางเป็นปลา
เมื่อนางสุพรรณมัจฉาคลอดมัจฉานุออกมาแล้ว ก็กลัวทศกัณฐ์จะรู้ จึงนำมัจฉานุไปทิ้งที่ชายหาด
ไมยราพซึ่งเป็นญาติกับทศกัณฐ์มาพบเข้า มีความสงสาร ได้นำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
ต่อมาไมยราพลักพาตัวพระรามมาไว้ที่เมืองบาดาล หนุมานติดตามมาช่วย ได้พบกับมัจฉานุ จึงต่อสู้กัน แต่ไม่สามารถเอาชนะกันได้ จนกระทั่งได้รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน
สุครีพ
ลิงมีกายสีแดง มีศักดิ์เป็นน้าของหนุมาน
เป็นลูกของพระอาทิตย์กับนางกาลอัจฉา เมื่อฤๅษีรู้ความจริงจากนางสวาหะว่าสุครีพไม่ใช่ลูกของตนแต่เป็นลูกชู้จึงสาปให้กลายเป็นลิง พร้อมกับพี่ชายซึ่งเป็นลูกของพระอินทร์ แล้วไล่ให้เข้าป่าไป
ต่อมาสุครีพได้เป็นทหารเอกของพระราม ได้รับความไว้วางพระทัยจากพระราม ให้เป็นผู้จัดการกองทัพออกสู้รบกับกองทัพ ของกรุงลงกาอยู่เสมอ
กุมภกรรณ
ยักษ์กายสีเขียว มีหอกโมกขศักดิ์เป็นอาวุธ
ได้ชื่อว่ากุมภกรรณ (หูหม้อ) เพราะมีร่างกายใหญ่โตจนเอาหม้อใส่ไว้ในหูได้
เป็นน้องร่วมมารดาของทศกัณฐ์ โดยเป็นพี่ของพิเภก
ครั้งหนึ่งกุมภกรรณออกรบกับพระลักษมณ์ ได้พุ่งหอกโมกขศักดิ์ไปถูกพระลักษมณ์จนสลบ แต่พิเภกและหนุมานได้แก้ไขให้ฟื้นได้
ต่อมากุมภกรรณได้ทำพิธีทดน้ำ โดยเนรมิตกายให้ใหญ่โตขวางทางน้ำไว้ เพื่อให้กองทัพของพระรามอดน้ำตาย แต่ถูกหนุมานทำลายพิธี
ครั้งสุดท้าย กุมภกรรณออกรบกับพระราม ถูกศรของพระรามจนเสียชีวิต
ไมยราพ
ยักษ์ มีกายสีม่วงอ่อน เป็นญาติของทศกัณฐ์ ปกครองเมืองบาดาล
มีอาวุธ คือ กล้องยาสะกด ใช้สำหรับเป่าเพื่อสะกดให้กองทัพของข้าศึกหลับไหล
ถอดกล่องดวงใจใส่ตัวแมลงภู่ซ่อนไว้บนยอดเขาตรีกูฏ จึงไม่มีใครฆ่าให้ตายได้
วันหนึ่งไมยราพไปพบมัจฉานุ ซึ่งนางสุพรรณมัจฉามาคลอดทิ้งไว้ที่หาดทรายจึงเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
ต่อมาไมยราพไปช่วยทศกัณฐ์ทำสงคราม โดยเป่ากล้องยาสะกดกองทัพของพระราม แล้วจับพระรามไปขังไว้ที่เมืองบาดาล หนุมานตามลงไปช่วยพระรามและฆ่าไมยราพตายโดยจับแมลงภู่มาขยี้
พิเภก
เทพบุตรเวสสุญาณ จุติลงมาเพื่อช่วยพระราม
เป็นน้องของทศกัณฐ์ สามารถ ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
เมื่อทศกัณฐ์ได้ลักพานางสีดามา พิเภกได้แนะนำให้ส่งนางสีดาคืนไป ทำให้ทศกัณฐ์โกรธมากจนขับไล่พิเภกออกไปจากเมือง
พิเภกจึงไปสวามิภักดิ์กับพระราม
เกร็ดจากเรื่องรามเกียรติ์
สุครีพตั้งเขาพระสุเมรุให้ตรง
เทวดาจับระบำ มีรามสูร เมขลา เข้ามาไล่กัน (เพื่อเชื่อมิทาน)
รามสูรขว้างขวานใส่นางเมขลา มีเทวดาชื่ออรชุนเข้ามาขัดขวาง จึงถูกรามสูรจับขาของอรชุนฟาดกับเหลี่ยมเขาพระสุเมรุจนอรชุนตายและทำให้ เขาพระสุเมรุเอนทรุด
สุครีพอุบายทำให้ เขาพระสุเมรุตั้งตรงได้ พระอิศวรจึงมอบนางดาราใส่ผอบแก้วให้สุครีพ โดยฝากพาลีไปให้ พาลีสาบานว่าถ้าตนไม่ให้นางแก่สุครีพก็ขอให้ต้องศรพระนารายณ์ตาย แต่แล้วพาลีก็ผิดคำสาบาน เกี้ยวนางดาราเป็นเมียตนเสียเอง
ทรพาและทรพี
นนทกาล ข้ารับใช้พระอิศวรไปเกี้ยวนางฟ้าชื่อมาลี จึงถูกพระอิศวรสาปให้เป็นควายป่า เมื่อใดที่ถูกลูกสังหารจึงพ้นคำสาป
ควายทรพามีลูกชื่อทรพี ครั้นโตแล้วก็ท้าทรพารบ พาลีรบกับทรพีในถ้า เลือดไหลออกจากปากถ้า สุครีพ น้องของพาลี เข้าใจว่าพี่ถูกฆ่าตายจึงปิดปากถ้า พาลีออกจากถ้า ได้ ก็โกรธ ขับสุครีพให้ออกจากเมือง สุครีพจึงไปอยู่ป่ากล้วยกับหนุมานที่บำเพ็ญพรตอยู่
ทศกัณฐ์ถูกางช้างปักอก
ทศกัณฐ์ให้ฤๅษีโคบุตรช่วยถอดดวงใจเก็บรักษาไว้ที่กุฏิกลางป่า ใครฆ่าก็ไม่ตาย
ทศกัณฐ์กำเริบ อยากได้บุษบกแก้วของกุเปรันผู้พี่ชาย จึงได้รบกัน กุเปรันสู้ไม่ได้จึงไปหาพระอิศวร พระอิศวรจึงถอดงาช้างขว้างไปปักอกทศกัณฐ์ และสาปให้ติดอยู่ตลอดไป ต่อเมื่อถูกศรพระนารายณ์ตายแล้วจึงหลุด
ทศกัณฐ์ไปหาพระวิษณุกรรมให้ช่วยเลื่อยงาส่วนที่ยื่นออกให้ แล้วเนรมิต เครื่องประดับปิดงาที่จมอยู่ในอก
นางกุจจีผูกใจเจ็บพระราม
พระรามเรียนศิลปศาสตร์ฝึกหัดยิงศร ยิงศรล้อนางกุจจี พี่เลี้ยงหลังค่อมของนางไกยเกษี ทำให้ นางกุจจีผูกใจเจ็บ
นางกุจจีทูลยุยงให้นางไกยเกษีขอราชสมบัติให้พระพรต และขอให้เนรเทศพระรามออกเดินป่า ๑๔ ปี
ท้าวทศรถจำต้องปฏิบัติตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับนางไกยเกษี พระรามจึงต้องออกเดินป่า โดยมีพระลักษมณ์และนางสีดาติดตามไปด้วย
พระพรตและพระสัตรุด รู้ข่าวว่าพระบิดาจะอภิเษกพระรามเป็นยุพราช เดินทางมาอโยธยาเพื่อจะช่วยงาน แต่เมื่อได้ทราบความจริงว่าพระรามถูกเนรเทศ และพระบิดาสิ้นพระชนม์ ก็โกรธพระมารดามาก
พระพรตจัดการพระศพท้าวทศรถแล้ว ก็ออกตามพระรามกลับมาครองราชย์ แต่พระรามไม่ยอม อ้างว่าต้องรักษาคำสัตย์ที่ให้ไว้กับพระบิดา จึงได้ประทานรองพระบาทหญ้ามาตั้งไว้แทนพระองค์ และพระพรตรักษาเมืองคอยพระรามจนกว่าจะเสด็จกลับ
เบญกายแปลง
พิเภกทำนายว่า จะเสียเมือง เสียชีวิตและเสียวงศ์วานถ้าไม่ส่งนางสีดาคืน
ทศกัณฐ์กริ้วจึงขับพิเภกออกจากลงกา พิเภกจึงได้ออกมาอยู่กับพระรามและทำพิธีถือ