Relational Database

โมเดลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database)

  • โมเดลเชิงสัมพันธ์ประกอบด้วยกลุ่มของรีเลชัน (collection of relations) หรือ ตารางของค่าข้อมูล (table of value) เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ของตารางข้อมูล เป็นกลุ่มข้อมูล

  • โครงสร้างของข้อมูล:

    • แถว (Row): แสดงค่าข้อมูลที่สัมพันธ์กัน (Tuple)

    • คอลัมน์ (Column): แสดงคุณสมบัติของข้อมูล (Attribute)

    • ตัวอย่าง: ตาราง student ประกอบด้วยคอลัมน์ ID, FName, LName, Tel, BDate, และ GPA


คุณสมบัติของ Characteristics of Relation

  • รีเลชันอยู่ในรูปแบบเซตคณิตศาสตร์

  • สมาชิกในเซตไม่มีลำดับที่สำคัญ

  • แต่ละ Row ไม่ซ้ำ ต้องมี Primary key

  • แต่ละคอลัมน์ต้องเป็นโดเมนเดียวกัน

  • แอตทริบิวเป็นแบบ Atomic Value


แนวคิดและคำศัพท์ทางการ

  • รีเลชัน (Relation): ตาราง (Table)

  • ทัพเพิล (Tuple): แถว (Row)

  • แอตตริบิว (Attribute): หัวคอลัมน์ (Column header)

  • ดีกรี (Degree): จำนวนของคอลัมน์

  • โดเมน (Domain): ขอบเขตหรือกรอบค่าที่เป็นไปได้ของข้อมูล


โดเมนและประเภทข้อมูล

  • วิธีในการกำหนดโดเมน:

  • กำหนดชนิดของข้อมูลโดยดูจากค่าของข้อมูล

  • กำหนดชื่อสำหรับโดเมน

  • ตัวอย่าง:

    • เบอร์โทรศัพท์ (Tel): เชตของเลข 9 หลักในไทย

    • รหัสนักศึกษา (ID): เชตของเลข 10 หลัก

    • ชื่อ (FName): อักษรที่มีความยาวไม่เกิน 10 ตัว

    • นามสกุล (SName): อักษรที่มีความยาวไม่เกิน 10 ตัว

    • เกรดเฉลี่ย (GPA): ค่าอาจจะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 4

    • วันเกิด (BDate): วัน-เดือน-ปี


การจัดการข้อมูล

  • ข้อมูลต้องเป็น atomic (ข้อมูลไม่ได้ประกอบด้วยข้อมูลอื่น)

  • ค่าในคอลัมน์ต้องเป็นประเภทเดียวกัน


สรุป

  • โมเดลเชิงสัมพันธ์เป็นวิธีการจัดการข้อมูลที่ใช้หลักการของเซตและความสัมพันธ์ในการเก็บข้อมูล

  • ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นหนทางในการบริหารจัดการข้อมูลในระดับสูงขึ้น