อิเล็กทรอนิกส์
3. อิเล็กทรอนิกส์
3.1 แหล่งกำเนิดไฟฟ้า
3.1.1 เซลล์ไฟฟ้าเคมี (Electrochemical cell)
เซลล์ไฟฟ้าเคมีคือเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเคมีที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือไฟฟ้าเป็นเคมี.
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท:
เซลล์กัลวานิก (Galvanic cell):
เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า.
ทำงานโดยการตอบสนองของสารเคมีในเซลล์เกิดกระแสไฟฟ้า.
ตัวอย่าง เช่น ถ่านไฟฉาย, เซลล์แอลคาไลน์, เซลล์ปรอท, เซลล์เงิน, แบตเตอรี่.
เซลล์อิเล็กโทรไลต (Electrolytic cell):
เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเคมี.
เกิดจากการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านเซลล์เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้น เช่น การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า, การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า.
3.1.2 เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator)
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า.
ใช้หลักการเหนี่ยวนำของแม่เหล็ก เช่น การเคลื่อนที่ของขดลวดตัวนำผ่านสนามแม่เหล็กหรือการเคลื่อนที่ของแม่เหล็กผ่านขดลวดตัวนำ.
3.1.3 คู่อาบความร้อน (thermocouple)
คู่อาบความร้อนเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่ประกอบด้วยโลหะ 2 ชนิด.
โลหะหนึ่งมีอิเล็กตรอนอิสระมากกว่าอีกโลหะหนึ่ง เช่น การใช้ทองแดงและเหล็ก.
เมื่อปลายทั้งสองมีอุณหภูมิต่างกันเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้า.
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Thermoelectric effect.
สามารถใช้ทำอุปกรณ์วัดอุณหภูมิที่เรียกว่าเทอร์มอมิเตอร์.
3.1.4 Solar cell
เซลล์โฟโตโวลตาอิก (Photovoltaic cell) คือการผลิตไฟฟ้าจากแสงที่ตกกระทบวัตถุที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า.
3.2 กระแสไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า $I$ คือ อัตราการไหลของประจุ $DQ$ ผ่านพื้นที่ $A$ ต่อหนึ่งหน่วยเวลา.
หน่วย SI ของกระแสไฟฟ้า คือ แอมแปร (ampere, A).
ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและประจุ: .
ประจุที่เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่อาจเป็นการไหลของประจุบวกหรือประจุลบ หรือทั้งคู่.
กระแสไฟฟ้ากำหนดให้มีทิศการไหลในทิศทางเดียวกับทิศทางของประจุบวก.
ในตัวนำไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าเกิดจากการไหลของอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบ.
กระแสไฟฟ้ามีทิศทางการไหลตรงข้ามกับทิศทางการไหลของอิเล็กตรอน.
ประจุที่เคลื่อนที่เรียกว่า ประจุพาหะ (charge carrier).
แบตเตอรี่สร้างสนามไฟฟ้า ซึ่งทำให้เกิดแรงบนประจุ.
3.2.1 โมเดลไมโครสโคปของกระแส
พิจารณากระแสในทรงกระบอกตัวนำที่มีพื้นที่ตัดขวาง A.
ในปริมาตรเล็ก $Dx$ จะมีประจุทั้งหมด $nADx$.
ถ้าประจุเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว $v_d$ ในทิศ $x$ ในช่วงเวลา $Dt$, จะมีระยะทางที่แทนค่าที่ในสมการ.
กระแสไฟฟ้าเฉลี่ยในตัวนำเป็น .
3.2.2 ตัวอย่าง
ตัวอย่าง 1: วงจรไฟฟ้าหนึ่ง มีอิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่จากแคโทดไปยังแอโนดจำนวน $2x10^{19}$ อนุภาคในเวลา 1 วินาที จะมีกระแสไฟฟ้า?.
3.2 กฎของโอห์มและความต้านทาน
กฎของโอห์ม: ความหนาแน่นของกระแส $J$ เป็นสัดส่วนโดยตรงกับสนามไฟฟ้า $E$.
สามารถเขียนได้เป็นสมการ
นิยามความหนาแน่นกระแส:
โดยที่ $I$ คือกระแสไฟฟ้า, $A$ คือพื้นที่หน้าตัด.
3.3 การต่อวงจรไฟฟ้า
3.3.1 การต่อตัวต้านทาน
การต่อวงจรความต้านทานแบบอนุกรม.
ความต้านทานรวม .
3.3.2 การต่อตัวต้านทานแบบขนาน
ความต้านทานรวม .
3.4 ตัวต้านทานและสารกึ่งตัวนำ
3.4.1 ตัวต้านทานชนิดค่าคงที่ (Fixed Value Resistor)
ตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานคงที่ ทำมาจากวัสดุหลายชนิด เช่น ฟิล์มโลหะ, คาร์บอน.
3.4.2 ตัวต้านทานชนิดปรับค่าได้ (Variable Value Resistor)
ตัวต้านทานแบบปรับเข้าได้ มีค่าต้านทานที่เปลี่ยนได้ตามการปรับให้เหมาะสม.
3.4.3 แอลดีอาร์ (Light Dependent Resistor, LDR)
ตัวต้านทานที่เปลี่ยนแปลงค่าความนำไฟฟ้าขึ้นเมื่อมีแสงมาตกกระทบ.
3.4.4 สารกึ่งตัวนำ
สารกึ่งตัวนำคือสารที่มีสภาพนำไฟฟ้าระหว่างตัวนำกับฉนวน.
ใช้ในการสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไดโอด, ทรานซิสเตอร์.
3.4.5 สารกึ่งตัวนำชนิด P และ N
3.4.5.1 เติมสารประเภท P
เติมสารที่มีอิเล็กตรอนน้อย เช่น อลูมิเนียม หรือแกลเลียม.
เกิดโฮล (hole) ที่มีสภาพเป็นประจุบวก.
3.4.5.2 เติมสารประเภท N
เติมสารที่มีอิเล็กตรอนมาก เช่น สารหนู หรือฟอสฟอรัส.
เกิดมีอิเล็กตรอนอิสระที่มีสภาพเป็นประจุลบ.
3.4.6 ไดโอด
ไดโอดสร้างจากการต่อกันของสารกึ่งตัวนำชนิด P และ N.
ขั้ว P เรียกว่าอาโนด ขั้ว N เรียกว่าคาโธด.
มีลักษณะของความต้านทานที่แตกต่างกันบริเวณรอยต่อ.
3.4.7 ทรานซิสเตอร์
ใช้สารกึ่งตัวนำ 3 ชิ้นมาประกบกัน มีขั้วอิมิตเตอร์ (Emitter), คอลเล็กเตอร์ (Collector), และเบส (Base).
3.5 วงจร RC
3.5.1 นิยามความจุไฟฟ้า
ตัวนำ 2 ชิ้นใดๆ ที่มีฉนวนกลางทำตัวเก็บประจุ (Capacitor).
ความจุ สามารถนิยามได้ว่า .
3.5.2 การอัดประจุในวงจร RC
ความต้านทาน (Resistor) และ ตัวเก็บประจุ (Capacitor) ทำงานร่วมกัน.
จะเกิดการอัดพลังงานไฟฟ้าในตัวเก็บประจุ.
เมื่ออัดพลังงานเต็มที่กระแสไฟฟ้าจะเป็นศูนย์.
3.5.3 การคายประจุ
การปล่อยพลังงานไฟฟ้าในตัวเก็บประจุด้วยการเชื่อมต่อกับโหลด.
3.6 อุปกรณ์ในทางชีวภาพ
3.6.1 Electrodes
ประเภทต่างๆ ของอิเล็กโทรด ได้แก่:
ไมโครอิเล็กโทรด (Microelectrode): ขนาดเล็กสำหรับการวัดความต่างศักย์ในเซลล์.
อิเล็กโทรดเข็ม (Needle electrode): ใช้สำหรับบันทึกสัญญาณไฟฟ้าจากเนื้อเยื่อ.
อิเล็กโทรดผิว (Surface electrode): ใช้ตรวจวัดสัญญาณไฟฟ้าจากผิวเช่น ECG, EMG, EEG.
3.6.2 Transducer
เปลี่ยนแปลงพลังงานจากรูปแบบหนึ่งสู่อีกหนึ่ง เช่น พลังงานอุณหภูมิ, ความชื้น, แรงดัน, พลังงานไฟฟ้า.
ตัวอย่าง เช่น Transducer ความต้านทาน, Transducer ความดัน, Transducer แสง.
ตารางที่เกี่ยวข้อง
กระแสไฟฟ้า (mA) | ผลทางชีวภาพ |
|---|---|
0.3 | ทำให้เกิดความรู้สึก |
1.0 | กระตุ้นประสาทมอเตอร์ |
50 | อาจทำให้กล้ามเนื้อหดตัว |
100 | อาจทำให้เกิดการเผาไหม้ |