Thai

CHAPTER 1 การเปรียบเทียบและการเน้น

Grammar Summary

Ngữ pháp

Ý nghĩa

Ví dụ

I. Comparison (การเปรียบเทียบ)

กว่า

hơn

กรุงเทพฯ ร้อนกว่าภูเก็ต

เท่า

bằng

เขาสูงเท่าฉัน

ไม่เท่า

không bằng

ปีนี้คนมาไม่เท่าปีที่แล้ว

เหมือน

giống

เขาพูดเหมือนคนไทย

คล้าย

khá giống

สำเนียงคล้ายคนเหนือ

ต่างจาก

khác với

วิธีนี้ต่างจากวิธีเดิม

II. Increasing Degree

ยิ่ง...ยิ่ง...

càng...càng...

ยิ่งอ่าน ยิ่งเข้าใจ

ยิ่ง...ก็ยิ่ง...

càng...thì càng...

ยิ่งคิด ก็ยิ่งเครียด

III. Limitation

แค่

chỉ

แค่วันเดียวก็พอ

เพียง

chỉ

เพียงครั้งเดียว

เท่านั้น

chỉ

ฉันต้องการเท่านี้เท่านั้น

เท่านั้นเอง

chỉ có vậy thôi

เรื่องเล็กเท่านั้นเอง

IV. Emphasis

เอง

chính..., tự mình

ฉันทำเอง

แม้แต่

ngay cả

แม้แต่เด็กก็ทำได้

ถึงกับ

đến mức

เขาตกใจถึงกับพูดไม่ออก

เสียด้วยซ้ำ

thậm chí còn

เขาไม่โทรกลับเสียด้วยซ้ำ

Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

พัฒนา

phát triển

พัฒนาทักษะใหม่

ความสามารถ

năng lực

เพิ่มความสามารถ

ประสบการณ์

kinh nghiệm

ได้รับประสบการณ์

เป้าหมาย

mục tiêu

ตั้งเป้าหมาย

ความพยายาม

sự cố gắng

ความพยายามสำคัญ

ความสำเร็จ

thành công

ประสบความสำเร็จ

ฝึกฝน

luyện tập

ฝึกฝนทุกวัน

ความมั่นใจ

sự tự tin

มีความมั่นใจมากขึ้น

เปรียบเทียบ

so sánh

เปรียบเทียบตัวเอง

ความแตกต่าง

khác biệt

ความแตกต่างระหว่างสองภาษา

จุดแข็ง

điểm mạnh

รู้จุดแข็ง

จุดอ่อน

điểm yếu

แก้จุดอ่อน

ก้าวหน้า

tiến bộ

เห็นความก้าวหน้า

เติบโต

trưởng thành

เติบโตขึ้น

สม่ำเสมอ

đều đặn

ฝึกอย่างสม่ำเสมอ

Reading Passage

เปรียบเทียบให้น้อยลง พัฒนาตัวเองให้มากขึ้น

ทุกวันนี้ หลายคนใช้เวลาอยู่บนโซเชียลมีเดียมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เราเห็นชีวิตของคนอื่นที่ดูประสบความสำเร็จ ทั้งการงาน การเงิน และไลฟ์สไตล์ที่ดูดี จนบางครั้งเรารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีกว่าหรือไม่เก่งเท่าคนอื่น

แต่สิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงบางส่วนของชีวิตเท่านั้น หลายคนเลือกแชร์เฉพาะช่วงเวลาที่ดีที่สุด และไม่แสดงช่วงเวลาที่ล้มเหลวหรือเหนื่อยล้า ดังนั้นการเปรียบเทียบตัวเองกับภาพเหล่านั้นจึงไม่ยุติธรรมกับตัวเราเอง

ยิ่งเราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ ทั้งที่แต่ละคนมีเส้นทางชีวิตที่ต่างจากกันอย่างสิ้นเชิง บางคนอาจเริ่มต้นได้เร็วกว่า แต่บางคนอาจต้องใช้เวลามากกว่า

สิ่งสำคัญไม่ใช่การเก่งกว่าคนอื่น แต่คือการเก่งกว่าตัวเองเมื่อวานนี้ แม้จะพัฒนาแค่เล็กน้อย แต่ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

หลายคนล้มเลิกความฝันของตัวเองเสียด้วยซ้ำ เพียงเพราะเห็นว่าคนอื่นไปได้ไกลกว่า ทั้งที่จริงแล้วทุกคนมีจังหวะชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ทุกคนแชร์ชีวิตจริงทั้งหมดบนโซเชียลมีเดีย
  2. การเปรียบเทียบมากเกินไปอาจทำให้รู้สึกไม่ดี
  3. ทุกคนมีเส้นทางชีวิตเหมือนกัน
  4. ความสำเร็จเกิดจากการพัฒนาเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง
  5. ผู้เขียนสนับสนุนการเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา

II. Questions

  1. ทำไมการเปรียบเทียบกับคนอื่นจึงไม่ยุติธรรม
  2. ผู้เขียนแนะนำให้เปรียบเทียบกับใคร
  3. เพราะอะไรแต่ละคนถึงประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน
  4. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรในตอนท้าย

D. Grammar Practice

  1. เขาสูง ________ ฉัน
    A. กว่า / B. เท่า / C. ต่างจาก
  2. ยิ่งอ่าน ________ เข้าใจ
    A. ก็ยิ่ง / B. เท่านั้น / C. แค่
  3. เขาเหนื่อย ________ พูดไม่ออก
    A. ถึงกับ / B. แค่ / C. เท่านั้น
  4. เด็กคนนี้ฉลาด ________ ผู้ใหญ่
    A. แค่ / B. แม้แต่ / C. เท่า

E. Error Correction

  1. เขาสูงเท่ากว่าฉัน
  2. ฉันแค่มีเพียงเงิน 100 บาท
  3. ยิ่งเรียนก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นมาก
  4. เขาเหมือนต่างจากพี่ชาย
  5. แม้แต่เด็กก็ทำเรื่องนี้ได้ดีมาก

F. Translation

  1. Tôi giỏi hơn chính mình của ngày hôm qua
  2. Càng học tôi càng hiểu
  3. Chỉ cần cố gắng mỗi ngày là đủ
  4. Ngay cả người giỏi cũng mắc lỗi
  5. Cuộc sống của mỗi người khác nhau

CHAPTER 2 เงื่อนไขและสมมติ (Condition & Hypothesis)

Grammar Summary

Ngữ pháp

Ý nghĩa

Ví dụ

ถ้า...

nếu

ถ้าฝนตก ฉันจะไม่ไป

ถ้า...ก็...

nếu... thì...

ถ้าขยัน ก็จะเก่ง

หาก...

nếu (trang trọng)

หากมีโอกาส จะไปแน่นอน

ถ้าหาก...

nếu (nhấn mạnh)

ถ้าหากไม่มา จะโทรหา

ถ้าไม่...ก็...

nếu không... thì...

ถ้าไม่เรียน ก็สอบตก

กรณีที่...

trong trường hợp

กรณีที่มีปัญหา ให้แจ้งทันที

ไม่เช่นนั้น...

nếu không thì

รีบไป ไม่เช่นนั้นจะสาย

มิฉะนั้น...

nếu không thì (trang trọng)

ต้องทำให้เสร็จ มิฉะนั้นจะถูกปรับ

ถ้าหากว่า...

nếu (nhấn mạnh hơn)

ถ้าหากว่าเขามา เราจะเริ่ม

Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

ตัดสินใจ

quyết định

ตัดสินใจยากมาก

ทางเลือก

lựa chọn

มีหลายทางเลือก

ผลลัพธ์

kết quả

ผลลัพธ์แตกต่างกัน

เงื่อนไข

điều kiện

มีหลายเงื่อนไข

โอกาส

cơ hội

โอกาสดีมาก

ความเสี่ยง

rủi ro

มีความเสี่ยงสูง

แผน

kế hoạch

วางแผนล่วงหน้า

เปลี่ยนแปลง

thay đổi

อาจเปลี่ยนแปลงได้

แน่นอน

chắc chắn

ไม่แน่นอน

ทันที

ngay lập tức

ตอบทันที

ล้มเหลว

thất bại

อาจล้มเหลว

สำเร็จ

thành công

จะสำเร็จถ้าพยายาม

  1. Reading Passage

ถ้าคุณเลือกได้ คุณจะเลือกอะไร?

ในชีวิตประจำวัน เราต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เช่น ถ้าเลือกไปทำงานหรือเรียนต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแตกต่างกันไป

ถ้าเราขยันและมีความพยายามมากพอ เราก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่ลงมือทำเลย ก็อาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หลายคนกลัวความเสี่ยง จึงไม่กล้าตัดสินใจ แต่ในความเป็นจริง ทุกโอกาสมีทั้งความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่อาจเปลี่ยนชีวิตได้

หากเราวางแผนล่วงหน้าอย่างดี โอกาสที่จะล้มเหลวก็จะลดลง แต่ไม่เช่นนั้น เราอาจต้องเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิด

สุดท้ายแล้ว ชีวิตก็เป็นเรื่องของการเลือก และทุกการเลือกจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

Reading Comprehension

I. True / False

  1. เราไม่ต้องตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
  2. ความพยายามมีผลต่อความสำเร็จ
  3. ทุกการเลือกให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
  4. การวางแผนช่วยลดความเสี่ยง
  5. ผู้เขียนบอกว่าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจ

II. Questions

  1. ทำไมการตัดสินใจจึงสำคัญ
  2. อะไรช่วยลดความเสี่ยง
  3. ถ้าไม่ลงมือทำจะเกิดอะไรขึ้น
  4. ผู้เขียนสื่ออะไรเกี่ยวกับชีวิต

D. Grammar Practice

  1. ถ้าเขามา ฉัน ________ ไป
    A. จะ / B. ก็ / C. เท่า
  2. ถ้าไม่เรียน ________ สอบตก
    A. ก็ / B. แค่ / C. ถึงกับ
  3. หากมีเวลา ________ ไปเที่ยว
    A. ก็ / B. เท่า / C. ต่างจาก
  4. มิฉะนั้นจะ ________
    A. สาย / B. กว่า / C. เหมือน

E. Error Correction

  1. ถ้าเขามาก็ฉันจะไป
  2. ถ้าหากว่าไม่เรียนจะสอบตกแน่นอนมาก
  3. หากฉันมีเวลาแล้วจะไปทันทีเลย
  4. ไม่เช่นนั้นเราจะสายแน่นอนมาก

F. Translation

  1. Nếu bạn học chăm chỉ, bạn sẽ tiến bộ
  2. Nếu không cố gắng, bạn sẽ thất bại
  3. Nếu tôi có thời gian, tôi sẽ đi
  4. Nếu không, mọi thứ sẽ thay đổi

CHAPTER 3 เหตุและผล (Cause & Effect)

  1. Grammar Summary

Ngữ pháp

Ý nghĩa

Ví dụ

เพราะ

เพราะฝนตก ฉันเลยไม่ไป

เพราะว่า

vì rằng

เพราะว่าเขาป่วย จึงไม่มา

เนื่องจาก

do, bởi vì (trang trọng)

เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย เที่ยวบินล่าช้า

เนื่องจากว่า

bởi vì (nhấn mạnh)

เนื่องจากว่าไม่มีเวลา จึงยกเลิก

เพราะฉะนั้น

vì vậy

ฝนตกหนัก เพราะฉะนั้นจึงหยุดเรียน

ดังนั้น

do đó

เขาไม่มา ดังนั้นเราจึงเริ่มก่อน

จึง

nên

เขาตื่นสาย จึงไปทำงานไม่ทัน

เลย

nên (khẩu ngữ)

หิวมาก เลยกินเยอะ

ทำให้

làm cho

ฝนตก ทำให้ถนนลื่น

ส่งผลให้

dẫn đến

ราคาน้ำมันเพิ่ม ส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้น

เพราะเหตุว่า

bởi vì (trang trọng)

เพราะเหตุว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ จึงตัดสินใจไม่ได้

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

สาเหตุ

nguyên nhân

สาเหตุของปัญหา

ผลลัพธ์

kết quả

ผลลัพธ์ไม่ดี

ปัญหา

vấn đề

มีปัญหาเกิดขึ้น

ผลกระทบ

ảnh hưởng

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

อุบัติเหตุ

tai nạn

เกิดอุบัติเหตุบนถนน

การเปลี่ยนแปลง

thay đổi

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ความล่าช้า

sự chậm trễ

เที่ยวบินล่าช้า

ความเสียหาย

thiệt hại

ความเสียหายรุนแรง

ส่งผล

ảnh hưởng

นโยบายใหม่ส่งผลต่อประชาชน

เกิดขึ้น

xảy ra

ปัญหาเกิดขึ้นบ่อย

แก้ไข

giải quyết

แก้ไขปัญหา

ป้องกัน

phòng tránh

ป้องกันอุบัติเหตุ

Reading Passage

เหตุผลที่ชีวิตของเรามีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว

ในชีวิตประจำวัน เรามักพบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด บางครั้งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องดี แต่บางครั้งก็เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก

เพราะสภาพอากาศเลวร้าย การเดินทางจึงล่าช้า และหลายคนไปทำงานไม่ทัน บางคนไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า ทำให้เกิดความเครียดและความผิดพลาดในการตัดสินใจ

หลายปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดการวางแผนที่ดี หรือการไม่คาดคิดถึงผลลัพธ์ที่อาจตามมา เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น มักจะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นตามมาเป็นลูกโซ่

ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น และทำให้ราคาสินค้าหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบที่เชื่อมโยงกัน

ดังนั้น การเข้าใจสาเหตุของปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเรารู้ต้นเหตุ เราก็สามารถวางแผนเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ในหลายกรณี ปัญหาที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าที่คิด หากเราไม่แก้ไขตั้งแต่ต้น

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ปัญหาทุกอย่างเกิดจากสาเหตุเดียวกัน
  2. สภาพอากาศสามารถส่งผลต่อการเดินทาง
  3. การวางแผนไม่ช่วยลดปัญหา
  4. ราคาน้ำมันสามารถส่งผลต่อราคาสินค้า
  5. ผู้เขียนแนะนำให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา

II. Questions

  1. ทำไมบางคนไปทำงานไม่ทัน
  2. อะไรทำให้เกิดปัญหาแบบลูกโซ่
  3. ราคาน้ำมันมีผลอย่างไรต่อสินค้า
  4. ทำไมการรู้สาเหตุของปัญหาจึงสำคัญ

D. Grammar Practice

  1. ฝนตกหนัก ________ ถนนลื่น
    A. เพราะ / B. ทำให้ / C. เลย
  2. เขาตื่นสาย ________ ไปทำงานไม่ทัน
    A. จึง / B. เพราะว่า / C. เนื่องจาก
  3. ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ________ ค่าขนส่งสูงขึ้น
    A. ดังนั้น / B. ทำให้ / C. เพราะ
  4. ________ ไม่มีเวลา เขาจึงยกเลิกนัด
    A. เพราะ / B. เลย / C. ทำให้

E. Error Correction

  1. เพราะฝนตกดังนั้นฉันไม่ไป
  2. เขาป่วยทำให้จึงไม่มา
  3. เนื่องจากว่าเขาหิวเลยกินมาก
  4. ราคาน้ำมันส่งผลให้ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น
  5. ฝนตกหนักเพราะฉะนั้นถนนลื่น

F. Translation

  1. Vì tôi bận nên tôi không đi
  2. Trời mưa nên đường bị kẹt
  3. Do thiếu thời gian, anh ấy đã hủy cuộc hẹn
  4. Giá tăng làm cho mọi thứ đắt hơn
  5. Vì vậy chúng ta cần chuẩn bị trước

CHAPTER 4 การขัดแย้งและการยอมรับ (Contrast & Concession)

Grammar Summary

I. Basic Contrast

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

A แต่ B

A nhưng B

เขาเก่ง แต่ไม่ค่อยมั่นใจเวลาแสดงออกต่อหน้าคนอื่น

A แต่ว่า B

A nhưng mà B (mềm hơn)

อยากไปเที่ยว แต่ว่าเพิ่งเริ่มงานใหม่เลยลางานไม่ได้

A อย่างไรก็ตาม B

A tuy nhiên B (formal)

ฝนตกหนัก อย่างไรก็ตามทีมงานยังตัดสินใจจัดงานต่อ

II. Concession Structures

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

แม้ว่า A ก็ B

dù A vẫn B

แม้ว่าเขาจะรู้สึกกดดันมาก ก็ยังพยายามทำงานให้ดีที่สุด

แม้ว่า A แต่ B

dù A nhưng B

แม้ว่าเส้นทางจะไกล แต่เขาก็ยังเลือกเดินต่อไป

ถึงแม้ว่า A ก็ B

dù A vẫn B (nhấn mạnh hơn)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อ ก็ยังไม่หยุดพยายาม

ถึงแม้ว่า A แต่ B

dù A nhưng B

ถึงแม้ว่าจะผิดพลาด แต่เขาก็เรียนรู้จากมัน

ทั้งที่ A B

trong khi A thì B

ทั้งที่รู้ว่าควรพัก แต่เขาก็ยังทำงานจนดึก

III. Parallel Contrast

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ในขณะที่ A B

trong khi A thì B

ในขณะที่ทุกคนกำลังรีบทำงาน เขากลับนั่งคิดเงียบ ๆ อยู่คนเดียว

ไม่ว่า A ก็ B

dù A vẫn B

ไม่ว่าเขาจะเจออุปสรรคแค่ไหน เขาก็ไม่เคยยอมแพ้

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

ความคิด

suy nghĩ

ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์นั้น

มุมมอง

góc nhìn

มุมมองที่ต่างกันทำให้เกิดการถกเถียง

ความรู้สึก

cảm xúc

ความรู้สึกตอนนั้นอธิบายยากมาก

การตัดสินใจ

quyết định

การตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอด

ความเข้าใจ

sự hiểu

ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่

ความขัดแย้ง

mâu thuẫn

ความขัดแย้งเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในที่ทำงาน

เหตุผล

lý do

เขาไม่อธิบายเหตุผลของตัวเองให้ใครฟัง

ยอมรับ

chấp nhận

เขายอมรับความจริงแม้มันจะเจ็บปวด

ปฏิเสธ

từ chối

เขาปฏิเสธข้อเสนออย่างสุภาพ

ประนีประนอม

thỏa hiệp

ทั้งสองฝ่ายต้องหาทางประนีประนอม

แตกต่าง

khác nhau

แนวคิดของพวกเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เงียบ

im lặng

เขาเลือกที่จะเงียบแทนการอธิบายอะไร

  1. Reading Passage

“ทางเลือกที่ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง”

ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเพื่อนสองคนที่เติบโตมาด้วยกัน แต่มีความคิดและมุมมองต่อชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คนหนึ่งเชื่อว่าความสำเร็จต้องมาจากความมั่นคงและการวางแผนอย่างรอบคอบ ส่วนอีกคนเชื่อว่าชีวิตควรเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก แม้ว่าแนวคิดของทั้งสองจะต่างกันมาก แต่พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

วันหนึ่ง ทั้งสองได้รับข้อเสนอให้ย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสที่เปลี่ยนชีวิตได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูง

แม้ว่าคนหนึ่งจะรู้สึกไม่มั่นใจมาก แต่เขาก็ยังตัดสินใจไป เพราะไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญ
ในขณะที่อีกคนเลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะต้องการความมั่นคงในชีวิตมากกว่า

หลังจากเวลาผ่านไป ทั้งสองคนเริ่มเข้าใจว่า ไม่มีการตัดสินใจใดที่ถูกหรือผิดอย่างแท้จริง มีเพียงผลลัพธ์ที่เกิดจากมุมมองและช่วงเวลาของแต่ละคนเท่านั้น

Reading Comprehension

I. True / False

  1. เพื่อนทั้งสองมีความคิดเหมือนกัน
  2. ทั้งสองได้รับโอกาสเดียวกันในการทำงาน
  3. ทั้งสองตัดสินใจเหมือนกัน
  4. เรื่องนี้บอกว่าไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดเสมอไป
  5. ความแตกต่างทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างเดียวเท่านั้น

II. Questions

  1. ความแตกต่างระหว่างเพื่อนสองคนคืออะไร
  2. โอกาสที่พวกเขาได้รับคืออะไร
  3. ทำไมทั้งสองคนจึงตัดสินใจไม่เหมือนกัน
  4. เรื่องนี้ต้องการสื่ออะไรเกี่ยวกับการตัดสินใจ

D. Grammar Practice

  1. เขาเก่ง ________ ไม่มั่นใจ
    A. แต่ / B. เพราะ / C. ดังนั้น
  2. ________ จะไม่มีใครเชื่อ เขาก็ยังพยายาม
    A. แม้ว่า / B. เพราะ / C. เลย
  3. ในขณะที่ทุกคนทำงาน เขา ________ อยู่เงียบ ๆ
    A. นั่ง / B. กว่า / C. เท่า
  4. เขาพยายามแล้ว ________ ไม่สำเร็จ
    A. อย่างไรก็ตาม / B. เพราะ / C. แค่

E. Error Correction

  1. แม้ว่าเขาเก่งแต่ก็ยังไม่มั่นใจมาก
  2. ในขณะที่ฉันทำงานแต่เขานั่งเฉย ๆ
  3. ถึงแม้ว่าไกลแต่ก็จะไป
  4. ทั้งที่รู้แต่ก็ยังทำผิดซ้ำ
  5. อย่างไรก็ตามเขาแต่ไม่ยอมแพ้

F. Translation

  1. Dù biết rằng có rủi ro, anh ấy vẫn quyết định đi vì không muốn hối tiếc sau này.
  2. Trong khi mọi người đang tranh luận, cô ấy lại giữ im lặng và suy nghĩ một mình.
  3. Mặc dù đã cố gắng giải thích nhiều lần, họ vẫn không hiểu ý nhau.
  4. Không phải vì anh ấy đúng, mà vì cả hai đang nhìn vấn đề từ hai góc độ khác nhau.
  5. Dù kết quả không như mong đợi, họ vẫn học được nhiều điều từ trải nghiệm đó.

CHAPTER 5 เวลาและลำดับเหตุการณ์ (Time & Sequence)

  1. Grammar Summary

I. Time Markers (ลำดับเวลา)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ก่อน

trước

ก่อนออกจากบ้าน เขาเช็กกระเป๋าอีกครั้ง

หลังจาก

sau khi

หลังจากฝนหยุด ทุกคนออกมาข้างนอก

หลังจากที่

sau khi (cụ thể hơn)

หลังจากที่เขาอ่านจบ เขาก็เข้าใจมากขึ้น

ระหว่างที่

trong khi

ระหว่างที่ทุกคนพัก เขายังทำงานต่อ

ตั้งแต่

từ khi

ตั้งแต่วันนั้น เขาเปลี่ยนไปมาก

จนกระทั่ง

cho đến khi

เขาทำงานจนกระทั่งดึกมาก

พอ...ก็...

vừa... thì...

พอถึงบ้าน เขาก็ล้มตัวลงนอน

ทันทีที่

ngay khi

ทันทีที่ได้ข่าว เขาก็ออกเดินทาง

ในที่สุด

cuối cùng

ในที่สุดเขาก็หาทางออกได้

ก่อนที่จะ

trước khi

ก่อนที่จะเริ่ม เขาเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว

II. Sequence & Continuity

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

แล้วก็

rồi thì

เขาออกจากบ้าน แล้วก็ขึ้นรถไฟ

จากนั้น

sau đó

จากนั้นเขาเดินต่อไปยังเมืองใหญ่

ต่อมา

tiếp theo

ต่อมาเขาได้พบเพื่อนเก่า

จน

đến mức

เขาทำงานจนลืมเวลา

จนถึง

cho đến

เขาเดินทางจนถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ

III. Narrative Flow (story movement)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เริ่มต้น

bắt đầu

เรื่องราวเริ่มต้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ

ระหว่างนั้น

trong lúc đó

ระหว่างนั้นเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

ท้ายที่สุด

cuối cùng

ท้ายที่สุดเขาเลือกทางของตัวเอง

กลายเป็น

trở thành

เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่

Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

การเดินทาง

chuyến đi

การเดินทางครั้งสำคัญของชีวิต

จุดเริ่มต้น

điểm bắt đầu

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

เส้นทาง

con đường

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนต่างกัน

ประสบการณ์

trải nghiệm

ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเจอ

การเปลี่ยนแปลง

thay đổi

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เหตุการณ์

sự kiện

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

การค้นพบ

khám phá

การค้นพบตัวเอง

เป้าหมาย

mục tiêu

เป้าหมายในชีวิต

อุปสรรค

trở ngại

เจออุปสรรคระหว่างทาง

การตัดสินใจ

quyết định

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

ความหวัง

hy vọng

ความหวังใหม่เกิดขึ้น

ความทรงจำ

ký ức

ความทรงจำเก่า ๆ

  1. Reading Passage

“การเดินทางที่เปลี่ยนชีวิต”

กาลครั้งหนึ่ง มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้านเล็ก ๆ เขาไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่คิดถึงอนาคตมากนัก

วันหนึ่ง หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองใหญ่ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองควรมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ก่อนที่จะออกเดินทาง เขาใช้เวลาทั้งคืนเตรียมตัวอย่างเงียบ ๆ ตรวจสอบสิ่งของ และคิดถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

พอรุ่งเช้ามาถึง เขาก็ออกจากบ้านทันที โดยไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ว่าเขาจะไปที่ไหน

ระหว่างทาง เขาได้พบผู้คนมากมาย บางคนช่วยเหลือเขา ในขณะที่บางคนเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เขาเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเมืองใหญ่ แต่ชีวิตในเมืองไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด

หลังจากที่ใช้ชีวิตในเมืองได้สักพัก เขาเริ่มเข้าใจว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ต้องผ่านการเรียนรู้และความล้มเหลวมากมาย

ในที่สุด เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นคนที่เข้าใจชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม

Reading Comprehension

I. True / False

  1. เขามีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่ต้น
  2. เขาเตรียมตัวก่อนเดินทาง
  3. ชีวิตในเมืองง่ายกว่าที่คิด
  4. เขาเรียนรู้จากประสบการณ์
  5. เขาเปลี่ยนแปลงหลังการเดินทาง

II. Questions

  1. ก่อนเดินทางเขาทำอะไร
  2. เขาเจออะไรระหว่างทาง
  3. ชีวิตในเมืองเป็นอย่างไร
  4. เขาเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์นี้

D. Grammar Practice

  1. ________ เขาออกจากบ้าน เขาเตรียมของเรียบร้อย
    A. ก่อนที่จะ / B. แล้วก็ / C. จน
  2. เขาเดินทาง ________ ถึงเมืองใหญ่
    A. จนกระทั่ง / B. เพราะ / C. เท่า
  3. ________ เขาได้ข่าว เขาก็ออกเดินทางทันที
    A. ทันทีที่ / B. ในที่สุด / C. ระหว่างที่
  4. เขาทำงาน ________ ดึกมาก
    A. จนกระทั่ง / B. แค่ / C. กว่า

E. Error Correction

  1. ก่อนเขาออกจากบ้านแล้วก็เตรียมของ
  2. หลังจากที่เขาไปแล้วก็ทันที
  3. พอเขามาถึงแล้วก็เขาก็พัก
  4. ระหว่างที่เขาเดินแล้วก็คิด
  5. ในที่สุดเขาก็จนถึงเมืองใหญ่

F. Translation

  1. Trước khi bắt đầu hành trình, anh ấy đã suy nghĩ rất lâu về tương lai của mình.
  2. Ngay khi nghe tin, cô ấy đã quyết định rời đi mà không do dự.
  3. Trong khi mọi người đang ăn mừng, anh ấy lại ngồi một mình suy nghĩ về những gì đã xảy ra.
  4. Sau khi trải qua nhiều khó khăn, họ cuối cùng cũng hiểu được giá trị của sự kiên trì.
  5. Chuyến đi này không chỉ thay đổi nơi anh ấy sống, mà còn thay đổi cách anh ấy nhìn cuộc đời.

CHAPTER 6 การให้เหตุผลและการอธิบาย (Reasoning & Explanation)

  1. Grammar Summary

I. Giving Reasons

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เพราะ

เขาไม่มา เพราะป่วย

เพราะว่า

vì rằng

เพราะว่าเขาไม่มีเวลา จึงไม่ได้ตอบข้อความ

เนื่องจาก

do (trang trọng)

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี บริษัทจึงลดพนักงาน

เพราะเหตุว่า

bởi vì (trang trọng hơn)

เพราะเหตุว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ จึงยังไม่ตัดสินใจ

II. Cause → Effect Logic

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เพราะ...จึง...

vì... nên...

เพราะฝนตก จึงยกเลิกการเดินทาง

เนื่องจาก...จึง...

do... nên...

เนื่องจากรถติด จึงมาสาย

ทำให้

làm cho

ความเครียดทำให้สุขภาพแย่ลง

ส่งผลให้

dẫn đến

ราคาสินค้าเพิ่ม ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

นำไปสู่

dẫn đến (kết quả dài hạn)

การขาดการศึกษา นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ

III. Explanation & Clarification

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

นั่นคือ

tức là

เขาไม่มา นั่นคือเขายกเลิกนัดแล้ว

กล่าวคือ

nói cách khác

ปัญหานี้ซับซ้อน กล่าวคือมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง

หมายความว่า

có nghĩa là

เขาเงียบ หมายความว่าเขาไม่เห็นด้วย

อธิบายว่า

giải thích rằng

เขาอธิบายว่าต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ

เพราะฉะนั้น

vì vậy

เขาไม่พร้อม เพราะฉะนั้นจึงไม่เริ่มงาน

IV. Opinion Reasoning

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ฉันคิดว่า

tôi nghĩ rằng

ฉันคิดว่าวิธีนี้ดีที่สุด

ในความเห็นของฉัน

theo ý kiến tôi

ในความเห็นของฉัน การเรียนสำคัญมาก

เหตุผลคือ

lý do là

เหตุผลคือเขาไม่มีประสบการณ์

สิ่งสำคัญคือ

điều quan trọng là

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัญหา

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

เหตุผล

lý do

เขามีเหตุผลของตัวเอง

การวิเคราะห์

phân tích

การวิเคราะห์ปัญหาสำคัญมาก

ข้อมูล

dữ liệu

ต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ

ปัจจัย

yếu tố

มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบ

ảnh hưởng

ผลกระทบต่อสังคม

ปัญหา

vấn đề

ปัญหานี้ซับซ้อนมาก

การตัดสินใจ

quyết định

การตัดสินใจต้องรอบคอบ

ความเข้าใจ

sự hiểu

ความเข้าใจผิดเกิดขึ้นง่าย

สถานการณ์

tình huống

สถานการณ์เปลี่ยนไป

แนวทาง

phương hướng

หาแนวทางแก้ไข

การแก้ไข

giải quyết

การแก้ไขปัญหานี้ยาก

ความซับซ้อน

sự phức tạp

ความซับซ้อนของปัญหา

  1. Reading Passage

“เมื่อเหตุผลกำหนดการตัดสินใจ”

ในชีวิตประจำวัน เรามักต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่การตัดสินใจที่ดีไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่ต้องอาศัยเหตุผลและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

หลายคนอาจตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะขาดการพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

เพราะว่าข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น ในการทำงาน หากองค์กรไม่วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ ก็อาจตัดสินใจผิดพลาด และนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือความเสียหายต่อทีมงาน

ในทางกลับกัน หากมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถูกต้อง และเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ อย่างชัดเจน ก็จะสามารถหาทางแก้ไขที่เหมาะสมได้

นั่นคือเหตุผลที่การใช้เหตุผลในการตัดสินใจจึงสำคัญมาก เพราะมันช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ

Reading Comprehension

I. True / False

  1. การตัดสินใจควรใช้แต่อารมณ์เท่านั้น
  2. ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสามารถทำให้ตัดสินใจผิด
  3. การวิเคราะห์ไม่สำคัญในการแก้ปัญหา
  4. การตัดสินใจที่ดีต้องมีเหตุผล
  5. ผลลัพธ์ไม่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์

II. Questions

  1. ทำไมการตัดสินใจด้วยอารมณ์จึงอาจผิดพลาด
  2. ข้อมูลมีบทบาทอย่างไรในการตัดสินใจ
  3. อะไรสามารถช่วยลดความผิดพลาด
  4. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรเกี่ยวกับ “เหตุผล”

D. Grammar Practice

  1. เขาไม่มา ________ ป่วย
    A. เพราะ / B. แต่ / C. เท่า
  2. รถติด ________ เขามาสาย
    A. จึง / B. แค่ / C. เหมือน
  3. ข้อมูลไม่ครบ ________ ตัดสินใจผิด
    A. ทำให้ / B. กว่า / C. ในขณะที่
  4. ________ เขาไม่มีประสบการณ์ เขาจึงไม่ผ่าน
    A. เพราะ / B. แล้วก็ / C. เท่า

E. Error Correction

  1. เพราะว่าเขาป่วยจึงเขาไม่มา
  2. ข้อมูลไม่ครบทำให้จึงตัดสินใจผิด
  3. เนื่องจากว่าไม่มีเวลาเพราะฉะนั้นเขาไม่ทำ
  4. เขามาสายส่งผลให้เพราะรถติด
  5. นั่นคือเหตุผลทำให้เขาไม่มา

F. Translation

  1. Vì không có đủ thông tin nên quyết định đó có thể dẫn đến sai lầm nghiêm trọng.
  2. Theo tôi, việc phân tích vấn đề trước khi hành động là điều rất quan trọng.
  3. Khi thiếu kinh nghiệm, con người thường dễ đưa ra lựa chọn sai.
  4. Sự thay đổi trong môi trường kinh doanh đã ảnh hưởng trực tiếp đến nhiều công ty nhỏ.
  5. Điều quan trọng không phải là quyết định nhanh, mà là quyết định đúng.

CHAPTER 7 มุมมองและการแสดงความคิดเห็น (Perspective & Argument)

  1. Grammar Summary

I. Expressing Opinions

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ฉันคิดว่า

tôi nghĩ rằng

ฉันคิดว่าวิธีนี้ยังไม่เหมาะสมสำหรับทุกคน

ในความเห็นของฉัน

theo ý kiến tôi

ในความเห็นของฉัน การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับฉัน

đối với tôi

สำหรับฉัน ความสำเร็จไม่ใช่แค่เงิน

มองว่า

nhìn nhận rằng

หลายคนมองว่าปัญหานี้ซับซ้อนเกินไป

II. Balancing Arguments

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ในขณะที่...

trong khi

ในขณะที่บางคนเห็นด้วย คนอื่นกลับไม่เห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม

tuy nhiên

แนวคิดนี้น่าสนใจ อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัด

ในทางกลับกัน

ngược lại

ในทางกลับกัน บางคนมองว่าเป็นโอกาส

ถึงแม้ว่า...แต่...

dù... nhưng

ถึงแม้ว่าแนวคิดนี้จะใหม่ แต่ก็ยังมีความเสี่ยง

แม้ว่า...ก็...

dù... vẫn

แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้ง ก็ยังมีผู้สนับสนุนจำนวนมาก

III. Argument Structure Language

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ประเด็นคือ

vấn đề là

ประเด็นคือเราควรพัฒนาระบบอย่างไร

สิ่งสำคัญคือ

điều quan trọng là

สิ่งสำคัญคือการหาความสมดุล

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

nói cách khác

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปัญหานี้เกี่ยวกับความเท่าเทียม

โดยรวมแล้ว

nhìn chung

โดยรวมแล้วผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน

สรุปได้ว่า

có thể kết luận rằng

สรุปได้ว่าแนวคิดนี้ยังต้องพัฒนา

IV. Nuance & Hedging

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

อาจจะ

có thể

อาจจะมีหลายปัจจัยที่เรายังไม่รู้

ดูเหมือนว่า

có vẻ như

ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จะยังไม่แน่นอน

น่าจะ

có lẽ

น่าจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ค่อนข้าง

khá là

ปัญหานี้ค่อนข้างซับซ้อน

บางที

có lẽ / đôi khi

บางทีทางออกอาจไม่ใช่แค่ทางเดียว

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

มุมมอง

góc nhìn

มุมมองของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างมาก

ข้อโต้แย้ง

lập luận phản đối

มีข้อโต้แย้งหลายประเด็นในเรื่องนี้

เหตุผล

lý do

เหตุผลของแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกัน

ความคิดเห็น

ý kiến

ความคิดเห็นในสังคมแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

ความสมดุล

sự cân bằng

ต้องหาความสมดุลระหว่างสองแนวคิด

ผลกระทบ

ảnh hưởng

ผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว

การถกเถียง

tranh luận

การถกเถียงเกิดขึ้นในที่ประชุม

แนวคิด

quan điểm / ý tưởng

แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมาก

ความเท่าเทียม

bình đẳng

ความเท่าเทียมในสังคมสำคัญมาก

ระบบ

hệ thống

ระบบเดิมยังมีปัญหา

การเปลี่ยนแปลง

thay đổi

การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา

ข้อจำกัด

hạn chế

ทุกแนวคิดมีข้อจำกัด

C. Reading Passage

“เมื่อความคิดไม่เคยเหมือนกัน”

ในสังคมปัจจุบัน การถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะพูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่ผู้คนกลับมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในขณะที่บางคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น คนอื่นกลับมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

ประเด็นคือ ไม่มีแนวคิดใดที่ถูกต้องทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด เพราะแต่ละมุมมองล้วนเกิดจากประสบการณ์และบริบทที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม จะพบว่าทุกแนวคิดต่างมีเหตุผลรองรับในระดับหนึ่ง เพียงแต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะสามารถหาความสมดุลระหว่างความมั่นคงและการพัฒนาได้อย่างไร

ในทางกลับกัน การยึดติดกับแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้เราไม่สามารถมองเห็นทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การแก้ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยู่ที่การเข้าใจข้อโต้แย้งของทั้งสองฝั่ง และพยายามหาจุดร่วมที่เหมาะสม

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การถกเถียงไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้งเสมอไป แต่สามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความเข้าใจร่วมกันได้

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันในสังคม
  2. การเปลี่ยนแปลงไม่มีข้อดี
  3. ทุกแนวคิดมีเหตุผลบางส่วน
  4. การยึดติดกับความคิดเดียวอาจเป็นปัญหา
  5. การถกเถียงสามารถช่วยให้เข้าใจมากขึ้น

II. Questions

  1. ทำไมผู้คนจึงมีความคิดเห็นแตกต่างกัน
  2. ปัญหาของการยึดติดกับความคิดเดียวคืออะไร
  3. แนวทางแก้ปัญหาที่ผู้เขียนเสนอคืออะไร
  4. การถกเถียงสามารถนำไปสู่อะไรได้บ้าง

D. Grammar Practice

  1. ________ บางคนเห็นด้วย คนอื่นไม่เห็นด้วย
    A. ในขณะที่ / B. เพราะ / C. เท่า
  2. แนวคิดนี้น่าสนใจ ________ ยังมีข้อจำกัด
    A. อย่างไรก็ตาม / B. แค่ / C. กว่า
  3. เขาอาจจะ ________ ถูก
    A. ในความเห็นของฉัน / B. อาจจะ / C. ต่างจาก
  4. ________ เราควรหาความสมดุล
    A. สิ่งสำคัญคือ / B. แล้วก็ / C. เท่า

E. Error Correction

  1. ในขณะที่เขาเห็นด้วยแต่คนอื่นไม่เห็นด้วย
  2. อย่างไรก็ตามแต่ยังมีข้อจำกัด
  3. กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหมายความว่า
  4. ในความเห็นของฉันฉันคิดว่าเขาถูก
  5. สรุปได้ว่าโดยรวมแล้วทั้งหมด

F. Translation

  1. Trong xã hội hiện đại, mỗi người có một cách nhìn khác nhau về cùng một vấn đề.
  2. Không có quan điểm nào hoàn toàn đúng hoặc hoàn toàn sai.
  3. Điều quan trọng là tìm được sự cân bằng giữa các ý kiến đối lập.
  4. Tranh luận không nhất thiết dẫn đến xung đột, mà có thể tạo ra sự hiểu biết.
  5. Nhìn chung, mọi vấn đề đều có nhiều lớp nguyên nhân khác nhau.

CHAPTER 8 การแก้ปัญหาและแนวทาง (Problem Solving & Solutions)

  1. Grammar Summary

I. Problem Description

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ปัญหาคือ...

vấn đề là

ปัญหาคือระบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ...

điều xảy ra là

สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้คนไม่เข้าใจข้อมูล

มีปัญหาเรื่อง...

có vấn đề về

มีปัญหาเรื่องการสื่อสารในองค์กร

จุดอ่อนคือ...

điểm yếu là

จุดอ่อนคือขาดการวางแผน

II. Cause Analysis (phân tích nguyên nhân)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

สาเหตุคือ...

nguyên nhân là

สาเหตุคือการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง

เนื่องจาก...จึง...

do... nên...

เนื่องจากระบบล่าช้า จึงเกิดปัญหา

เพราะ...ทำให้...

vì... làm cho...

เพราะการสื่อสารผิดพลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

มาจาก...

đến từ

ปัญหานี้มาจากการจัดการที่ไม่ดี

III. Solutions (giải pháp)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

วิธีแก้คือ...

cách giải quyết là

วิธีแก้คือปรับระบบใหม่ทั้งหมด

ควร...

nên

ควรเพิ่มการตรวจสอบข้อมูล

จำเป็นต้อง...

cần phải

จำเป็นต้องพัฒนาการสื่อสาร

อาจจะต้อง...

có thể phải

อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน

ทางออกคือ...

giải pháp là

ทางออกคือการร่วมมือกัน

IV. Evaluation (đánh giá)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ส่งผลให้...

dẫn đến

การแก้ไขนี้ส่งผลให้ระบบดีขึ้น

ทำให้ดีขึ้น

làm tốt hơn

การปรับปรุงทำให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

ยังมีข้อจำกัด

vẫn có hạn chế

วิธีนี้ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง

ได้ผลดี

hiệu quả tốt

วิธีนี้ได้ผลดีในระยะสั้น

อาจไม่ยั่งยืน

có thể không bền

อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

ระบบ

hệ thống

ระบบเก่ามีปัญหา

ประสิทธิภาพ

hiệu suất

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การจัดการ

quản lý

การจัดการยังไม่ดีพอ

ข้อมูล

dữ liệu

ข้อมูลไม่ครบถ้วน

การสื่อสาร

giao tiếp

การสื่อสารผิดพลาด

การปรับปรุง

cải thiện

การปรับปรุงระบบ

แนวทาง

hướng giải quyết

หาแนวทางใหม่

วิธีการ

phương pháp

วิธีการทำงานใหม่

ความล่าช้า

sự chậm trễ

ความล่าช้าเกิดขึ้นบ่อย

ความผิดพลาด

sai sót

ลดความผิดพลาด

การแก้ไข

sửa chữa

การแก้ไขปัญหา

ความร่วมมือ

hợp tác

ความร่วมมือสำคัญมาก

  1. Reading Passage

“เมื่อปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก”

ในองค์กรแห่งหนึ่ง ปัญหาเรื่องความล่าช้าในการทำงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร

ปัญหาคือ ระบบการจัดการข้อมูลยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความสับสนระหว่างทีมงาน ส่งผลให้การทำงานล่าช้าและเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง

เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป สาเหตุคือ การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน และการขาดเครื่องมือที่เหมาะสมในการจัดการข้อมูล

เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกส่งต่ออย่างถูกต้อง จึงทำให้แต่ละฝ่ายทำงานโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการแก้ไขงานซ้ำหลายครั้ง

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ วิธีแก้คือ การปรับปรุงระบบการจัดการข้อมูลใหม่ทั้งหมด รวมถึงการกำหนดขั้นตอนการสื่อสารที่ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ องค์กรควรเพิ่มการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้เข้าใจระบบใหม่อย่างถูกต้อง และลดความผิดพลาดในการทำงาน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการปรับปรุงระบบจะช่วยลดปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการปรับตัวของพนักงานในระยะสั้น

สรุปได้ว่า การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนระบบเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการพัฒนาคนและกระบวนการควบคู่กันไปด้วย

Reading Comprehension

A. True / False

  1. ปัญหาเกิดจากระบบข้อมูลไม่ดี
  2. การสื่อสารไม่มีผลต่อปัญหา
  3. มีการเสนอวิธีแก้ไขหลายวิธี
  4. การฝึกอบรมไม่สำคัญ
  5. การแก้ปัญหาต้องดูทั้งระบบและคน

B. Questions

  1. ปัญหาหลักในองค์กรคืออะไร
  2. สาเหตุของปัญหาคืออะไร
  3. วิธีแก้ไขที่เสนอคืออะไร
  4. ทำไมการฝึกอบรมจึงสำคัญ
  5. ผู้เขียนสรุปว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด

D. Grammar Practice

  1. ________ ระบบเก่าไม่ดี ทำให้เกิดปัญหา
    A. เพราะ / B. แต่ / C. เท่า
  2. วิธีแก้คือ ________ ระบบใหม่
    A. ปรับปรุง / B. ในขณะที่ / C. แค่
  3. การสื่อสารผิดพลาด ________ ความเข้าใจผิด
    A. ทำให้ / B. กว่า / C. เท่า
  4. ระบบนี้ ________ ข้อจำกัดบางอย่าง
    A. ยังมี / B. แล้วก็ / C. ในที่สุด

E. Error Correction

  1. เพราะระบบล่าช้าทำให้เกิดปัญหา
  2. วิธีแก้คือปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมดทั้งหมด
  3. เนื่องจากการสื่อสารผิดพลาดจึงทำให้เกิดปัญหา
  4. สรุปได้ว่าคือทั้งหมดต้องแก้ไข
  5. ระบบนี้ยังมีข้อจำกัดแต่ก็ทำให้ดีขึ้น

F. Translation

  1. Vấn đề không chỉ nằm ở hệ thống mà còn nằm ở cách con người sử dụng nó.
  2. Nếu không cải thiện giao tiếp, những sai sót tương tự sẽ tiếp tục xảy ra.
  3. Giải pháp tốt không chỉ giải quyết vấn đề hiện tại mà còn phải ngăn ngừa vấn đề trong tương lai.
  4. Việc thay đổi hệ thống có thể giúp cải thiện hiệu suất, nhưng không phải lúc nào cũng hiệu quả ngay lập tức.
  5. Sự hợp tác giữa các bộ phận là yếu tố quan trọng nhất để giải quyết vấn đề này.

CHAPTER 9 กระบวนการและระบบ (Process & Systems Explanation)

  1. Grammar Summary

I. Process Sequencing

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ขั้นตอนแรกคือ...

bước đầu là

ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูล

จากนั้น

sau đó

จากนั้นตรวจสอบความถูกต้อง

ต่อมา

tiếp theo

ต่อมาจึงส่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

หลังจากนั้น

sau đó

หลังจากนั้นระบบจะประมวลผล

สุดท้าย

cuối cùng

สุดท้ายจึงสรุปผล

II. Instruction Language

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ต้อง...

phải

ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

จำเป็นต้อง...

cần phải

จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนส่ง

ควร...

nên

ควรอ่านรายละเอียดให้ชัดเจน

ห้าม...

không được

ห้ามแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

สามารถ...ได้

có thể

สามารถเข้าสู่ระบบได้ตลอดเวลา

III. System Logic (flow explanation)

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เมื่อ...จะ...

khi... thì...

เมื่อส่งข้อมูลแล้ว ระบบจะบันทึกอัตโนมัติ

ถ้า...จะ...

nếu... thì...

ถ้าข้อมูลไม่ครบ ระบบจะไม่อนุมัติ

หลังจากที่...แล้ว

sau khi...

หลังจากที่ตรวจสอบแล้ว จะส่งต่อทันที

เพื่อให้...

để

เพื่อให้ระบบทำงานได้ถูกต้อง

IV. Passive / Formal System Style

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

จะถูก...

sẽ được...

ข้อมูลจะถูกตรวจสอบโดยระบบ

ได้รับการ...

được... (trang trọng)

ได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการ

ถูกส่งไปยัง...

được gửi đến

เอกสารถูกส่งไปยังฝ่าย HR

ถูกจัดเก็บไว้

được lưu trữ

ข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในระบบ

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

กระบวนการ

quy trình

กระบวนการทำงานมีหลายขั้นตอน

ระบบ

hệ thống

ระบบนี้ใช้งานง่าย

ขั้นตอน

bước

มีหลายขั้นตอนในการสมัคร

การอนุมัติ

phê duyệt

ต้องรอการอนุมัติ

การตรวจสอบ

kiểm tra

การตรวจสอบข้อมูลสำคัญมาก

เอกสาร

tài liệu

ส่งเอกสารให้ครบถ้วน

ข้อมูล

dữ liệu

ข้อมูลถูกบันทึกแล้ว

การดำเนินการ

thực hiện

การดำเนินการใช้เวลา

การจัดเก็บ

lưu trữ

การจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

ระบบอัตโนมัติ

hệ thống tự động

ระบบอัตโนมัติช่วยลดงาน

ผู้ใช้งาน

người dùng

ผู้ใช้งานต้องเข้าสู่ระบบ

การเข้าถึง

truy cập

การเข้าถึงข้อมูลถูกจำกัด

  1. Reading Passage

“กระบวนการทำงานของระบบจัดการข้อมูล”

ในองค์กรสมัยใหม่ ระบบจัดการข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น กระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน

ขั้นตอนแรกคือ การที่ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ โดยต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง

จากนั้น ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลโดยอัตโนมัติ หากพบข้อผิดพลาด ระบบจะส่งกลับไปให้ผู้ใช้งานแก้ไข

เมื่อข้อมูลผ่านการตรวจสอบแล้ว จะถูกส่งไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อ

ต่อมา ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลและจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลอย่างปลอดภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ในอนาคต

ถ้าข้อมูลไม่ครบถ้วน ระบบจะไม่อนุมัติการดำเนินการ และแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันที

สุดท้าย ข้อมูลทั้งหมดจะถูกสรุปและรายงานให้ผู้บริหารเพื่อใช้ในการตัดสินใจ

กระบวนการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มความโปร่งใสในการจัดการข้อมูล

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ระบบทำงานโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูล
  2. ผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
  3. ข้อมูลที่ผิดจะถูกส่งต่อทันที
  4. ระบบช่วยลดความผิดพลาด
  5. มีการสรุปผลให้ผู้บริหาร

II. Questions

  1. ขั้นตอนแรกของระบบคืออะไร
  2. ถ้าข้อมูลผิด ระบบจะทำอะไร
  3. ข้อมูลถูกส่งไปที่ไหนหลังจากตรวจสอบ
  4. จุดประสงค์ของระบบนี้คืออะไร
  5. ข้อมูลสุดท้ายถูกใช้เพื่ออะไร

D. Grammar Practice

  1. ________ ผู้ใช้งานกรอกข้อมูล ระบบจะตรวจสอบ
    A. เมื่อ / B. แต่ / C. เท่า
  2. ข้อมูลจะถูกส่งไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ________ ตรวจสอบแล้ว
    A. หลังจากที่ / B. เพราะ / C. แค่
  3. ถ้าข้อมูลไม่ครบ ระบบ ________ อนุมัติ
    A. จะไม่ / B. แล้วก็ / C. ในขณะที่
  4. เอกสารจะถูก ________ ในระบบ
    A. จัดเก็บ / B. กว่า / C. เท่า

E. Error Correction

  1. เมื่อข้อมูลจะถูกตรวจสอบแล้วระบบจะส่งต่อ
  2. ถ้าข้อมูลไม่ครบจะไม่ระบบอนุมัติ
  3. ขั้นตอนแรกคือกรอกข้อมูลโดยผู้ใช้งานต้อง
  4. ระบบถูกจัดเก็บข้อมูลไว้ในฐาน
  5. ต่อมาข้อมูลจะส่งไปฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

F. Translation

  1. Người dùng phải đảm bảo rằng tất cả thông tin được nhập chính xác trước khi hệ thống xử lý.
  2. Nếu phát hiện lỗi, hệ thống sẽ tự động gửi lại cho người dùng để chỉnh sửa.
  3. Sau khi hoàn tất quá trình kiểm tra, dữ liệu sẽ được chuyển đến bộ phận liên quan.
  4. Hệ thống được thiết kế để giảm sai sót và tăng hiệu quả làm việc.
  5. Toàn bộ quy trình này nhằm đảm bảo tính minh bạch và chính xác của dữ liệu.

CHAPTER 10 การสื่อสารในที่ทำงาน (Workplace Communication)

  1. Grammar Summary

I. Polite Request Forms

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ช่วย...หน่อยได้ไหม

làm ơn... được không

ช่วยส่งไฟล์ให้หน่อยได้ไหม

รบกวน...

phiền bạn...

รบกวนตรวจสอบเอกสารนี้ด้วย

ขอ...หน่อย

xin... một chút

ขอข้อมูลเพิ่มเติมหน่อย

อยากให้...

muốn ai đó làm gì

อยากให้ช่วยดูงานนี้หน่อย

II. Email / Message Structure

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ขอเรียนแจ้งว่า...

xin thông báo rằng

ขอเรียนแจ้งว่าเอกสารถูกอนุมัติแล้ว

ตามที่...

theo như

ตามที่ได้คุยกันไว้ก่อนหน้า

กรุณา...

vui lòng

กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้านล่าง

หากมีข้อสงสัย

nếu có thắc mắc

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้

III. Workplace Interaction

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เดี๋ยว...ให้

để tôi...

เดี๋ยวฉันตรวจสอบให้

ขอเวลาหน่อย

xin chút thời gian

ขอเวลาตรวจสอบหน่อย

กำลัง...อยู่

đang...

กำลังดำเนินการอยู่

จะรีบ...ให้

sẽ nhanh chóng...

จะรีบส่งให้ภายในวันนี้

IV. Clarification & Follow-up

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ขอสอบถามว่า...

xin hỏi rằng

ขอสอบถามว่าต้องส่งเมื่อไหร่

รบกวนยืนยัน

xin xác nhận

รบกวนยืนยันรายละเอียดอีกครั้ง

เพื่อความชัดเจน

để rõ hơn

เพื่อความชัดเจน กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขออภัยในความล่าช้า

xin lỗi vì chậm trễ

ขออภัยในความล่าช้าในการตอบกลับ

  1. Useful Vocabulary

Từ

Nghĩa

Ví dụ

เอกสาร

tài liệu

เอกสารนี้ต้องส่งภายในวันนี้

ไฟล์

file

ส่งไฟล์ให้ทีมแล้ว

ข้อมูล

dữ liệu

ข้อมูลยังไม่ครบ

การอนุมัติ

phê duyệt

รอการอนุมัติจากผู้จัดการ

การดำเนินการ

xử lý

กำลังดำเนินการอยู่

การตรวจสอบ

kiểm tra

ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

การติดต่อ

liên hệ

ช่องทางการติดต่อ

การตอบกลับ

phản hồi

รอการตอบกลับ

ความล่าช้า

chậm trễ

มีความล่าช้าเล็กน้อย

ทีมงาน

đội nhóm

ทีมงานกำลังทำงาน

ผู้จัดการ

quản lý

ผู้จัดการอนุมัติแล้ว

การประสานงาน

phối hợp

การประสานงานสำคัญมาก

  1. Reading Passage

“การสื่อสารในทีมงานที่เปลี่ยนผลลัพธ์ของโครงการ”

ในโครงการหนึ่งของบริษัท การทำงานร่วมกันระหว่างทีมต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างมาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความเข้าใจผิดหลายครั้ง

ตามที่ผู้จัดการได้แจ้งไว้ก่อนหน้า การส่งข้อมูลต้องทำผ่านระบบกลางเพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ในทางปฏิบัติ บางทีมยังส่งข้อมูลผ่านช่องทางส่วนตัว ทำให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน

กรุณาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งก่อนส่งงาน เนื่องจากความผิดพลาดเล็กน้อยอาจส่งผลต่อทั้งโครงการ

ในระหว่างการดำเนินงาน ทีมหนึ่งกำลังรอข้อมูลจากอีกทีมหนึ่ง แต่เกิดความล่าช้าเพราะไม่มีการตอบกลับที่ชัดเจน

ขออภัยในความล่าช้าที่เกิดขึ้นในบางขั้นตอน เนื่องจากข้อมูลยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

หลังจากมีการปรับปรุงระบบการสื่อสาร ทีมงานเริ่มใช้ช่องทางเดียวกันในการส่งข้อมูล และมีการกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจนมากขึ้น

ผลลัพธ์คือความผิดพลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด และการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

Reading Comprehension

I. True / False

  1. การสื่อสารในทีมไม่มีผลต่อโครงการ
  2. ทีมงานใช้ช่องทางเดียวกันตั้งแต่แรก
  3. มีปัญหาความล่าช้าเกิดขึ้น
  4. หลังปรับปรุง ระบบดีขึ้น
  5. ผู้จัดการไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

II. Questions

  1. ปัญหาหลักในโครงการคืออะไร
  2. ทำไมข้อมูลถึงไม่สอดคล้องกัน
  3. การปรับปรุงช่วยอะไรบ้าง
  4. ผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร
  5. ใครมีบทบาทในการกำหนดระบบสื่อสาร

D. Grammar Practice

  1. ________ ผู้จัดการแจ้งไว้ ต้องส่งผ่านระบบ
    A. ตามที่ / B. แต่ / C. เท่า
  2. กรุณา ________ ข้อมูลอีกครั้ง
    A. ตรวจสอบ / B. ในขณะที่ / C. แล้วก็
  3. เดี๋ยวฉัน ________ ให้
    A. ตรวจสอบ / B. เพราะ / C. กว่า
  4. ขออภัยใน ________
    A. ความล่าช้า / B. การทำงาน / C. ไฟล์

E. Error Correction

  1. ตามที่แจ้งไว้แล้วผู้จัดการ
  2. กรุณาตรวจสอบอีกครั้งข้อมูล
  3. เดี๋ยวให้ฉันตรวจสอบ
  4. ขออภัยในความล่าช้าที่เกิดขึ้นแล้ว
  5. ทีมงานกำลังรอข้อมูลแต่ไม่มีตอบกลับ

F. Translation

  1. Trong môi trường làm việc, giao tiếp không rõ ràng có thể dẫn đến sai sót nghiêm trọng.
  2. Tất cả thông tin cần được gửi qua một kênh chung để tránh nhầm lẫn.
  3. Nếu không có phản hồi kịp thời, dự án có thể bị trì hoãn.
  4. Sau khi cải thiện quy trình giao tiếp, hiệu suất làm việc đã tăng đáng kể.
  5. Sự phối hợp giữa các nhóm là yếu tố quan trọng nhất để đảm bảo tiến độ dự án.

CHAPTER 11 ลักษณนามในชีวิตประจำวัน (Everyday Classifiers in Thai)

  1. Grammar Summary

I. Core Structure

👉 Number + Classifier + Noun

  • สอง คน นักเรียน
  • สาม เล่ม หนังสือ
  • หนึ่ง คัน รถ

II. High-frequency Everyday Classifiers

Classifier

Used for

Example

คน

people

นักเรียนสามคน

ตัว

animals / objects

แมวสองตัว

เล่ม

books / notebooks

หนังสือหนึ่งเล่ม

ใบ

sheets / documents / leaves

เอกสารสองใบ

ชิ้น

pieces

เค้กหนึ่งชิ้น

อัน

general objects

ปากกาหนึ่งอัน

ด้าม

long handled objects

มีดหนึ่งด้าม

คัน

vehicles / umbrellas

รถหนึ่งคัน

หลัง

houses

บ้านสองหลัง

ห้อง

rooms

ห้องสามห้อง

แผ่น

flat objects

ซีดีหนึ่งแผ่น

ลูก

round objects

ลูกบอลหนึ่งลูก

III. Advanced Classifier Logic (Meaning-based)

1. Shape-based thinking

  • เล่ม = “bound book shape”
  • ใบ = “flat sheet shape”
  • ชิ้น = “broken piece shape”
  • แผ่น = “flat solid surface”

2. Function-based thinking

  • คัน = “transport object you use”
  • ด้าม = “object held in hand”
  • หลัง = “independent building unit”

3. Social classifier nuance

  • คน = neutral
  • ท่าน = polite service usage
  • รูป = monk
  • องค์ = sacred/religious figures

IV. Quantity Expressions (Advanced)

Structure

Meaning

Example

หลาย + classifier

many

หลายคน / หลายเล่ม

บาง + classifier

some

บางคน / บางเล่ม

ทุก + classifier

every

ทุกคน / ทุกเล่ม

แต่ละ + classifier

each

แต่ละคนมีหน้าที่

  1. Vocabulary

Word

Meaning

Example

หนังสือ

book

หนังสือหลายเล่ม

เอกสาร

document

เอกสารสองใบ

รถ

vehicle

รถสามคัน

บ้าน

house

บ้านสองหลัง

คน

person

คนจำนวนมาก

สิ่งของ

object

สิ่งของหลายชิ้น

ชิ้นส่วน

piece

ชิ้นส่วนเล็ก ๆ

ข้อมูล

information

ข้อมูลหลายชุด

สินค้า

product

สินค้าหลายชิ้น

ปัญหา

problem

ปัญหาหลายเรื่อง

  1. Reading Passage

“โลกที่ถูกแบ่งด้วยลักษณนาม”

ในภาษาไทย การนับสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ “ลักษณนาม” เพื่ออธิบายลักษณะของสิ่งนั้นอย่างชัดเจน

ในชีวิตประจำวัน เราอาจเห็นคนสามคนเดินอยู่บนถนน รถสองคันจอดอยู่หน้าบ้าน หรือหนังสือหลายเล่มวางอยู่บนโต๊ะ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในมุมมองของภาษาไทย ทุกสิ่งถูกจัดระเบียบผ่านลักษณนามที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น หนังสือหนึ่งเล่มไม่สามารถแทนด้วยคำว่า “อัน” ได้ เพราะ “เล่ม” สื่อถึงรูปทรงและโครงสร้างเฉพาะของหนังสือ ในขณะที่เอกสารหนึ่งใบใช้ “ใบ” เพราะมีลักษณะเป็นแผ่นบางและแบน

ยิ่งไปกว่านั้น รถหนึ่งคันใช้ “คัน” ซึ่งไม่ได้อธิบายเพียงรูปทรง แต่ยังรวมถึงการใช้งานในฐานะพาหนะด้วย ส่วนบ้านหนึ่งหลังใช้ “หลัง” เพื่อแยกหน่วยของอาคารที่อยู่อาศัยออกจากกัน

แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ลักษณนามสะท้อนวิธีคิดของผู้พูดภาษาไทยได้อย่างลึกซึ้ง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้มองสิ่งของเป็นเพียง “วัตถุ” แต่เป็นสิ่งที่มีรูปแบบ หน้าที่ และบริบทเฉพาะตัว

ดังนั้น การใช้ลักษณนามอย่างถูกต้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องไวยากรณ์ แต่เป็นการเข้าใจวิธีมองโลกของภาษาไทยด้วย

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ภาษาไทยใช้ตัวเลขอย่างเดียวในการนับสิ่งของ
  2. ลักษณนามขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งของ
  3. คำว่า “เล่ม” ใช้กับรถ
  4. ลักษณนามสะท้อนวิธีคิดของคน
  5. บ้านใช้ลักษณนาม “หลัง”

II. Questions

  1. ทำไมภาษาไทยต้องใช้ลักษณนาม
  2. ทำไมหนังสือใช้ “เล่ม”
  3. รถใช้ลักษณนามอะไร และเพราะอะไร
  4. ลักษณนามสะท้อนอะไรเกี่ยวกับภาษาไทย
  5. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไรเกี่ยวกับลักษณนาม

D. Grammar Practice

  1. หนังสือสาม ________
    A. เล่ม / B. คัน / C. ใบ
  2. รถสอง ________
    A. หลัง / B. คัน / C. ชิ้น
  3. เอกสารหนึ่ง ________
    A. ใบ / B. เล่ม / C. ด้าม
  4. คนหลาย ________
    A. คน / B. เล่ม / C. คัน

E. Error Correction

  1. หนังสือสามอัน
  2. รถสองหลัง
  3. เอกสารหนึ่งเล่ม
  4. คนหลายตัว
  5. บ้านหนึ่งคัน

F. Translation

  1. Trong tiếng Thái, mỗi vật thể được phân loại bằng một lượng từ phù hợp với hình dạng và chức năng của nó.
  2. Một số lượng từ không chỉ mô tả hình dạng mà còn phản ánh cách con người sử dụng vật đó.
  3. Việc sử dụng lượng từ đúng giúp giao tiếp chính xác và tự nhiên hơn.
  4. Không phải tất cả các ngôn ngữ đều có hệ thống phân loại vật thể như tiếng Thái.
  5. Lượng từ cho thấy cách người Thái nhìn thế giới một cách rất chi tiết.

CHAPTER 12 ชีวิตประจำวันและสภาพอากาศ (Daily Life & Weather)

  1. Grammar Summary

I. Talking about Daily Routine

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ทุกวัน / ทุกเช้า / ทุกเย็น

mỗi ngày / sáng / tối

ทุกเช้าฉันตื่นเวลาเจ็ดโมง

ปกติ...

bình thường

ปกติฉันจะกินกาแฟก่อนออกจากบ้าน

มักจะ...

thường hay

เขามักจะไปเดินเล่นตอนเย็น

โดยทั่วไป...

nhìn chung

โดยทั่วไปอากาศในเมืองนี้ค่อนดี

II. Weather Expressions

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

อากาศ + adjective

thời tiết + tính từ

อากาศร้อนมากวันนี้

ฝนตก / ฝนกำลังจะตก

trời mưa / sắp mưa

ฝนกำลังจะตกแล้ว

ฟ้า...

trời (trạng thái)

ฟ้าใส / ฟ้ามืด / ฟ้าครึ้ม

อากาศเปลี่ยนแปลง

thời tiết thay đổi

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยช่วงนี้

III. Reaction & Feeling

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

รู้สึกว่า...

cảm thấy rằng

รู้สึกว่าอากาศวันนี้ดีมาก

ทำให้รู้สึก...

làm cho cảm thấy

ฝนทำให้รู้สึกอยากนอน

รู้สึกเหมือน...

cảm giác như

รู้สึกเหมือนวันหยุด

ไม่ค่อย...

không thật sự

ไม่ค่อยอยากออกไปข้างนอก

IV. Everyday Decision Language

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

เลย...

vì vậy

ฝนตกเลยไม่ได้ออกไป

ก็เลย...

nên là

รถติดก็เลยมาสาย

ดังนั้น...

do đó

อากาศแย่ ดังนั้นอยู่บ้านดีกว่า

แต่ก็...

nhưng vẫn

ฝนตก แต่ก็ยังออกไปซื้อของ

  1. Vocabulary (Daily Life & Weather)

Từ

Nghĩa

Ví dụ

อากาศ

thời tiết

อากาศวันนี้ดีมาก

ฝน

mưa

ฝนตกหนักเมื่อคืน

แดด

nắng

แดดแรงมาก

ลม

gió

ลมพัดแรง

เมฆ

mây

เมฆเต็มท้องฟ้า

เช้า

sáng

ตอนเช้ามีหมอก

เย็น

tối / mát

ตอนเย็นอากาศดี

ความชื้น

độ ẩm

ความชื้นสูงมาก

อุณหภูมิ

nhiệt độ

อุณหภูมิสูงขึ้น

การเดินทาง

di chuyển

การเดินทางลำบากเพราะฝน

ชีวิตประจำวัน

đời sống hằng ngày

ชีวิตประจำวันเรียบง่าย

ความสะดวก

sự tiện lợi

ความสะดวกในชีวิตสำคัญมาก

  1. Reading Passage

“วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา”

ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ชีวิตของผู้คนมักจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ทุกวันเริ่มต้นด้วยการตื่นเช้า ออกไปทำงาน หรือไปเรียนตามปกติ

ปกติ อากาศในเมืองนี้ค่อนข้างดี แต่ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก บางวันแดดแรงมากจนรู้สึกร้อนเกินไป แต่บางวันก็มีฝนตกหนักโดยไม่คาดคิด

วันหนึ่ง ในตอนเช้า อากาศดูเหมือนจะสดใส ผู้คนจึงออกจากบ้านตามปกติ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว

ฝนกำลังจะตก ทำให้หลายคนรีบหาที่หลบฝน บางคนที่ไม่ได้พกร่มก็ต้องยืนรออย่างลำบาก

รถบนถนนเริ่มติดหนักขึ้น เพราะฝนตกต่อเนื่อง ทำให้การเดินทางไม่สะดวกเหมือนเดิม

ก็เลย หลายคนมาสาย และบางคนตัดสินใจกลับบ้านแทนที่จะไปต่อ

อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่ยังคงเดินทางต่อ แม้ว่าอากาศจะไม่ดี แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

เมื่อถึงตอนเย็น ฝนเริ่มหยุดตก อากาศเย็นลงและเงียบลงกว่าปกติ ผู้คนค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง

ในวันนั้น ทุกคนได้เรียนรู้ว่า แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่สภาพอากาศก็สามารถเปลี่ยนแผนชีวิตของคนเราได้อย่างไม่คาดคิด

Reading Comprehension

I. True / False

  1. อากาศในเมืองนี้เปลี่ยนแปลงบ่อย
  2. ฝนตกไม่มีผลต่อการเดินทาง
  3. ทุกคนสามารถไปถึงที่หมายตรงเวลา
  4. บางคนยังเดินทางต่อแม้ฝนตก
  5. สภาพอากาศมีผลต่อชีวิตประจำวัน

II. Questions

  1. ปกติชีวิตในเมืองนี้เป็นอย่างไร
  2. สภาพอากาศช่วงนี้เป็นอย่างไร
  3. ฝนส่งผลต่อการเดินทางอย่างไร
  4. คนทำอย่างไรเมื่อฝนตกหนัก
  5. บทเรียนจากเรื่องนี้คืออะไร

D. Grammar Practice

  1. อากาศวันนี้ ________ มาก
    A. ร้อน / B. เลย / C. ก็
  2. ฝนตก ________ ไม่ออกไปข้างนอก
    A. เลย / B. แต่ / C. และ
  3. รถติด ________ มาสาย
    A. ก็เลย / B. แล้วก็ / C. เท่า
  4. ________ อากาศดี คนก็ออกไปเดินเล่น
    A. ถ้า / B. ในขณะที่ / C. กว่า

E. Error Correction

  1. อากาศวันนี้ร้อนมากเลยมาก
  2. ฝนตกก็เลยแต่ไม่ออกไป
  3. รถติดดังนั้นเลยมาสาย
  4. ปกติฉันไปทุกวันเช้า
  5. อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยช่วงนี้มาก

F. Translation

  1. Thời tiết hôm nay thay đổi rất nhanh, khiến nhiều người không kịp chuẩn bị.
  2. Mặc dù trời mưa, nhiều người vẫn phải đi làm như bình thường.
  3. Khi thời tiết xấu, việc di chuyển trong thành phố trở nên khó khăn hơn.
  4. Cuộc sống hằng ngày có thể bị ảnh hưởng mạnh bởi những thay đổi nhỏ của thời tiết.
  5. Nhìn chung, con người phải thích nghi với sự thay đổi liên tục của môi trường.

CHAPTER 13 อาหาร การกิน และชีวิตสังคม (Food, Eating & Social Life)

  1. Grammar Summary

I. Ordering & Restaurant Language

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ขอ...

xin / gọi món

ขอผัดกะเพราหนึ่งจานครับ

เอา...

lấy món đó

เอาก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม

มี...ไหม

có … không

มีเมนูเผ็ดไหม

ไม่เอา...

không lấy

ไม่เอาผักครับ

เอาแบบ...

lấy kiểu

เอาแบบไม่เผ็ดนะ

II. Social Eating Interaction

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ไปกินกันไหม

đi ăn không

เย็นนี้ไปกินกันไหม

อยากกินอะไร

muốn ăn gì

อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม

ตามสบาย

thoải mái

สั่งเลย ตามสบาย

เดี๋ยวเลี้ยง

lát nữa mình mời

วันนี้เดี๋ยวเลี้ยงเอง

ไม่เป็นไร

không sao

ไม่เป็นไร แบ่งกันกินได้

III. Preference & Opinion

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ชอบ...มากกว่า

thích hơn

ชอบเผ็ดมากกว่าไม่เผ็ด

ไม่ค่อยชอบ...

không thích lắm

ไม่ค่อยชอบอาหารหวาน

กินได้ / กินไม่ได้

ăn được / không ăn được

กินเผ็ดได้ไหม

แล้วแต่เลย

tùy bạn

อะไรก็ได้ แล้วแต่เลย

IV. Daily Eating Flow

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ระหว่างกิน...

trong lúc ăn

ระหว่างกินก็คุยกันไป

หลังจากกิน...

sau khi ăn

หลังจากกินเสร็จ ก็กลับบ้าน

ก่อนกิน...

trước khi ăn

ก่อนกินต้องถ่ายรูปก่อน

กินเสร็จแล้ว...

ăn xong rồi

กินเสร็จแล้วไปเดินเล่น

  1. Vocabulary (Food & Social Life)

Từ

Nghĩa

Ví dụ

อาหาร

đồ ăn

อาหารไทยอร่อยมาก

ร้านอาหาร

nhà hàng

ร้านอาหารนี้คนเยอะมาก

เมนู

menu

เมนูมีหลายอย่าง

รสชาติ

hương vị

รสชาติเผ็ดมาก

เผ็ด

cay

อาหารเผ็ด

หวาน

ngọt

ขนมหวาน

เค็ม

mặn

ซุปเค็มไปหน่อย

เปรี้ยว

chua

น้ำซุปเปรี้ยว

ทาน / กิน

ăn

ไปกินข้าวกัน

เพื่อน

bạn bè

ไปกินกับเพื่อน

สังคม

xã hội

ชีวิตสังคมสำคัญ

การพบปะ

gặp gỡ

การพบปะเพื่อนใหม่

  1. Reading Passage

“มื้ออาหารที่มากกว่าการกิน”

ในชีวิตประจำวันของคนไทย การกินอาหารไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับประทานเพื่อให้อิ่มท้อง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในสังคมอีกด้วย

บ่อยครั้งที่ผู้คนจะนัดกันไปกินข้าว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนเก่า หรือคนในครอบครัว การกินอาหารจึงกลายเป็นโอกาสในการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์

เย็นวันหนึ่ง กลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งนัดกันไปกินอาหารที่ร้านเล็ก ๆ ในเมือง ทุกคนมาถึงพร้อมกันและเริ่มสั่งอาหาร

บางคนพูดว่า “เอาแบบเผ็ดน้อยนะ” ในขณะที่อีกคนบอกว่า “ขอเผ็ด ๆ เลย” ทำให้โต๊ะนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ

ระหว่างกินอาหาร ทุกคนคุยกันเรื่องงาน เรื่องชีวิต และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลังจากกินเสร็จแล้ว พวกเขายังนั่งคุยต่ออีกสักพัก เพราะไม่มีใครรีบกลับบ้าน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การพบปะกันแบบนี้ไม่ได้เน้นแค่อาหาร แต่เน้นความรู้สึกของการอยู่ร่วมกันมากกว่า

ในสังคมไทย การกินข้าวจึงเป็นมากกว่า “การกิน” แต่มันคือพื้นที่ของความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน

Reading Comprehension

I. True / False

  1. การกินอาหารเป็นแค่การทำให้ท้องอิ่ม
  2. เพื่อนนัดกันไปกินข้าว
  3. ทุกคนชอบรสชาติเดียวกัน
  4. หลังอาหารทุกคนรีบกลับบ้าน
  5. การกินเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์

II. Questions

  1. คนในเรื่องไปทำอะไรด้วยกัน
  2. อาหารมีบทบาทอย่างไรในสังคมไทย
  3. ระหว่างกินเกิดอะไรขึ้น
  4. ทำไมพวกเขาไม่รีบกลับบ้าน
  5. ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร

D. Grammar Practice

  1. ขอผัดกะเพรา ________ จาน
    A. หนึ่ง / B. แล้ว / C. ก็
  2. ไปกิน ________ ไหม
    A. กัน / B. แล้ว / C. เท่า
  3. เอาแบบ ________ นะ
    A. ไม่เผ็ด / B. แล้วก็ / C. กว่า
  4. หลังจากกิน ________ กลับบ้าน
    A. เสร็จแล้ว / B. ก็เลย / C. ในขณะที่

E. Error Correction

  1. ไปกินกันไหมวันนี้เย็น
  2. ขอหนึ่งจานผัดกะเพรา
  3. เอาแบบเผ็ดน้อยหน่อยนะครับ
  4. หลังจากกินแล้วเสร็จ
  5. ระหว่างกินแล้วก็คุยกันไป

F. Translation

  1. Ăn uống không chỉ là nhu cầu sinh học mà còn là cách con người kết nối với nhau.
  2. Trong nhiều trường hợp, bữa ăn là cơ hội để xây dựng mối quan hệ xã hội.
  3. Sự khác biệt về khẩu vị đôi khi tạo ra những cuộc trò chuyện thú vị.
  4. Sau khi ăn xong, mọi người thường không vội rời đi mà tiếp tục trò chuyện.
  5. Văn hóa ăn uống phản ánh cách con người sống và tương tác trong xã hội.

CHAPTER 14 การเดินทางและการท่องเที่ยว (Travel & Transportation)

  1. Grammar Summary

I. Asking for directions

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

ไป...ยังไง

đi đến … như thế nào

ไปสถานีรถไฟยังไง

อยู่ที่ไหน

ở đâu

ตลาดอยู่ที่ไหน

ไกลไหม

xa không

ไกลจากที่นี่ไหม

เดินไปได้ไหม

đi bộ được không

ไปห้างเดินไปได้ไหม

II. Movement & transport verbs

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

นั่ง...ไป

đi bằng phương tiện

นั่งรถไปสนามบิน

ขึ้น...

lên (xe / tàu)

ขึ้นรถไฟฟ้า

ลง...

xuống

ลงที่สถานีนี้

เปลี่ยน...

đổi tuyến

เปลี่ยนรถเมล์

เดินทางไป...

di chuyển đến

เดินทางไปต่างจังหวัด

III. Travel planning language

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

วางแผนจะ...

dự định

วางแผนจะไปเที่ยวเชียงใหม่

จอง...

đặt trước

จองโรงแรมแล้ว

ต้องใช้เวลา...

mất thời gian

ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

สะดวกกว่า

tiện hơn

รถไฟสะดวกกว่า

IV. Experience & evaluation

Cấu trúc

Cách dùng

Ví dụ

รู้สึกว่า...

cảm thấy

รู้สึกว่าที่นี่สวยมาก

คุ้มค่า

đáng giá

ทริปนี้คุ้มค่ามาก

น่าประทับใจ

ấn tượng

วิวที่นี่น่าประทับใจ

ไม่สะดวก

không tiện

การเดินทางไม่สะดวก

  1. Vocabulary (Travel & Transport)

Từ

Nghĩa

Ví dụ

การเดินทาง

di chuyển

การเดินทางไกล

รถไฟ

tàu

รถไฟไปกรุงเทพ

รถบัส

xe buýt

รถบัสสาธารณะ

แท็กซี่

taxi

เรียกแท็กซี่

สนามบิน

sân bay

สนามบินใหญ่

สถานี

trạm

สถานีรถไฟ

โรงแรม

khách sạn

โรงแรมใกล้ทะเล

แผนที่

bản đồ

ดูแผนที่ก่อน

นักท่องเที่ยว

du khách

นักท่องเที่ยวเยอะ

เส้นทาง

tuyến đường

เส้นทางนี้เร็วกว่า

ระยะทาง

khoảng cách

ระยะทางไกล

เวลาเดินทาง

thời gian di chuyển

เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง

D. Reading Passage

“การเดินทางที่ไม่เป็นไปตามแผน”

วันหนึ่ง นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึงเมืองใหม่ด้วยความตั้งใจที่จะเที่ยวชมสถานที่สำคัญหลายแห่ง พวกเขาวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดี และจองโรงแรมใกล้ใจกลางเมืองเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงจริง พวกเขากลับพบว่าการเดินทางในเมืองนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด

พวกเขาถามคนท้องถิ่นว่า “ไปสถานีรถไฟยังไง” และได้รับคำแนะนำให้ขึ้นรถบัสสายหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นไปแล้วกลับพบว่าต้องเปลี่ยนรถหลายครั้งกว่าจะถึงที่หมาย

ระหว่างทาง พวกเขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ากว่าที่คาดไว้ และเส้นทางก็ดูซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ว่าการเดินทางจะไม่สะดวก แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ เพราะได้เห็นชีวิตของคนในพื้นที่จริง ๆ

เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง พวกเขาพูดว่า “ถึงจะเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่ามาก”

ในวันนั้น พวกเขาได้เรียนรู้ว่า การเดินทางไม่ใช่แค่การไปถึงที่หมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด

Reading Comprehension

I. True / False

  1. นักท่องเที่ยวไม่ได้วางแผนล่วงหน้า
  2. การเดินทางง่ายกว่าที่คิด
  3. ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง
  4. พวกเขารู้สึกว่าการเดินทางไม่น่าสนใจ
  5. พวกเขาคิดว่าทริปนี้คุ้มค่า

II. Questions

  1. นักท่องเที่ยวเตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินทาง
  2. ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร
  3. พวกเขาเดินทางอย่างไร
  4. ทำไมยังรู้สึกว่าประสบการณ์ดี
  5. บทเรียนจากเรื่องนี้คืออะไร

D. Grammar Practice

  1. ไปสถานีรถไฟ ________
    A. ยังไง / B. แล้ว / C. นะ
  2. นั่งรถบัส ________ สนามบิน
    A. ไป / B. แล้ว / C. ก็
  3. ต้องใช้เวลา ________ 2 ชั่วโมง
    A. ประมาณ / B. กว่า / C. เท่า
  4. การเดินทาง ________ มาก
    A. ไม่สะดวก / B. แล้วก็ / C. เลย

E. Error Correction

  1. ไปยังไงสถานีรถไฟ
  2. นั่งไปรถบัสสนามบิน
  3. ต้องใช้เวลาประมาณไป 2 ชั่วโมง
  4. การเดินทางสะดวกไม่
  5. วางแผนจะไปเที่ยวแล้วแล้ว

F. Translation

  1. Việc di chuyển trong thành phố mới đôi khi phức tạp hơn dự đoán.
  2. Du khách thường phải hỏi đường người địa phương để tìm đúng tuyến đường.
  3. Không phải lúc nào kế hoạch cũng diễn ra như mong đợi.
  4. Trải nghiệm trong hành trình đôi khi quan trọng hơn điểm đến.
  5. Một chuyến đi tốt không chỉ phụ thuộc vào đích đến mà còn vào quá trình di chuyển.

CHAPTER 15 คำศัพท์การเดินทางและการท่องเที่ยว (Travel Vocabulary System)

  1. Vocabulary System

I. Planning & Preparation (lên kế hoạch)

Cụm từ

Nghĩa

Ví dụ

วางแผนการเดินทาง

lên kế hoạch đi lại

วางแผนการเดินทางล่วงหน้า

จองที่พัก

đặt chỗ ở

จองที่พักผ่านแอป

จองตั๋ว

đặt vé

จองตั๋วเครื่องบินแล้ว

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

chuẩn bị trước khi đi

เตรียมตัวก่อนเดินทางต่างประเทศ

งบประมาณการเดินทาง

ngân sách

งบประมาณจำกัด

II. Transportation (di chuyển thực tế)

Cụm từ

Nghĩa

Ví dụ

ขึ้นเครื่องบิน

lên máy bay

ขึ้นเครื่องบินตอนเช้า

เปลี่ยนเครื่อง

quá cảnh

ต้องเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์

นั่งรถไฟ

đi tàu

นั่งรถไฟไปต่างจังหวัด

เรียกรถแท็กซี่

gọi taxi

เรียกรถแท็กซี่ผ่านแอป

เดินทางต่อ

tiếp tục di chuyển

เดินทางต่อไปยังโรงแรม

III. Accommodation (ở + lưu trú)

Cụm từ

Nghĩa

Ví dụ

เช็คอิน / เช็คเอาต์

check-in / check-out

เช็คอินตอนบ่าย

ห้องพัก

phòng ở

ห้องพักวิวดีมาก

ที่พักราคาประหยัด

chỗ ở giá rẻ

ที่พักราคาประหยัดใกล้สถานี

ห้องว่าง

phòng trống

ตอนนี้ไม่มีห้องว่าง

ใกล้ใจกลางเมือง

gần trung tâm

โรงแรมใกล้ใจกลางเมือง

IV. Travel Experience (trải nghiệm)

Cụm từ

Nghĩa

Ví dụ

วิวสวยมาก

view đẹp

วิวสวยมากตอนพระอาทิตย์ตก

ประสบการณ์ใหม่

trải nghiệm mới

ได้ประสบการณ์ใหม่มาก

นักท่องเที่ยวเยอะ

đông khách du lịch

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะ

สถานที่ยอดนิยม

địa điểm nổi tiếng

เป็นสถานที่ยอดนิยม

บรรยากาศดี

không khí tốt

บรรยากาศดีมาก

V. Problems & Real-life issues

Cụm từ

Nghĩa

Ví dụ

หลงทาง

lạc đường

หลงทางในเมืองใหม่

การจราจรติดขัด

kẹt xe

การจราจรติดขัดมาก

ล่าช้า

chậm trễ

เที่ยวบินล่าช้า

ไม่เป็นไปตามแผน

không theo kế hoạch

ทริปไม่เป็นไปตามแผน

ยกเลิกการเดินทาง

hủy chuyến

ต้องยกเลิกการเดินทาง

VI. Natural travel expressions (native-like chunks)

Cụm

Cách dùng

ไปเที่ยวกัน

đi du lịch cùng nhau

เอาไว้ก่อน

để sau tính

ค่อยว่ากัน

tính sau

เดี๋ยวดูอีกที

để xem lại

ชิล ๆ

thoải mái

ไม่รีบ

không vội

  1. Reading Passage

“ทริปที่ไม่ได้เป็นไปตามแผน แต่กลับดีที่สุด”

การเดินทางบางครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากแผนที่สมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจากความตั้งใจง่าย ๆ ว่าอยากออกไปเห็นโลกใหม่ ๆ สักครั้ง

ทริปของกลุ่มนักเดินทางกลุ่มหนึ่งเริ่มต้นด้วยการวางแผนอย่างละเอียด พวกเขาจองที่พักล่วงหน้า เตรียมงบประมาณ และวางเส้นทางไว้อย่างชัดเจนว่าจะไปที่ไหนก่อนหลัง

แต่เมื่อเดินทางจริง ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามแผนที่คิดไว้

เที่ยวบินเกิดความล่าช้า ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกลางคัน เมื่อถึงเมืองปลายทาง พวกเขาก็พบว่าการเดินทางภายในเมืองค่อนข้างซับซ้อน และมีการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่

บางช่วงเวลาพวกเขาหลงทาง และต้องหยุดถามทางคนท้องถิ่นอยู่หลายครั้ง แต่แทนที่จะรู้สึกแย่ พวกเขากลับมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใหม่

ระหว่างทาง พวกเขาได้เห็นสถานที่ที่ไม่อยู่ในแผน เช่น ตลาดเล็ก ๆ และร้านอาหารท้องถิ่นที่มีบรรยากาศดีมาก นักท่องเที่ยวไม่เยอะ และทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์

เมื่อจบทริป พวกเขาพูดเหมือนกันว่า ถึงแม้ทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามแผน แต่กลับกลายเป็นทริปที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่ง

บางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการควบคุมทุกอย่างได้ แต่เกิดจากการยอมให้ชีวิตพาไปในทางที่ไม่คาดคิด

Reading Comprehension

I. True / False

  1. ทริปนี้เป็นไปตามแผนทั้งหมด
  2. มีปัญหาเรื่องการเดินทาง
  3. พวกเขาไม่เคยหลงทาง
  4. พวกเขาได้พบสถานที่ที่ไม่ได้อยู่ในแผน
  5. พวกเขารู้สึกว่าทริปนี้ไม่น่าจดจำ

II. Questions

  1. ทริปเริ่มต้นอย่างไร
  2. ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร
  3. พวกเขามองการหลงทางอย่างไร
  4. สิ่งที่น่าสนใจนอกแผนคืออะไร
  5. บทเรียนจากทริปนี้คืออะไร

C. Vocabulary Practice (Context-based)

  1. จอง ________ แล้วก่อนเดินทาง
  2. ระหว่างทางเกิดการ ________ ของเที่ยวบิน
  3. พวกเขา ________ ในเมืองใหม่
  4. สถานที่นี้มี ________ ดีมาก
  5. ทริปนี้ไม่ ________ ตามแผน

D. Translation

  1. Một chuyến đi không phải lúc nào cũng diễn ra theo kế hoạch ban đầu.
  2. Những sự cố nhỏ trong hành trình đôi khi tạo ra trải nghiệm đáng nhớ hơn.
  3. Du khách thường khám phá được những điều thú vị ngoài dự định.
  4. Việc thay đổi kế hoạch là điều không thể tránh khỏi khi đi du lịch.
  5. Trải nghiệm thực tế quan trọng hơn việc kiểm soát mọi thứ hoàn hảo.

CHAPTER 16 คำศัพท์ชีวิตประจำวัน (Daily Life Vocabulary System)

  1. Vocabulary System

I. Home & Living (Nhà cửa & sinh hoạt)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ทำความสะอาดบ้าน

dọn nhà

ทำความสะอาดบ้านทุกสัปดาห์

จัดระเบียบของ

sắp xếp đồ

จัดระเบียบของในห้อง

ห้องนอน

phòng ngủ

ห้องนอนเล็กแต่สบาย

ห้องนั่งเล่น

phòng khách

ดูทีวีในห้องนั่งเล่น

ของใช้ในบ้าน

đồ dùng trong nhà

ของใช้ในบ้านเยอะมาก

ซักผ้า

giặt đồ

ซักผ้าในวันหยุด

II. Daily Routine (thói quen hằng ngày)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ตื่นนอน

thức dậy

ตื่นนอนตอนเจ็ดโมง

อาบน้ำ

tắm

อาบน้ำตอนเช้า

ไปทำงาน / ไปเรียน

đi làm / đi học

ไปทำงานทุกวัน

กลับบ้าน

về nhà

กลับบ้านตอนเย็น

พักผ่อน

nghỉ ngơi

พักผ่อนหลังเลิกงาน

เข้านอน

đi ngủ

เข้านอนดึก

III. Emotion & Mood (cảm xúc)

Từ

Nghĩa

Ví dụ

มีความสุข

vui

วันนี้มีความสุขมาก

เหนื่อย

mệt

เหนื่อยจากงาน

เครียด

căng thẳng

ช่วงนี้เครียดมาก

เบื่อ

chán

เบื่ออยู่บ้าน

ตื่นเต้น

hồi hộp

ตื่นเต้นก่อนเดินทาง

สบายใจ

thoải mái

รู้สึกสบายใจ

IV. Interaction (giao tiếp đời thường)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ทักทาย

chào hỏi

ทักทายเพื่อนตอนเช้า

คุยกัน

nói chuyện

คุยกันนานมาก

นัดเจอ

hẹn gặp

นัดเจอเพื่อน

ติดต่อ

liên hệ

ติดต่อทางโทรศัพท์

ช่วยเหลือ

giúp đỡ

ช่วยเหลือกันในทีม

เข้าใจ

hiểu

เข้าใจกันดี

V. Time & Life Flow (thời gian đời sống)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ตอนเช้า

buổi sáng

ตอนเช้าอากาศดี

ตอนบ่าย

buổi chiều

ตอนบ่ายทำงาน

ตอนเย็น

buổi tối

ตอนเย็นออกไปเดินเล่น

ทุกวัน

mỗi ngày

ทุกวันเหมือนเดิม

บางครั้ง

đôi khi

บางครั้งไปเที่ยว

ตลอดเวลา

luôn luôn

คิดเรื่องงานตลอดเวลา

  1. Reading Passage

“ชีวิตประจำวันของคนธรรมดาคนหนึ่ง”

ชีวิตของคนคนหนึ่งอาจดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในทุกวัน

เขาตื่นนอนตอนเช้า อาบน้ำ และเตรียมตัวไปทำงาน ทุกอย่างเป็นกิจวัตรที่ทำซ้ำเหมือนเดิมเกือบทุกวัน

ตอนกลางวัน เขาทำงานอยู่ในออฟฟิศ บางวันงานเยอะจนรู้สึกเหนื่อยและเครียด แต่บางวันก็สบายกว่าที่คิด

หลังเลิกงาน เขามักจะกลับบ้านและพักผ่อน บางครั้งเขาก็ออกไปเดินเล่นหรือคุยกับเพื่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

แม้ชีวิตจะดูซ้ำ ๆ แต่เขาก็เริ่มสังเกตว่า รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น อากาศดีในตอนเช้า หรือการได้พูดคุยกับเพื่อน สามารถทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันที่รู้สึกดีขึ้นได้

บางครั้งเขารู้สึกเบื่อกับกิจวัตรเดิม ๆ แต่ก็เข้าใจว่าชีวิตส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ คือการทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละวัน

เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะสังเกตความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แทนที่จะรอให้เกิดสิ่งพิเศษเสมอไป

Reading Comprehension

I. True / False

  1. คนนี้มีตารางเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วัน
  2. บางครั้งงานก็ทำให้เขาเหนื่อย
  3. เขาไม่เคยเจอเพื่อนเลย
  4. สิ่งเล็กๆ น้อยๆ สามารถทำให้วันนั้นดีขึ้นได้
  5. ชีวิตในแต่ละวันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

II. Questions

  1. กิจวัตรตอนเช้าของคนนี้คืออะไร
  2. งานส่งผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างไร
  3. เขาทำอะไรหลังจากเลิกงาน
  4. สิ่งใดที่ทำให้วันธรรมดาๆ กลายเป็นวันที่ดีขึ้นได้
  5. บทเรียนจากเรื่องนี้คืออะไร

C. Vocabulary Practice

  1. เขา ________ ตอนเจ็ดโมงทุกวัน
  2. หลังเลิกงานเขา ________
  3. บางครั้งเขารู้สึก ________ จากงาน
  4. เขา ________ กับเพื่อนเพื่อผ่อนคลาย
  5. ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง ________

D. Translation

  1. Cuộc sống hằng ngày có thể đơn giản nhưng chứa nhiều chi tiết nhỏ đáng chú ý.
  2. Con người thường lặp lại cùng một thói quen mỗi ngày.
  3. Những khoảnh khắc nhỏ có thể ảnh hưởng lớn đến cảm xúc.
  4. Không phải ngày nào cũng đặc biệt, nhưng mỗi ngày đều có giá trị riêng.
  5. Hạnh phúc đôi khi đến từ những điều rất bình thường.

CHAPTER 17 คำศัพท์อารมณ์และประสบการณ์ชีวิต (Emotion & Life Experience Vocabulary)

  1. Vocabulary System

I. Positive emotions (cảm xúc tích cực)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

มีความสุข

hạnh phúc

วันนี้มีความสุขมาก

ดีใจ

vui mừng

ดีใจที่ได้เจอเพื่อน

โล่งใจ

nhẹ nhõm

โล่งใจหลังสอบเสร็จ

ภูมิใจ

tự hào

ภูมิใจในตัวเอง

สบายใจ

thoải mái

รู้สึกสบายใจมาก

อบอุ่นใจ

ấm lòng

ครอบครัวทำให้อบอุ่นใจ

II. Negative emotions (cảm xúc tiêu cực)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เศร้า

buồn

รู้สึกเศร้าเล็กน้อย

เหนื่อยใจ

mệt mỏi tinh thần

เหนื่อยใจกับงาน

เครียด

căng thẳng

เครียดมากช่วงนี้

ผิดหวัง

thất vọng

ผิดหวังกับผลลัพธ์

กังวล

lo lắng

กังวลเรื่องอนาคต

ท้อ

nản

รู้สึกท้อบ้าง

III. Neutral / complex feelings

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เฉย ๆ

bình thường

วันนี้รู้สึกเฉย ๆ

ว่างเปล่า

trống rỗng

รู้สึกว่างเปล่า

สับสน

bối rối

สับสนกับสถานการณ์

ไม่แน่ใจ

không chắc

ไม่แน่ใจว่าจะทำยังไง

เฉยชา

thờ ơ

รู้สึกเฉยชากับเรื่องนั้น

IV. Life experience vocabulary

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ประสบการณ์

trải nghiệm

ประสบการณ์ชีวิตสำคัญมาก

ช่วงชีวิต

giai đoạn cuộc đời

ช่วงชีวิตหนึ่งที่สำคัญ

การเปลี่ยนแปลง

thay đổi

การเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ความทรงจำ

ký ức

ความทรงจำดี ๆ

บทเรียน

bài học

เป็นบทเรียนสำคัญ

การเติบโต

trưởng thành

การเติบโตทางความคิด

V. Reflection language (ngôn ngữ suy nghĩ)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

คิดว่า...

nghĩ rằng

คิดว่าเป็นเรื่องดี

รู้สึกว่า...

cảm thấy rằng

รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไป

ทำให้เข้าใจว่า...

khiến hiểu rằng

ทำให้เข้าใจว่าชีวิตไม่ง่าย

มองว่า...

nhìn nhận rằng

มองว่าเป็นประสบการณ์

เริ่มตระหนักว่า...

bắt đầu nhận ra

เริ่มตระหนักว่าชีวิตสำคัญ

  1. Reading Passage

“อารมณ์ที่เปลี่ยนไปตามเวลา”

ในช่วงชีวิตหนึ่ง คนเรามักต้องเผชิญกับอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความเศร้า ความกังวล และความสับสน สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

บางวัน เราตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกดีใจและมีพลัง แต่บางวันกลับรู้สึกเหนื่อยใจตั้งแต่เช้าโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนเริ่มเข้าใจว่าอารมณ์เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งถาวร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และประสบการณ์ที่เราเจอในแต่ละวัน

บางคนเคยรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่เมื่อมองย้อนกลับไป พวกเขากลับเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นบทเรียนที่สำคัญ ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ความทรงจำดี ๆ ก็ช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ แม้ในวันที่รู้สึกว่างเปล่าหรือสับสน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตทางอารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มาจากการสะสมของประสบการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

เมื่อมองชีวิตในภาพรวม หลายคนเริ่มตระหนักว่า ทั้งความสุขและความทุกข์ต่างก็มีความหมายในแบบของมันเอง และทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

Reading Comprehension

I. True / False

  1. อารมณ์ของคนไม่เคยเปลี่ยน
  2. ประสบการณ์ชีวิตมีผลต่อความรู้สึก
  3. ความผิดหวังไม่มีประโยชน์
  4. ความทรงจำสามารถทำให้รู้สึกดี
  5. การเติบโตเกิดขึ้นทันที

II. Questions

  1. คนเราต้องเจอกับอารมณ์แบบไหนบ้าง
  2. อารมณ์มีลักษณะถาวรหรือไม่
  3. ความผิดหวังกลายเป็นอะไรในภายหลัง
  4. อะไรช่วยให้รู้สึกอบอุ่นใจ
  5. การเติบโตทางอารมณ์เกิดขึ้นอย่างไร

C. Vocabulary Practice

  1. เขารู้สึก ________ หลังจากได้รับข่าวดี
  2. บางวันรู้สึก ________ โดยไม่มีเหตุผล
  3. ประสบการณ์นี้เป็น ________ สำคัญ
  4. เขาเริ่ม ________ ว่าชีวิตไม่ง่าย
  5. ความทรงจำทำให้รู้สึก ________

D. Translation

  1. Cảm xúc của con người thay đổi liên tục theo thời gian và trải nghiệm.
  2. Không phải lúc nào con người cũng cảm thấy tích cực hoặc tiêu cực rõ ràng.
  3. Những trải nghiệm khó khăn đôi khi lại trở thành bài học quan trọng.
  4. Ký ức có thể mang lại cả niềm vui lẫn sự trống rỗng.
  5. Sự trưởng thành đến từ việc hiểu và chấp nhận cảm xúc của chính mình.

CHAPTER 18 ความสัมพันธ์และการสื่อสาร (Social Interaction & Relationships)

  1. Vocabulary System

I. Friendship & interaction

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เพื่อนสนิท

bạn thân

เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก

รู้จักกัน

quen nhau

เรารู้จักกันมานาน

เข้ากันได้

hợp nhau

เข้ากันได้ดีมาก

คุยถูกคอ

nói chuyện hợp

คุยถูกคอกันมาก

สนิทกัน

thân nhau

เราสนิทกันมากขึ้น

II. Communication behavior

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ติดต่อกัน

liên lạc

ยังติดต่อกันอยู่

หายไป

biến mất liên lạc

เขาหายไปเลย

ตอบแชท

trả lời chat

ไม่ค่อยตอบแชท

คุยกันน้อยลง

nói chuyện ít lại

คุยกันน้อยลงช่วงนี้

เข้าใจผิด

hiểu lầm

เข้าใจผิดกันเล็กน้อย

III. Social situations

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

กลุ่มเพื่อน

nhóm bạn

กลุ่มเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย

พบกัน

gặp nhau

ได้พบกันอีกครั้ง

นัดเจอ

hẹn gặp

นัดเจอที่ร้านกาแฟ

งานสังสรรค์

buổi tụ họp

งานสังสรรค์เล็ก ๆ

สังคม

xã hội

สังคมออนไลน์

  1. Reading Passage

“ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปตามเวลา”

ความสัมพันธ์ระหว่างคนเราไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและสถานการณ์ บางความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ในขณะที่บางความสัมพันธ์ค่อย ๆ ห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว

เพื่อนกลุ่มหนึ่งเคยสนิทกันมากในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาใช้เวลาร่วมกันแทบทุกวัน ทั้งเรียน เที่ยว และทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนเริ่มมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง บางคนเริ่มทำงาน บางคนย้ายไปเมืองอื่น ทำให้การติดต่อกันลดลง

แม้จะยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนเดิมเหมือนในอดีต บางครั้งมีการตอบแชทช้า หรือไม่ได้คุยกันนานหลายสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง ทุกคนกลับรู้สึกว่า “ความสนิท” ยังไม่หายไป เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามเวลา

Comprehension

I. True / False

  1. ความสัมพันธ์ไม่เปลี่ยนแปลง
  2. เพื่อนกลุ่มนี้เคยสนิทกันมาก
  3. ทุกคนยังเจอกันทุกวัน
  4. การติดต่อกันลดลง
  5. ความรู้สึกสนิทหายไปหมด

II. Questions

  1. เพื่อนกลุ่มนี้เคยทำอะไรด้วยกัน
  2. ทำไมการติดต่อกันลดลง
  3. การสื่อสารเปลี่ยนไปอย่างไร
  4. เมื่อพบกันอีกครั้งรู้สึกอย่างไร
  5. บทเรียนจากเรื่องนี้คืออะไร

C. Translation

  1. Mối quan hệ giữa con người thay đổi theo thời gian.
  2. Bạn bè có thể xa nhau nhưng vẫn giữ sự kết nối.
  3. Giao tiếp giảm dần khi mỗi người có cuộc sống riêng.
  4. Gặp lại nhau đôi khi mang lại cảm giác quen thuộc.
  5. Sự thân thiết không phải lúc nào cũng biến mất hoàn toàn.

CHAPTER 19 งานและชีวิตการทำงาน (Work & Professional Life)

  1. Vocabulary System

I. Work environment

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ที่ทำงาน

nơi làm việc

ที่ทำงานใหม่

เพื่อนร่วมงาน

đồng nghiệp

เพื่อนร่วมงานใจดี

หัวหน้า

sếp

หัวหน้าสั่งงาน

ทีมงาน

team

ทีมงานเล็ก ๆ

ออฟฟิศ

văn phòng

ทำงานในออฟฟิศ

II. Work actions

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ทำงาน

làm việc

ทำงานทุกวัน

ประชุม

họp

ประชุมตอนเช้า

ส่งงาน

nộp bài / giao việc

ส่งงานตรงเวลา

แก้ไขงาน

sửa công việc

ต้องแก้ไขงานหลายรอบ

ทำเสร็จ

hoàn thành

ทำงานเสร็จแล้ว

III. Work feelings

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

กดดัน

áp lực

รู้สึกกดดันมาก

เหนื่อย

mệt

เหนื่อยจากงาน

เครียด

stress

เครียดช่วงงานเยอะ

พอใจ

hài lòng

พอใจกับผลลัพธ์

ภูมิใจ

tự hào

ภูมิใจในงาน

  1. Reading Passage

“ชีวิตการทำงานที่ไม่ง่ายแต่มีความหมาย”

ชีวิตการทำงานของหลายคนเต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความกดดัน ทุกวันเริ่มต้นด้วยการประชุม งานที่ต้องส่ง และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่างานจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและเครียดในบางช่วง แต่ก็มีช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกพอใจเมื่อสามารถทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย

เพื่อนร่วมงานและทีมงานมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น การสนับสนุนกันและกันทำให้บรรยากาศในที่ทำงานดีขึ้น

บางครั้งงานอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้ต้องแก้ไขหลายครั้ง แต่ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนา

Comprehension

  1. งานเริ่มต้นอย่างไรในแต่ละวัน
  2. อะไรทำให้รู้สึกพอใจ
  3. ใครช่วยในที่ทำงาน
  4. งานมีปัญหาอะไรบ้าง
  5. บทเรียนคืออะไร

C. Translation (VI → TH)

  1. Công việc mang lại cả áp lực và cảm giác hài lòng.
  2. Đồng nghiệp đóng vai trò quan trọng trong môi trường làm việc.
  3. Không phải lúc nào công việc cũng diễn ra suôn sẻ.
  4. Sai sót giúp con người học hỏi và cải thiện.
  5. Hoàn thành công việc mang lại cảm giác tự hào.

CHAPTER 20 การเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง (Learning & Personal Growth)

  1. Vocabulary System

I. Learning process

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

การเรียนรู้

học tập

การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ฝึกฝน

luyện tập

ฝึกฝนทุกวัน

พัฒนา

phát triển

พัฒนาทักษะ

เข้าใจมากขึ้น

hiểu hơn

เริ่มเข้าใจมากขึ้น

เรียนรู้จากประสบการณ์

học từ trải nghiệm

เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

II. Skills & ability

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ทักษะ

kỹ năng

ทักษะภาษา

ความสามารถ

khả năng

ความสามารถเพิ่มขึ้น

การปรับตัว

thích nghi

การปรับตัวในชีวิต

ความคิด

tư duy

ความคิดเปลี่ยนไป

มุมมอง

góc nhìn

มุมมองกว้างขึ้น

III. Growth mindset

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เติบโต

trưởng thành

เติบโตทางความคิด

เปลี่ยนแปลง

thay đổi

เปลี่ยนแปลงตัวเอง

เรียนรู้ผิดพลาด

học từ sai lầm

เรียนรู้จากความผิดพลาด

ไม่หยุดพัฒนา

không ngừng phát triển

ไม่หยุดพัฒนา

เปิดใจ

mở lòng

เปิดใจรับสิ่งใหม่

  1. Reading Passage

“การเติบโตที่มองไม่เห็น”

การเติบโตของคนเราไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ สะสมจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

หลายคนเริ่มต้นจากการไม่เข้าใจหลายสิ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผ่านการเรียนรู้และการฝึกฝน ก็เริ่มมีความสามารถและความเข้าใจมากขึ้น

ความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กลายเป็นบทเรียนที่ช่วยให้ปรับตัวและพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น

เมื่อมองย้อนกลับไป หลายคนพบว่าตัวเองมีมุมมองที่เปลี่ยนไป เข้าใจชีวิตมากขึ้น และไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงเหมือนเดิม

Comprehension

  1. การเติบโตเกิดขึ้นอย่างไร
  2. อะไรช่วยให้พัฒนา
  3. ความผิดพลาดมีผลอย่างไร
  4. มุมมองเปลี่ยนไปอย่างไร
  5. บทเรียนคืออะไร

C. Translation

  1. Sự trưởng thành là một quá trình lâu dài.
  2. Con người học hỏi từ trải nghiệm và sai lầm.
  3. Kỹ năng được cải thiện qua luyện tập liên tục.
  4. Góc nhìn thay đổi khi con người hiểu nhiều hơn.
  5. Học tập không bao giờ dừng lại.

CHAPTER 21: โรงแรมและที่พัก (Hotel & Accommodation)

  1. Vocabulary System

I. Check-in / Check-out

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เช็คอิน

check-in

เช็คอินตอนบ่ายสอง

เช็คเอาต์

check-out

เช็คเอาต์ตอนเที่ยง

แผนกต้อนรับ

lễ tân

ไปที่แผนกต้อนรับ

กุญแจห้อง

chìa khóa phòng

รับกุญแจห้อง

บัตรประชาชน / พาสปอร์ต

giấy tờ

แสดงพาสปอร์ต

II. Room & facilities

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ห้องพัก

phòng

ห้องพักสะอาดมาก

เตียงใหญ่ / เตียงเดี่ยว

giường đôi / đơn

ขอเตียงใหญ่

วิวเมือง

view thành phố

ห้องวิวเมือง

อินเทอร์เน็ต

internet

อินเทอร์เน็ตไม่เร็ว

เครื่องปรับอากาศ

máy lạnh

แอร์ไม่เย็น

III. Requests & service

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ขอ...ได้ไหม

xin … được không

ขอผ้าเช็ดตัวเพิ่มได้ไหม

ช่วย...หน่อย

giúp …

ช่วยดูห้องให้หน่อย

เปลี่ยนห้อง

đổi phòng

ขอเปลี่ยนห้องได้ไหม

ซ่อม

sửa

แอร์เสีย ต้องซ่อม

เพิ่มเตียง

thêm giường

ขอเพิ่มเตียง

IV. Problems & complaints

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ไม่สะอาด

không sạch

ห้องไม่สะอาด

เสียงดัง

ồn

ห้องข้าง ๆ เสียงดัง

ชำรุด

hỏng

ทีวีชำรุด

ไม่ทำงาน

không hoạt động

ไฟไม่ทำงาน

ปัญหา

vấn đề

มีปัญหากับห้อง

V. Hotel experience

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

บริการดี

dịch vụ tốt

โรงแรมบริการดี

สะดวกสบาย

tiện nghi

ห้องสะดวกสบาย

ทำเลดี

vị trí tốt

ทำเลดีมาก

ใกล้สถานี

gần ga

โรงแรมใกล้สถานี

คุ้มราคา

đáng tiền

คุ้มราคามาก

  1. Reading Passage

“คืนแรกในโรงแรมที่ไม่เป็นไปตามที่คิด”

นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจองโรงแรมล่วงหน้าผ่านแอป โดยเลือกห้องที่มีวิวเมืองและเครื่องปรับอากาศ เขาคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อมาถึงโรงแรม เขาเช็คอินที่แผนกต้อนรับและได้รับกุญแจห้องอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเข้าไปในห้อง เขากลับพบว่าห้องไม่ตรงกับที่จองไว้

ห้องมีขนาดเล็กกว่าที่คิด และเครื่องปรับอากาศก็ไม่ค่อยเย็น นอกจากนี้ยังมีเสียงดังจากห้องข้าง ๆ ทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบาย

เขาจึงลงไปที่แผนกต้อนรับเพื่อขอเปลี่ยนห้อง พนักงานขอโทษและเสนอห้องใหม่ที่ดีกว่า

แม้จะมีปัญหาในตอนแรก แต่เมื่อย้ายห้องแล้ว เขาก็รู้สึกว่าที่พักนี้ยังคงคุ้มราคา และทำเลก็ดีมาก เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เขาเข้าใจว่า การจองโรงแรมออนไลน์อาจไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่การสื่อสารกับพนักงานช่วยแก้ปัญหาได้

Comprehension

I. True / False

  1. ห้องตรงกับที่จองทุกอย่าง
  2. มีปัญหาเรื่องแอร์และเสียง
  3. เขาไม่ได้ไปที่แผนกต้อนรับ
  4. โรงแรมไม่มีห้องเปลี่ยนให้
  5. ทำเลของโรงแรมดี

II. Questions

  1. เขาจองห้องแบบไหน
  2. ปัญหาในห้องคืออะไร
  3. เขาทำอย่างไรเมื่อเจอปัญหา
  4. พนักงานช่วยอย่างไร
  5. บทเรียนคืออะไร

C. Translation

  1. Phòng khách sạn không giống như đã đặt.
  2. Điều hòa không hoạt động tốt.
  3. Có tiếng ồn từ phòng bên cạnh.
  4. Nhân viên đã giúp đổi phòng khác.
  5. Vị trí khách sạn rất thuận tiện.

CHAPTER 22 กีฬาและการออกกำลังกาย (Sports & Fitness)

  1. Vocabulary System

I. Gym & exercise

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ออกกำลังกาย

tập thể dục

ออกกำลังกายทุกวัน

เข้ายิม

đi gym

เข้ายิมตอนเย็น

ฟิตเนส

fitness

ฟิตเนสใกล้บ้าน

เวทเทรนนิ่ง

tập tạ

เวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้าม

คาร์ดิโอ

cardio

ทำคาร์ดิโอ 30 นาที

II. Body & health

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

กล้ามเนื้อ

cơ bắp

กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

สุขภาพ

sức khỏe

สุขภาพดีขึ้น

น้ำหนัก

cân nặng

น้ำหนักลดลง

เหนื่อย

mệt

เหนื่อยหลังออกกำลังกาย

แข็งแรง

khỏe mạnh

ร่างกายแข็งแรง

III. Sports activities

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เล่นกีฬา

chơi thể thao

เล่นกีฬาทุกสัปดาห์

ฟุตบอล

bóng đá

เล่นฟุตบอลกับเพื่อน

วิ่ง

chạy

วิ่งตอนเช้า

ว่ายน้ำ

bơi

ว่ายน้ำที่สระ

ปั่นจักรยาน

đạp xe

ปั่นจักรยานรอบสวน

IV. Motivation & habits

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

วินัย

kỷ luật

ต้องมีวินัยในการออกกำลังกาย

เป้าหมาย

mục tiêu

เป้าหมายลดน้ำหนัก

สม่ำเสมอ

đều đặn

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ขี้เกียจ

lười

บางวันรู้สึกขี้เกียจ

พัฒนาตัวเอง

phát triển bản thân

พัฒนาตัวเองผ่านกีฬา

V. Fitness experience

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เหงื่อออก

đổ mồ hôi

เหงื่อออกเยอะมาก

รู้สึกดี

cảm thấy tốt

รู้สึกดีหลังออกกำลังกาย

ฟื้นตัว

phục hồi

ฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย

เจ็บกล้ามเนื้อ

đau cơ

เจ็บกล้ามเนื้อวันถัดไป

ผลลัพธ์

kết quả

เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

  1. Reading Passage

“การออกกำลังกายที่เปลี่ยนชีวิต”

ในช่วงแรก หลายคนเริ่มออกกำลังกายเพราะอยากลดน้ำหนักหรืออยากมีรูปร่างที่ดีขึ้น แต่เมื่อทำไปสักระยะหนึ่ง พวกเขามักพบว่าประโยชน์ของการออกกำลังกายมีมากกว่านั้น

ชายคนหนึ่งเริ่มเข้ายิมสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง ตอนแรกเขารู้สึกเหนื่อยมาก และไม่ค่อยมีแรงจูงใจ แต่เขาพยายามทำอย่างสม่ำเสมอ

หลังจากผ่านไปหลายเดือน เขาเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งน้ำหนักที่ลดลงและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ เขายังรู้สึกว่ามีสุขภาพดีขึ้นและมีพลังมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

แม้บางวันเขาจะรู้สึกขี้เกียจ แต่เขายังคงรักษาวินัยในการออกกำลังกาย เพราะเขาเริ่มเข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที

สิ่งที่เขาได้เรียนรู้คือ การออกกำลังกายไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่ยังเกี่ยวกับจิตใจและความสม่ำเสมอด้วย

Comprehension

I. True / False

  1. เขาเริ่มออกกำลังกายเพราะอยากสุขภาพดี
  2. เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อย
  3. เขาออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  4. เขาเห็นผลลัพธ์หลังผ่านไปไม่นาน
  5. การออกกำลังกายเกี่ยวกับจิตใจด้วย

II. Questions

  1. เขาเริ่มออกกำลังกายเพราะอะไร
  2. ตอนแรกเขารู้สึกอย่างไร
  3. เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
  4. อะไรช่วยให้เขาไม่หยุด
  5. บทเรียนจากเรื่องนี้คืออะไร

C. Translation

  1. Tập thể dục giúp cải thiện cả sức khỏe thể chất và tinh thần.
  2. Kết quả không đến ngay lập tức mà cần thời gian.
  3. Kỷ luật là yếu tố quan trọng trong việc luyện tập.
  4. Ban đầu có thể mệt nhưng dần dần sẽ quen.
  5. Thể thao giúp con người cảm thấy tích cực hơn.

CHAPTER 23 การซื้อของและการบริการ (Shopping, Prices & Real Customer Situations)

  1. Vocabulary System

I. In-store shopping (mua trực tiếp)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ลองดู

xem thử

ขออลองดูก่อนได้ไหม

ลองใส่

thử mặc

ลองใส่เสื้อได้ไหม

สี / ไซส์

màu / size

มีสีอื่นไหม

เอาตัวนี้

lấy cái này

เอาตัวนี้เลย

คิดเงิน

tính tiền

ขอคิดเงินด้วย

II. Price negotiation & opinion

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

แพงไป

hơi đắt

อันนี้แพงไปหน่อย

ขอราคาถูกกว่านี้ได้ไหม

giảm giá được không

ขอราคาถูกกว่านี้ได้ไหม

ลดได้ไหม

giảm được không

ลดได้ไหมครับ

คุ้มค่า

đáng tiền

คุ้มค่ามาก

ไม่คุ้ม

không đáng

รู้สึกว่าไม่คุ้ม

III. Online shopping & delivery

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

สั่งออนไลน์

đặt online

สั่งออนไลน์ทุกเดือน

กดสั่ง

bấm đặt

กดสั่งตอนลดราคา

ส่งของ

giao hàng

ส่งของเร็วมาก

ขนส่ง

đơn vị vận chuyển

ขนส่งล่าช้า

พัสดุเสียหาย

hàng bị hỏng

พัสดุเสียหายระหว่างส่ง

IV. Problems & complaints

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ของไม่ตรงปก

hàng không giống quảng cáo

ของไม่ตรงปกเลย

ชำรุด

hỏng

สินค้าชำรุด

ใช้งานไม่ได้

không dùng được

เปิดแล้วใช้งานไม่ได้

ขอคืนเงิน

yêu cầu hoàn tiền

ขอคืนเงินได้ไหม

เปลี่ยนสินค้า

đổi hàng

ขอเปลี่ยนสินค้า

V. Customer service interaction

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

พนักงาน

nhân viên

พนักงานช่วยดีมาก

บริการลูกค้า

dịch vụ khách hàng

ติดต่อบริการลูกค้า

แก้ปัญหา

giải quyết vấn đề

ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า

ตอบช้า

trả lời chậm

ร้านตอบช้ามาก

รอการตอบกลับ

chờ phản hồi

รอการตอบกลับอยู่

  1. Reading Passage

“ประสบการณ์การซื้อของที่ไม่ได้ราบรื่น”

ผู้ซื้อคนหนึ่งสั่งสินค้าผ่านแอปออนไลน์เพราะเห็นว่ามีราคาถูกและมีรีวิวดี เขาตัดสินใจสั่งทันทีโดยไม่ลังเล

เมื่อสินค้ามาถึง เขาพบว่าสินค้าไม่ตรงปก สีและคุณภาพแตกต่างจากที่เห็นในรูปอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ชำรุดเล็กน้อย

เขาจึงติดต่อร้านค้าเพื่อขอเปลี่ยนสินค้า แต่การตอบกลับค่อนข้างช้า ทำให้ต้องรอนานหลายวัน

ในที่สุดร้านค้าเสนอให้คืนเงินหรือส่งสินค้าใหม่ให้ เขาเลือกขอคืนเงินเพราะไม่มั่นใจในคุณภาพอีกแล้ว

หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยจะดูรีวิวและข้อมูลให้ละเอียดก่อนสั่งของทุกครั้ง

Comprehension

I. True / False

  1. เขาซื้อของเพราะราคาถูกและรีวิวดี
  2. สินค้าตรงกับรูปทั้งหมด
  3. เขาไม่ได้ติดต่อร้านค้า
  4. ร้านค้าตอบกลับเร็วมาก
  5. เขาเลือกขอคืนเงิน

II. Questions

  1. เขาซื้อสินค้าเพราะอะไร
  2. ปัญหาของสินค้าคืออะไร
  3. เขาทำอะไรหลังพบปัญหา
  4. ร้านค้าเสนออะไรให้
  5. เขาเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้

C. Translation

  1. Sản phẩm không giống như quảng cáo.
  2. Khách hàng yêu cầu hoàn tiền.
  3. Người bán phản hồi chậm.
  4. Người mua bắt đầu đọc review kỹ hơn.
  5. Trải nghiệm mua hàng không suôn sẻ.

CHAPTER 24 สนามบินและการเดินทาง (Airport & Travel Survival Thai)

  1. Vocabulary System

I. At the airport (ở sân bay)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

สนามบิน

sân bay

ไปสนามบินแต่เช้า

เช็คอิน

check-in

เช็คอินก่อนขึ้นเครื่อง

เคาน์เตอร์เช็คอิน

quầy check-in

ไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน

ประตูขึ้นเครื่อง

cửa lên máy bay

ประตูขึ้นเครื่องเปลี่ยนแล้ว

เที่ยวบิน

chuyến bay

เที่ยวบินล่าช้า

II. Baggage & security

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

กระเป๋าเดินทาง

hành lý

กระเป๋าเดินทางหนักมาก

โหลดกระเป๋า

ký gửi hành lý

โหลดกระเป๋าเรียบร้อย

ถือขึ้นเครื่อง

xách tay

ถือขึ้นเครื่องได้ไหม

น้ำหนักเกิน

quá cân

น้ำหนักเกินต้องจ่ายเพิ่ม

ตรวจสัมภาระ

kiểm tra hành lý

ตรวจสัมภาระก่อนเข้าเกต

III. Problems & delays

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

เที่ยวบินล่าช้า

chuyến bay trễ

เที่ยวบินล่าช้า 2 ชั่วโมง

ยกเลิกเที่ยวบิน

hủy chuyến

เที่ยวบินถูกยกเลิก

เปลี่ยนประตู

đổi gate

เปลี่ยนประตูขึ้นเครื่อง

หลงทาง

lạc đường

หลงทางในสนามบิน

รอคิว

xếp hàng chờ

รอคิวนานมาก

IV. Immigration & documents

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง)

nhập cảnh

ผ่าน ตม. แล้ว

หนังสือเดินทาง

hộ chiếu

แสดงหนังสือเดินทาง

วีซ่า

visa

ต้องมีวีซ่าไหม

แบบฟอร์ม

form

กรอกแบบฟอร์ม

ประทับตรา

đóng dấu

เจ้าหน้าที่ประทับตรา

V. Asking & communication

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

อยู่ที่ไหน

ở đâu

ประตูขึ้นเครื่องอยู่ที่ไหน

ไปทางไหน

đi hướng nào

ไปทางไหนไปเกต A

ขอความช่วยเหลือ

xin trợ giúp

ขอความช่วยเหลือหน่อย

เข้าใจไหม

hiểu không

เข้าใจไหมครับ

พูดช้า ๆ

nói chậm

พูดช้า ๆ ได้ไหม

C. Reading Passage

“การเดินทางที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ”

นักเดินทางคนหนึ่งมาถึงสนามบินแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องไปต่างประเทศ เขาตั้งใจจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อยและตรงเวลา

เขาเริ่มจากการเช็คอินที่เคาน์เตอร์และโหลดกระเป๋าเดินทาง แต่พบว่ากระเป๋ามีน้ำหนักเกินเล็กน้อย ทำให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม

หลังจากนั้นเขาเดินไปยังจุดตรวจสัมภาระและผ่าน ตม. อย่างไม่มีปัญหา แต่เมื่อไปถึงประตูขึ้นเครื่อง เขาพบว่าเที่ยวบินล่าช้าไปสองชั่วโมง

ระหว่างรอ เขาพยายามหาข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และถามทางไปยังเกตใหม่ แต่สนามบินค่อนข้างใหญ่ ทำให้เกิดความสับสนเล็กน้อย

แม้จะมีความวุ่นวาย แต่เขายังคงพยายามใจเย็นและจัดการทุกอย่างตามขั้นตอน จนในที่สุดก็สามารถขึ้นเครื่องได้สำเร็จ

เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเข้าใจว่า การเดินทางไม่เคยเป็นไปตามแผนเสมอไป แต่การเตรียมตัวและการสื่อสารช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก

Comprehension

I. True / False

  1. เขามาสนามบินสาย
  2. กระเป๋ามีน้ำหนักเกิน
  3. เที่ยวบินตรงเวลา
  4. เขาหลงทางเล็กน้อยในสนามบิน
  5. เขาขึ้นเครื่องไม่สำเร็จ

II. Questions

  1. เขาทำอะไรที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
  2. ปัญหากระเป๋าคืออะไร
  3. เที่ยวบินเกิดอะไรขึ้น
  4. เขามีปัญหาอะไรในสนามบิน
  5. บทเรียนคืออะไร
  6. นเครื่องได้สำเร็จ

D. Translation

  1. Hành khách đến sân bay từ sáng sớm.
  2. Hành lý bị quá cân và phải trả phí thêm.
  3. Chuyến bay bị trễ hai tiếng.
  4. Anh ấy hỏi nhân viên để tìm gate.
  5. Việc chuẩn bị tốt giúp chuyến đi dễ dàng hơn.

CHAPTER 26 ผลไม้และผักในชีวิตจริง (Fruits & Vegetables in Real Life)

  1. Vocabulary System

I. Fruits (ผลไม้)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

กล้วย

chuối

กล้วยหวานมาก

มะม่วง

xoài

มะม่วงสุกอร่อย

ส้ม

cam

น้ำส้มสด

แตงโม

dưa hấu

แตงโมฉ่ำมาก

สับปะรด

dứa

สับปะรดหวานเปรี้ยว

ทุเรียน

sầu riêng

ทุเรียนกลิ่นแรง

มะพร้าว

dừa

น้ำมะพร้าวสด

II. Vegetables (ผัก)

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ผัก

rau

ผักสดจากตลาด

ผักกาด

cải

ผักกาดกรอบ

ผักชี

rau mùi

ไม่ใส่ผักชี

แตงกวา

dưa leo

แตงกวากรอบสด

มะเขือเทศ

cà chua

มะเขือเทศหวาน

แครอท

cà rốt

แครอทหวานกรอบ

หอมใหญ่

hành tây

หอมใหญ่หั่นแล้ว

III. Taste & quality

Từ

Nghĩa

Ví dụ

หวาน

ngọt

ผลไม้หวานมาก

เปรี้ยว

chua

มะม่วงเปรี้ยว

สด

tươi

ผักสดมาก

ฉ่ำ

mọng nước

แตงโมฉ่ำ

กรอบ

giòn

ผักกรอบดี

เน่า

hỏng

ผลไม้เริ่มเน่า

IV. Buying & market interaction

Từ / Cụm

Nghĩa

Ví dụ

ขายยังไง

bán thế nào

มะม่วงขายยังไง

กิโลละ

mỗi kg

กิโลละเท่าไหร่

เอาเท่านี้

lấy chừng này

เอาเท่านี้ครับ

สดไหม

có tươi không

ผักสดไหม

เลือกได้ไหม

chọn được không

เลือกได้ไหมครับ

ลดได้ไหม

giảm giá không

ลดได้ไหมครับ

  1. Reading Passage

📖 “เช้าวันหนึ่งที่ตลาดสด”

เช้าวันหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ ตลาดสดเริ่มคึกคักตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ผู้คนเดินทางมาซื้อผักและผลไม้สำหรับทำอาหารในแต่ละวัน

แม่ค้าตะโกนขายผลไม้สดใหม่ เช่น มะม่วง กล้วย และแตงโม บางร้านมีผลไม้เรียงเต็มโต๊ะ สีสันสดใสและน่าซื้อ

ลูกค้าคนหนึ่งเดินเลือกผลไม้อย่างช้า ๆ เขาหยิบมะม่วงขึ้นมาดูแล้วถามราคาว่า “กิโลละเท่าไหร่”

แม่ค้าตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม และบอกว่าผลไม้วันนี้สดมาก สามารถลองเลือกได้ตามต้องการ

เขาตัดสินใจซื้อแตงโมและกล้วยเล็กน้อย เพราะต้องการของสดสำหรับทำอาหารที่บ้าน

ขณะเดินต่อ เขาเห็นผักหลากหลายชนิด ทั้งผักกาด แตงกวา และมะเขือเทศที่ดูสดใหม่ เขาเลือกบางส่วนและขอให้แม่ค้าช่วยจัดใส่ถุงให้

แม้ตลาดจะวุ่นวาย แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชน

Comprehension

I. True / False

  1. ตลาดเงียบมาก
  2. มีผลไม้หลายชนิดขาย
  3. ลูกค้าซื้อผลไม้จำนวนมาก
  4. ผักไม่สด
  5. บรรยากาศเป็นกันเอง

II. Questions

  1. ตลาดเริ่มคึกคักเมื่อไหร่
  2. มีผลไม้อะไรขายบ้าง
  3. ลูกค้าถามอะไรกับแม่ค้า
  4. เขาซื้ออะไรบ้าง
  5. บรรยากาศตลาดเป็นอย่างไร

C. Translation

  1. Trái cây và rau củ ở chợ rất tươi.
  2. Khách hàng lựa chọn trái cây một cách chậm rãi.
  3. Người bán trả lời với nụ cười.
  4. Chợ rất đông và nhộn nhịp vào buổi sáng.
  5. Đây là một phần cuộc sống hằng ngày của người dân.