สรุป notes ศาสตร์ศิลป์: ศิลป์ สร้างสรรค์ (Thai)

บทที่ 0 (สารบัญเบื้องต้น)

  • เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจ ทักษะคิดเชิงศิลป์ในแนวคิด “ศิลป์ สร้างสรรค์”
  • หนังสือแบ่งออกเป็น 6 บท: พื้นฐานทางศิลปะ, ความหมายของความคิดสร้างสรรค์, สุนทรียศาสตร์ด้านทัศนศิลป์/สถาปัตยกรรม/ดนตรี/นาฏศิลป์, แนวคิดการออกแบบ, กระบวนการสร้างสรรค์, ความสัมพันธ์กับบริบทสังคมและวัฒนธรรม
  • หนังสือเป็นเอกสารราชการของมหาวิทยาลัยรามคแหง ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัย
  • เนื้อหาครอบคลุมความหมายของศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดการออกแบบ กระบวนการสร้างสรรค์ และสุนทรียะในศาสตร์ต่าง ๆ
  • เนื้อหาต่อไปนี้สรุปสาระสำคัญเป็นแนวทางสำหรับการศึกษาและการเรียนการสอน

บทที่ 1 การสร้างสรรค์ทางศิลปะ

  • วัตถุประสงค์: ให้นักศึกษาเข้าใจความหมายและความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์สืบจากนามธรรมสู่รูปธรรม พร้อมจินตนาการก่อให้เกิดความงามและสุนทรียะ
  • แนวคิดในการออกแบบ: การยกระดับจากนามธรรมไปสู่แนวคิดรูปธรรมและจินตนาการที่ก่อให้เกิดความงาม
  • Ken Robinson จัดทำ TED Talk เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และผลกระทบต่อการศึกษา
  • ความคิดสร้างสรรค์คือพลังที่ทำให้เกิดการเกิดใหม่ในทฤษฎี กฎเกณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยี งานศิลปะ
  • ความคิดสร้างสรรค์ประกอบ 2 ด้าน: ความสามารถในการคิด และความสามารถในการสร้างสรรค์
  • ความคิดตรง (directed thinking) มี 2 แบบ: ความคิดวิจารณ์ (critical thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (creative thinking)
  • กระบวนการคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วย: เชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับใหม่, แก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่, ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดนวัตกรรม
  • ผู้นำเสนอแนวคิดเรื่องศิลปะ: ศิลปะคือการสร้างสรรค์ที่ตอบสนองบางสิ่งที่อยู่เหนือการกินอยู่หลับนอน แสดงออกด้วยรูปทรง หน่วย (originality) และเอกภาพ
  • ความหมายของศิลปะ: ศิลปะเป็นงานสร้างสรรค์ของมนุษย์ ไม่ใช่ผลิตธรรมชาติ ตัวอย่างมุมมองของ เพลโต, รีดเช่, ไวลด์, อริสโตเติล, ตอลสตอย
  • ศิลปะมีกี่แบบ: แบ่งตามจุดมุ่งหมายเป็น 2 ประเภท (Fine Arts, Applied Arts) และตามสื่อการแสดงออกเป็น 5 ประเภท (Painting, Sculpture, Architecture, Literature, Music & Drama) และตามประสาทสัมผัส 3 ด้าน (Visual, Aural, Audiovisual)
  • สร้างสรรค์ศิลปะ: มักเป็นการขยาย/เลียนแบบ/สังเคราะห์สิ่งเดิมให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต
  • แนวคิดสำคัญ: ศิลปะการออกแบบต้องมีแนวทางที่มุ่งสู่การสื่อสารผ่านองค์ประกอบพื้นฐาน (จุด เส้น ระนาบ รูปร่าง ผิว สี แสง-เงา ช่องว่าง) และสไตล์ที่ตอบสนองความงาม
  • ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ: เน้นกระบวนการฝึกฝนต่อเนื่อง และการพัฒนาไปสู่ทักษะ
  • รายการเอกสารอ้างอิง: รวมงานวิจัยด้านการคิดสร้างสรรค์ และทฤษฎีศิลปะจากหลากหลายแหล่ง

บทที่ 2 สุนทรียศาสตร์ในงานทัศนศิลป์

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจความหมายและความสำคัญของสุนทรียศาสตร์ในงานทัศนศิลป์
  • ความหมายของสุนทรียศาสตร์:
    • ความงามและคุณค่าของสิ่งที่เราเห็น ได้ยิน หรือประสบทางประสาทสัมผัส
    • สุนทรียศาสตร์มาจากภาษาสันสกฤตและมีรากศัพท์จากคำว่า Aesthetic/Aesthetics
    • แนวคิดว่า สุนทรียศาสตร์คือวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความงามและคุณค่าของสิ่งงามทั้งในงานศิลปะและธรรมชาติ
  • สุนทรียศาสตร์เชิงปรัชญา vs เชิงพฤติกรรม:
    • ปรัชญา: เน้นอารมณ์ ความคิด ความงาม และความสัมพันธ์กับความจริง (Reality, Fact, Truth)
    • พฤติกรรม: เน้นการปฏิบัติ ฝึกฝนและประสบการณ์ในการเรียนรู้สุนทรียศาสตร์
  • การตัดสินทางสุนทรียศาสตร์:
    • อัตนัยนิยม (Subjectivism): เกณฑ์ขึ้นกับความรู้สึกของผู้วิจารณ์แต่ละคน
    • ปรนัยนิยม (Objectivism): เกณฑ์ตายตัว/มาตรฐานสากล เอกภาพของสุนทรียธาตุมีจริงแม้จะเข้าถึงยาก
    • สัมพัทธนิยม (Relativism): เกณฑ์ตัดสินขึ้นกับสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และบริบท
  • การวิเคราะห์คุณค่าของงานทัศนศิลป์ (Value):
    • Media (สื่อ), Content (เนื้อหา), Subject Material (เรื่องราว)
    • Value แบ่งเป็น 3 ด้าน: Formal Value (รูปทรง/โครงสร้าง), Psychological Value (ผลทางจิต), Philosophical Value (ข้อคิดทางปรัชญา)
  • การเรียนการสอนสุนทรียศาสตร์:
    • เน้นการสัมผัสความงามผ่านการวิเคราะห์และวิจารณ์
    • วิเคราะห์คุณค่าในทัศนศิลป์และจุดหมายการสื่อความหมาย
  • ข้อพึงระวัง: ลิขสิทธิ์และลักษณะของเอกสารราชการ

บทที่ 3 ความรู้เบื้องต้นนฤมิตศิลป์

  • วัตถุประสงค์: เพื่อเข้าใจแนวคิดในการออกแบบ องค์ประกอบและขั้นตอนของการออกแบบนฤมิตศิลป์
  • แนวคิดในการออกแบบ:
    • ออกแบบเป็นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่รวมกรอบแนวคิด แนวคิดรูปแบบ และการสื่อสาร
  • หลักการการออกแบบ:
    • Design คือการวางแผนและจัดระเบียบเพื่อนำเสนอวัตถุ/ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
    • Design เป็นกระบวนการคิดค้นข้ามสาขาวิชาเพื่อความพึงพอใจของตนเองและผู้อื่น
    • Design เป็นทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ที่มีรูปร่าง สไตล์ และความหมาย
  • องค์ประกอบของการออกแบบขั้นพื้นฐาน:
    • จุด (Point), เส้น (Line), ระนาบ/รูปร่าง (Plane/Shape), มวล (Mass/Form), เนื้อผิว (Texture), สี (Color), น้ำหนักแสง-เงา (Tone/Light & Shadow), ที่ว่าง (Space)
  • องค์ประกอบในการออกแบบ
    • Conceptual Elements: จุด, เส้น, รูปทรง/รูปแบบ (Shape/Form), ปริมาตร (Volume)
    • Visual Elements: สี, เนื้อผ้า/พื้นผิว, ขนาด
    • Relational Elements: ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบ
  • ตัวอย่างการออกแบบภาพกราฟิก (Graphic Design): การใช้องค์ประกอบพื้นฐานในการออกแบบโลโก้ ปกหนังสือ ฯลฯ
  • คำจำกัดความของ Design (อ้างอิง): Holmes, Archer, Gasson, Spark

บทที่ 4 มิติทางสถาปัตยกรรม

  • วัตถุประสงค์: ให้เข้าใจความหมาย รูปแบบ ประเภท คุณลักษณะการรับรู้ และการใช้งานพื้นที่สถาปัตยกรรม
  • สถาปัตยกรรมคืออะไร:
    • งานออกแบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ ความงาม ประโยชน์ใช้สอย และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    • สถาปัตยกรรมเป็นศาสตร์ที่รวมศิลปะ วิศวกรรม และมนุษยวิทยา
  • สุนทรียศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม:
    • ความงามและประโยชน์ใช้สอยมีความสัมพันธ์กัน
  • องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและการออกแบบ:
    • องค์ประกอบพื้นฐาน 3 มิติ, องค์ประกอบด้านคุณลักษณะ/ผิว, เนื้อหาผิวและบทบาท
    • Texture, Surface, Form, Color, Size, Space, Mass, Tone
  • กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมเบื้องต้น:
    • ขั้นตอนประกอบด้วย Understanding ความต้องการ, Concept design, Schematic design, Zoning, Massing models
    • การพิจารณาปัจจัยภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วัสดุ และงบประมาณ
  • แนวคิดการวางองค์ประกอบ (Elements of Design) ในบริบทสถาปัตยกรรม

บทที่ 5 สุนทรียรสทางดนตรี

  • วัตถุประสงค์: ให้นักศึกษาเข้าใจความหมายของดนตรี ต้นกำเนิด ดนตรีตะวันตก องค์ประกอบดนตรี และการวิเคราะห์ทำนอง
  • ดนตรีคืออะไร?
    • ดนตรีมาจาก Mousike ในภาษากรีก ความหมายเกี่ยวกับศิลปะของ Muses, เอกลักษณ์ของดนตรีในภาษาไทยมาจาก Tantrin (นักดนตรี)
  • ต้นกำเนิดของดนตรีตะวันตก:
    • กรีกโบราณ: Lyra, Kithara, Aulos; ความคิดทางคณิตศาสตร์ของพิทากอรัส
    • ยุคกลาง: Church Music vs secular music
    • ยุคโบราณและยุคต่อมา: พัฒนาการผ่านสมัย Renaissance, Baroque, Classical, Romantic, Impressionism, Contemporary
  • องค์ประกอบของดนตรี:
    • Tone (Pitch, Duration, Intensity, Quality)
    • Time (Tempo, Meter, Rhythm)
    • Melody (Melodic Rhythm, Dimensions, Range, Direction)
    • Harmony (Chords, Consonance/Dissonance)
    • Tonality (System of notes)
    • Tone Color/Timbre (Piano, Guitar, Vocals, Ensembles)
    • Instrumentation (Keyboard, Strings, Woodwinds, Brass, Percussion, Electrophones)
    • Texture (Monophony, Homophony, Polyphony) และ Form
  • ดนตรีไทยและบทบาทสังคมวัฒนธรรม:
    • ดนตรีไทยแบบดั้งเดิม (ภาคปี่พาทย์ เครื่องสาย มโหรี) และเพลงร้อง/บรรเลง
    • ทำหน้าที่ในพิธีกรรม พิธีราชพิธี และลักษณะทางสังคม
  • สุนทรียรสทางดนตรี (Aesthetic of Music):
    • ความงามทางดนตรีเกิดจากการรับฟังและการตีความ
  • ทักษะการสร้างสรรค์ดนตรี:
    • ฟังบทเพลงให้หลากหลายแนว; บทเพลงจากหลากหลายวัฒนธรรม
    • สามารถปฏิบัติเครื่องดนตรีอย่างน้อย 1 ชิ้น (แนะนำ Piano) เพื่อสื่อสารความคิดและอารมณ์
    • การทำงานร่วมกับผู้อื่น, การสื่อสารและการบริหารเวลา
  • ขั้นตอนการสร้างสรรค์ดนตรีเบื้องต้น:
    • ฟังบทเพลงมาก ๆ และจดไอเดีย
    • กำหนดแนวคิด เนื้อหา อารมณ์ และสไตล์
    • ลงมือสร้างจากแนวคิดและคอร์ด/ทำนองเบื้องต้น
    • ระวังเรื่องกฎเกณฑ์ความไพเราะและบริบทผู้ชม
    • สร้างทักษะการบรรเลงและทักษะทางทฤษฎีดนตรี

บทที่ 6 ความรู้เบื้องต้นนาฏศิลป์ไทย

  • ประวัติความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย:
    • นาฏยศิลป์เป็นศิลปะชาติหนึ่งที่สะท้อนสังคมไทยผ่านวรรณศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และหัตถศิลป์
    • มีองค์ประกอบหลากหลาย เช่น โขน ละคร ละครโนราชาตรี ละครนอก ละครใน ละครเสภา ละครพันทาง ละครดึกดำบรรพ์ ละครร้อง
  • ประเภทของนาฏศิลป์ไทย:
    • โขน: การเต้น ยกทัพ รบ โขนหลวง/โขนหน้าวัง/โขนโรงใน/โขนฉาก/โขนนอกบท/โขนหน้าไฟ ฯลฯ
    • ละคร: ประเภทต่าง ๆ เช่น ละครโนราชาตรี (นครศรีธรรมราช), ละครใน, ละครนอก, ละครเสภา, ละครพันทาง, ละครดึกดำบรรพ์, ละครร้อง
    • ดนตรีประกอบ: วงปี่พาทย์ เครื่องดนตรีไทย, เพลงหน้าพาทย์
    • ฉากและเวที: ฉากแบบต่าง ๆ เช่น Box sets, Drop-and-wing sets, Permanent sets, Curtain sets, Symbolic sets ฯลฯ
  • องค์ประกอบนาฏศิลป์ไทย:
    • Plot/story, บทประพันธ์, บทพูด/เจรจา, เครื่องแต่งกาย (4 ประเภท: ปกติ, ประยุกต์, ประเพณี, สร้างสรรค์), แสง สี เสียง, ฉากและพื้นที่บนเวที
  • การสร้างสรรค์งานด้านการออกแบบการแสดง:
    • เน้นการออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย การเคลื่อนไหว และท่าทางเพื่อสื่อความหมาย
  • ลักษณะสำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ไทย:
    • การสืบทอดและการปรับตัวตามยุคสมัย (เช่น โขนหลวง, โขนหน้าพระราม)
    • ความประณีตของภาษา การร่ายรำ และกิริยาท่าทาง
  • แนวคิดการออกแบบฉากและเวที:
    • 9 รูปแบบฉาก: Standing, Hanging, Built, Set, Draperies, Symbolic, Set pieces, Unit set, Projected scenery
    • สไตล์ฉาก: Naturalism, Realism, Suggestive realism, Selective realism, Impressionism, Symbolism, Expressionism, Formalism, Constructivism, Stylization, Theatricalism
  • กระบวนการสร้างสรรค์ละคร:
    • Pre-Production: กำหนดวัตถุประสงค์ คัดเลือกบท แคคตัวละคร ออกแบบฉาก/เครื่องแต่งกาย และสถานที่
    • Production: การแสดง การสื่อสารกับผู้ชมตามเวลาและรอบการแสดง
    • Post-Production: ประเมินผล สรุปปัญหา และหาข้อเสนอแนวทางปรับปรุง
  • แนวคิดในการสร้างสรรค์งานผู้สร้างสรรค์:
    • ต้องเคารพบทประพันธ์ ไม่ลอกเลียนแบบ แต่แสดงออกด้วยจินตนาการและเอกภาพ
    • สร้างงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่มีพลังในการสื่อสาร
    • ต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและใช้องค์ประกอบการออกแบบพื้นฐาน
  • สรุปท้ายบท: ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีเอกภาพ ความคิดและการแสดงออก ตลอดจนความสามารถในการสื่อสารสาระสำคัญผ่านงานศิลป์การแสดง

หมายเหตุสำคัญ/ข้อสรุปเพิ่มเติม

  • หนังสือเป็นเอกสารราชการของมหาวิทยาลัยรามคแหง พร้อมลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
  • เนื้อหาครอบคลุมแนวคิดพื้นฐานด้านศิลปะ การออกแบบ สุนทรียศาสตร์ และศิลปะการแสดงในระดับการศึกษา
  • เน้นการประยุกต์ไปสู่การศึกษาและการใช้ชีวิตในวิถีชีวิตปัจจุบัน
  • เนื้อหาทั้งหมดถูกเรียบเรียงเป็นแนวโน้มและโครงสร้างการเรียนการสอนเพื่อทดสอบและสอบถามแนวคิดศิลปะในมิติต่าง ๆ